ธปท. สศช. และหน่วยงานเศรษฐกิจหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทย รับผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน

ธปท. สศช. และหน่วยงานเศรษฐกิจหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจไทย รับผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน

สรุปประเด็น

  • หลายหน่วยงานหั่นคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เหลือเพียงราว 1.4–1.5% ต่ำสุดในอาเซียน ขณะเดียวกันเงินเฟ้อเสี่ยงพุ่งเกินเป้าแตะราว 3.2% จากราคาพลังงานสูง

  • ภาวะเติบโตต่ำแต่เงินเฟ้อสูงจากสงครามตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนพลังงานและการดำเนินงานของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME เพิ่มขึ้นอย่างมาก กดดันกำไรและสภาพคล่อง

  • ธปท. และสถาบันการเงินรวมถึง SME D Bank เร่งช่วยลูกหนี้ SME ผ่านการเติมเงินใหม่ ปรับโครงสร้างหนี้ และอัดฉีดสินเชื่อ เพื่อพยุงธุรกิจให้ผ่านความผันผวนทางเศรษฐกิจในระยะนี้

เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายหนัก หลังหลายหน่วยงานหั่นคาดการณ์ GDP ปี 2569 ลงต่ำสุดในอาเซียน เหลือเพียง 1.4-1.5% ขณะที่เงินเฟ้อจ่อพุ่งเกินเป้าที่ 3.2% จากสงครามตะวันออกกลางดันราคาพลังงาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SME แบกรับต้นทุนสูงขึ้น ธปท. เร่งสถาบันการเงินช่วยลูกหนี้ ทั้งเติมเงินใหม่และปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อพยุงธุรกิจฝ่าวิกฤตความเปราะบางทางเศรษฐกิจ

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน หลังหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญหลายแห่งพร้อมใจปรับลดคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สำหรับปี 2569 ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 1.5% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ต่ำที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ก็ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือเพียง 1.4% สาเหตุหลักมาจากการความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากความกังวลเรื่องการเติบโต สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังได้ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นในกรอบ 2.7–5.8% ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางนี้ ซึ่งสอดคล้องกับคาดการณ์ของ SCB EIC ที่ระบุว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีอาจสูงถึง 3.2% เกินกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สถานการณ์เช่นนี้กำลังสร้างความเสี่ยงให้เศรษฐกิจไทยเผชิญกับภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจซบเซาแต่เงินเฟ้อสูง ซึ่งเป็นสัญญาณอันตตรายที่ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจต้องเตรียมรับมือ

สำหรับผู้ประกอบการ SME และผู้ประกอบการรายย่อย ผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นจะยิ่งเห็นได้ชัด ต้นทุนการดำเนินงานไม่ว่าจะเป็นค่าขนส่ง ค่าวัตถุดิบ หรือค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้กำไรสุทธิลดลง และอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าหรือมีการใช้พลังงานเข้มข้น จึงนับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากในการบริหารจัดการกระแสเงินสดและรักษาสภาพคล่อง

เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยผู้ว่าการ นายวิทัย รัตนากร ได้ออกมาเน้นย้ำและขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ให้เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน การช่วยเหลือนี้รวมถึงการ เติมเงินใหม่ เพื่อเสริมสภาพคล่อง และการ ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้เดิม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็นของลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้ SME สามารถประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาท้าทายนี้ไปได้

ในทิศทางเดียวกัน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ก็ได้แสดงบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 ได้มีการอัดฉีดเงินทุนช่วยเหลือ SME ไปแล้วกว่า 1.98 หมื่นล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐและสถาบันการเงินในการเป็นกลไกสำคัญเพื่อพยุงและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ภาคธุรกิจขนาดเล็ก ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวนนี้

ดังนั้น ผู้ประกอบการ SME และเครือข่ายธุรกิจควรตื่นตัวและติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพิจารณาปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้เหมาะสมกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุน การแสวงหาแหล่งเงินทุนใหม่ หรือการปรับโครงสร้างหนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และควรใช้โอกาสจากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐและสถาบันการเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อรักษาเสถียรภาพของธุรกิจในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความร่วมมือทางธุรกิจไทย-ฝรั่งเศส สู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล

ความร่วมมือทางธุรกิจไทย-ฝรั่งเศส สู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล

ภาคธุรกิจไทยและฝรั่งเศสสานสัมพันธ์สำคัญผ่านเวที FTBF ครั้งที่ 4 เพื่อผลักดันการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้ SMEs ไทยเข้าถึงนวัตกรรมและร่วมสร้างห่วงโซ่มูลค่าสูง

5 นาที
EXIM BANK จัดสัมมนา 'ตีแตกตลาดส่งออก: เจาะลึกเส้นทางสู่แดนมังกร โอกาสของ SMEs ไทย'

EXIM BANK จัดสัมมนา 'ตีแตกตลาดส่งออก: เจาะลึกเส้นทางสู่แดนมังกร โอกาสของ SMEs ไทย'

EXIM BANK จัดสัมมนาพิเศษ "ตีแตกตลาดส่งออก" เพื่อถ่ายทอดความรู้และกลยุทธ์สำคัญให้ SMEs ไทยขยายธุรกิจสู่ตลาดจีนได้อย่างมืออาชีพและคว้าโอกาสการเติบโต

5 นาที
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผย 3 แผนยกระดับ SME ไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผย 3 แผนยกระดับ SME ไทย

กระทรวงการคลังเผย 3 ยุทธศาสตร์หลัก 'เปิดตลาด-เติมทุน-เร่งทรานส์ฟอร์ม' เพื่อยกระดับขีดความสามารถและขับเคลื่อน SME ไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

4 นาที
โครงการ WorldNexGen 2026 เพื่อปั้นผู้นำไทย-เกาหลี และเชื่อมเศรษฐกิจอาเซียนสู่เวทีโลก

โครงการ WorldNexGen 2026 เพื่อปั้นผู้นำไทย-เกาหลี และเชื่อมเศรษฐกิจอาเซียนสู่เวทีโลก

โครงการ WorldNexGen 2026 ประสบความสำเร็จในการปั้นผู้นำเศรษฐกิจและนวัตกรรมรุ่นใหม่จากไทยและเกาหลีใต้ เพื่อเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค และขับเคลื่อน SME ไทยสู่ตลาดโลกอย่างมั่นใจ

6 นาที
ผลกระทบจากอัตราค่าขนส่งทางทะเลแดงและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมตู้คอนเทนเนอร์และ SMEs ไทย

ผลกระทบจากอัตราค่าขนส่งทางทะเลแดงและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมตู้คอนเทนเนอร์และ SMEs ไทย

สถานการณ์ความตึงเครียดในทะเลแดงดันต้นทุนขนส่งทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อ SMEs ไทย และคาดการณ์ว่าจะทำให้ราคาสินค้าปลายทางปรับขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม

4 นาที
ภารกิจหนักหนา: โจทย์เศรษฐกิจที่รัฐบาลอนุทิน-เอกนิติ ต้องเผชิญ

ภารกิจหนักหนา: โจทย์เศรษฐกิจที่รัฐบาลอนุทิน-เอกนิติ ต้องเผชิญ

รัฐบาลไทยเผชิญโจทย์เศรษฐกิจหนัก จากเศรษฐกิจ"โตช้า แข่งขันไม่ได้ เหลื่อมล้ำ" GDP หดเหลือ 1.8-2.2% ภาษีสหรัฐฯกระทบ 3 ล้านคน หนี้ครัวเรือน 540,000 บาท/คน SMEs ล้มละลาย

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง