
สมาพันธ์ SME ไทย เรียกร้องรัฐบาลรื้อโครงสร้างพลังงาน หลังราคาน้ำมันพุ่งกระทบต้นทุนธุรกิจ
สรุปประเด็น
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เรียกร้องรัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน หลังราคาดีเซลพุ่งทำลายสถิติ สร้างภาวะ "ช็อก" แก่ธุรกิจทั่วประเทศ เพราะกว่า 70% ของต้นทุน ผูกกับพลังงาน ผู้ประกอบการ SMEs กว่า 70% ติดขัดในการผลักภาระไปที่ผู้บริโภค ทำให้ต้องแบกรับเอง ส่งผลให้ 59% ของ SMEs เสี่ยงอยู่ได้ไม่เกิน 3-6 เดือน ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยิ่งซ้ำเติม รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ 400,000 ล้านบาท พร้อมหนุน Soft Loan เพื่อประคับประคองธุรกิจและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดระยะยาว
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่โดยด่วน หลังจากที่ ราคาน้ำมันดีเซล ได้ปรับตัวสูงขึ้นจนสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศตกอยู่ในภาวะ "ช็อก" เนื่องจาก ต้นทุนธุรกิจ กว่า 70% มีส่วนเกี่ยวข้องกับพลังงานโดยตรง นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ชี้ว่าสถานการณ์นี้กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการผลิตและขนส่ง
หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ ผู้ประกอบการ SMEs ต้องเผชิญคือข้อจำกัดในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค จากการสำรวจพบว่า 22.2% ของผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้เลย และอีก 48.3% สามารถปรับขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่งผลให้กว่า 70.5% ของ SMEs ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สภาวะเช่นนี้เปรียบเสมือน "สึนามิต้นทุน" ที่ถาโถมเข้าใส่ ทั้งจากราคาวัตถุดิบ พลังงาน และสาธารณูปโภคที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพคล่องของธุรกิจตึงตัวอย่างหนัก
จากสถานการณ์วิกฤตพลังงานและต้นทุนที่บีบรัดนี้ ทำให้ SMEs กว่า 59% คาดการณ์ว่าตนเองอาจอยู่รอดได้ไม่เกิน 3-6 เดือน และอีก 21% อาจอยู่ได้ไม่ถึง 3 เดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจและสะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ SMEs ไทยถึง 96.7% โดยทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและกำลังซื้อลดลง หากปัญหานี้ยังคงยืดเยื้อ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยคาดการณ์ว่าอาจเห็นการลดแรงงาน เลิกจ้าง หรือแม้กระทั่งการปิดกิจการในอัตราที่รุนแรงกว่าช่วงวิกฤตโควิด-19
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเองก็ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานรวมกว่า 400,000 ล้านบาท โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร รวมถึง ผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเฉพาะ SMEs มาตรการเหล่านี้รวมถึงการเปิดให้ผู้ประกอบการขนส่งลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์เงินสนับสนุนเยียวยา และการออก ซอฟต์โลน วงเงิน 5,000 ล้านบาท รายละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจและประชาชนปรับตัวไปสู่การใช้ พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นแนวทางในการรับมือกับวิกฤตพลังงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
การรับมือกับสถานการณ์ต้นทุนพลังงานที่ผันผวนนี้ จำเป็นต้องอาศัยทั้งมาตรการบรรเทาในระยะสั้นและการปรับโครงสร้างในระยะยาว การหันมาพิจารณาการลงทุนในพลังงานทดแทนหรือการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในองค์กร จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ ผู้ประกอบการ SMEs ไม่ควรมองข้าม เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรีไทยหารือเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเรื่องความร่วมมือด้านพลังงานและการจัดหาน้ำมัน
นายกรัฐมนตรีหารือเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานและสำรวจแหล่งน้ำมันเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้ SMEs ไทย โดยเฉพาะในภาคพลังงานสะอาด

นโยบาย 5T ของกระทรวงการคลังเพื่อหนุนตลาดทุนไทยและเศรษฐกิจ
กระทรวงการคลังได้เปิดตัว นโยบาย 5T ในฐานะ Growth Story ใหม่ของตลาดทุนไทย มุ่งดึงดูด การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านกลไก Thailand FastPass พร้อมเสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากด้วย "5 นโยบายพลัส" เพื่อฟื้นกำลังซื้อและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยสู่เวทีโลก นโยบายเหล่านี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้างเสถียรภาพและกระตุ้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักลงทุนและภาคธุรกิจขนาดใหญ่

GPSC ปักหมุดอินเดีย เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในนิวเดลี เสริมแกร่งธุรกิจพลังงานสะอาด พร้อมเดินหน้า AEPL สู่เป้าหมาย IPO
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งเป็นแกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. ได้ประกาศยกระดับยุทธศาสตร์การเติบโตในระดับภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการเปิดสำนักงานตัวแทนแห่งใหม่ ณ กรุง นิวเดลี ประเทศอินเดีย

แร่แรร์เอิร์ธ" ขุมทรัพย์อนาคต: ทำไมไทยต้องเร่งพัฒนา และการลงนาม MOU กับสหรัฐฯ มีนัยยะอย่างไรต่อ SME ไทย?
ในยุคที่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาดกำลังขับเคลื่อนโลกอย่างรวดเร็ว แร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth Elements - REEs) หรือแร่หายาก ได้กลายเป็น "ขุมทรัพย์อนาคต" ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไฮเทค ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทยในการศึกษาและพัฒนาศักยภาพแร่ชนิดนี้

Monday Recap 25-31 ส.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ
สรุปข่าวธุรกิจสำคัญช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ที่ส่งผลต่อผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การเกษตร และเทคโนโลยี พร้อมแนวโน้มที่ควรจับตาเพื่อปรับกลยุทธ์รับมือความเปลี่ยนแปลง

แผนยุทธศาสตร์ BWG ปี 2569 สู่ New S-Curve และการสร้าง Ecosystem พลังงานสะอาด
BWG ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งสร้าง New S-Curve ด้วยการขยายฐานลูกค้าภาครัฐและเอกชน พร้อมป้อนเชื้อเพลิงขยะ (SRF) สนับสนุน Ecosystem พลังงานสะอาด ซึ่งจะสร้างโอกาสให้ SMEs ที่เกี่ยวข้อง
