
วว. ติดปีกสตาร์ทอัพไทย ขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร
สรุปประเด็น
ในยุคที่เทคโนโลยีและความยั่งยืนกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก หน่วยงานภาครัฐของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วว. (สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย) และหน่วยงานภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เร่งผลักดันและติดปีกให้แก่สตาร์ทอัพและภาคธุรกิจไทย เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมแบบครบวงจร การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความจำเป็นในการใช้นวัตกรรมเป็นกลไกหลักในการพัฒนาและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ ท่ามกลางภูมิทัศน์ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในโครงการสำคัญคือความสำเร็จของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ที่ร่วมกับ ธนาคารออมสิน ในการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยมุ่งเน้นตลาด ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญที่นักลงทุนสถาบันและตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกให้ความสำคัญ การสนับสนุนนี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการปรับตัวเข้ากับมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน แต่ยังเปิดประตูสู่โอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการขยายตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักลงทุนที่คำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ยังได้ผนึกกำลังกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดตัวโครงการยกระดับภาคธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ การนำ นวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและเชื่อมโยงเข้ากับ ระบบนิเวศอุตสาหกรรม แบบครบวงจร จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โครงการนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการยกระดับห่วงโซ่อุปทานของประเทศให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล
ความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาครัฐในลักษณะนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การลงทุนด้าน นวัตกรรม และ ความยั่งยืน จะเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งซึ่งเอื้อต่อการพัฒนา สตาร์ทอัพ และการยกระดับขีดความสามารถของภาคธุรกิจ จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สร้างงานที่มีมูลค่าเพิ่ม และผลักดันให้ประเทศไทยสามารถช่วงชิงโอกาสจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในภูมิภาคต่อไปในอนาคตอันใกล้
บทสรุปผู้บริหาร
หน่วยงานภาครัฐของไทย นำโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และเครือข่ายภายใต้กระทรวง อว. ได้เร่งขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมแบบครบวงจรเพื่อยกระดับขีดความสามารถของสตาร์ทอัพและภาคธุรกิจไทย โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ การผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐานความยั่งยืน (ESG) ผ่านความร่วมมือระหว่าง NIA และธนาคารออมสิน รวมถึงการนำนวัตกรรมมายกระดับห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารโดย สวทช. ร่วมกับ กสอ. ซึ่งยุทธศาสตร์การสนับสนุนเหล่านี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการปรับโครงสร้างธุรกิจ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ และวางรากฐานอันแข็งแกร่งเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทีทีบี ชี้ไทยต้องหา 'หัวรถจักรใหม่' แก้โครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมยกบทบาท SME
ทีทีบีชี้เศรษฐกิจไทยเปรียบเสมือน "รถรางเก่า" ที่ขาดแรงขับเคลื่อน จึงเร่งเสนอแนวคิด "Reinvent Thailand" เพื่อสร้าง "หัวรถจักรใหม่" ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและพยุง SME ที่เผชิญวิกฤตแซนด์วิชให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ถอดรหัสการเปลี่ยนผ่านสู่ "ผู้นำสีเขียว"
คู่มือสำหรับ CEO และเจ้าของธุรกิจยุคใหม่ ถอดบทเรียนการบริหารงานสู่ความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero พร้อมเคล็ดลับการสร้างสมดุลระหว่างผลกำไรและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

IMF-ธนาคารโลก ชี้เศรษฐกิจโลกปี 2568 ฟื้นตัวเปราะบาง
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank Annual Meetings) ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 17 ตุลาคม 2568 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ได้สรุปผลการหารือที่สำคัญยิ่งต่อทิศทางเศรษฐกิจและการเงินโลก

เบื้องหลังตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของไทย: สัญญาณเตือนภัยที่ซ่อนอยู่ในความเติบโต
GDP ไทยไตรมาสแรกปี 2568 ขยายตัว 3.1% แต่ซ่อนความไม่สมดุล ส่งออกพึ่งพาอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การบริโภคชะลอ การลงทุนเอกชนลดลง และสภาพัฒน์ปรับลดคาดการณ์ทั้งปีเหลือ 1.8% พร้อมเผยข้อเสนอแนะนโยบายรับมือช่วงเวลาท้าทายที่รออยู่

คมสันต์ แซ่ลี Flash Group: "ผิดให้เร็ว แก้ให้เร็ว" ปรัชญาจากเด็กดอยสู่ยูนิคอร์นหมื่นล้าน
คมสันต์ แซ่ลี ประธาน Flash Group เผยปรัชญา "ผิดให้เร็วที่สุด แก้ให้เร็วที่สุด" บนเวที Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026 พร้อม 3 บทเรียนที่นักธุรกิจนำไปใช้ได้ทันที

นโยบาย 5T ของกระทรวงการคลังเพื่อหนุนตลาดทุนไทยและเศรษฐกิจ
กระทรวงการคลังได้เปิดตัว นโยบาย 5T ในฐานะ Growth Story ใหม่ของตลาดทุนไทย มุ่งดึงดูด การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านกลไก Thailand FastPass พร้อมเสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากด้วย "5 นโยบายพลัส" เพื่อฟื้นกำลังซื้อและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยสู่เวทีโลก นโยบายเหล่านี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้างเสถียรภาพและกระตุ้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักลงทุนและภาคธุรกิจขนาดใหญ่
