เกาะกระแสชาโลก! TPSO ชี้ช่องผู้ประกอบการ ดันชาไทยสู่ตลาดสากล

เกาะกระแสชาโลก! TPSO ชี้ช่องผู้ประกอบการ ดันชาไทยสู่ตลาดสากล

กระแสรักสุขภาพทั่วโลกกำลังเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่เปิดโอกาสมหาศาลให้กับสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ชา" ที่วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ตอบจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) หรือ TPSO กระทรวงพาณิชย์ ชี้ตลาดชาโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 69,220.10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2572 ซึ่งเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกชา ผู้แปรรูป ไปจนถึงผู้ส่งออก ที่จะร่วมกันผลักดัน "ชาไทย" ให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก
 

ภาพรวมตลาดชาโลก: โอกาสที่กำลังเติบโต

ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ในปี 2567 ตลาดชาโลกมีมูลค่าสูงถึง 51,470 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยปีละ 6.1% โดยมีปัจจัยหนุนจากเทรนด์การดูแลสุขภาพที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจเครื่องดื่มจากธรรมชาติและมีคาเฟอีนในระดับที่เหมาะสม (Clean Caffeine) มากขึ้น โดยตลาดชาสมุนไพรและชาผลไม้ (Herbal/Fruit Tea) มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดถึง 22.8% ตามมาด้วยชาดำ (Black Tea) ที่ 19.5%

สำหรับประเทศไทยเองก็ไม่น้อยหน้า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค. - ส.ค.) มีการส่งออกชาและผลิตภัณฑ์รวมมูลค่ากว่า 53.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,762.6 ล้านบาท) ขยายตัวสูงถึง 21.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ กัมพูชา สหรัฐอเมริกา สปป.ลาว อินโดนีเซีย และเวียดนาม

ถอดรหัสเทรนด์ผู้บริโภค: กุญแจสู่ความสำเร็จในตลาดโลก

  • ชาเพื่อสุขภาพเฉพาะทาง (Functional Teas): นอกเหนือจากความผ่อนคลายทั่วไป ผู้บริโภคมองหาชาที่มีสรรพคุณเฉพาะเจาะจง เช่น ชาช่วยนอนหลับ ชาช่วยย่อย หรือชาบำรุงผิว
  • รสชาติแปลกใหม่จากธรรมชาติ (Natural & Exotic Flavors): การผสมผสานสมุนไพรและผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย เช่น ตะไคร้ ใบเตย มะม่วง สามารถสร้างความแตกต่างและดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี
  • ชาพร้อมดื่ม (Ready to Drink): ชาพร้อมดื่มที่หวานน้อย ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ และบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับความนิยมสูง
  • ความยั่งยืนและเรื่องราว (Sustainability & Storytelling): การสร้างเรื่องราวของแหล่งเพาะปลูก กระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนชุมชน จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ได้อย่างมหาศาล

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการไทย: จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ

  • สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกชา: ยกระดับสู่การเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ (Organic) และส่งเสริมชาสายพันธุ์ท้องถิ่นเพื่อสร้างเอกลักษณ์
  • สำหรับผู้ผลิตและแปรรูป: วิจัยและพัฒนาสูตรชาใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและรสชาติที่แปลกใหม่ ควบคู่กับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย
  • สำหรับผู้ส่งออก: ศึกษาตลาดเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง และใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก

กรณีศึกษา: แบรนด์ชาไทยที่ก้าวไกลในตลาดโลก

เพื่อให้เห็นภาพความสำเร็จที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือตัวอย่างของแบรนด์ชาไทยที่ใช้กลยุทธ์แตกต่างกันในการเจาะตลาดต่างประเทศ

1. ชาตรามือ (ChaTraMue) - ตำนานที่ขับเคลื่อนสู่สากลโดย CTM

  • กลยุทธ์: บริษัท ชาไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (CTM) ใช้ความแข็งแกร่งของแบรนด์ "ชาตรามือ" ที่เป็นตำนานและเป็นที่รู้จักในฐานะ "ต้นตำรับชาไทย" ต่อยอดจากการขายแค่ใบชาแห้งไปสู่การขยายธุรกิจแฟรนไชส์ร้านและคาเฟ่ในต่างประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสชาติชาไทยแท้ๆ พร้อมทั้งแตกไลน์สินค้าสู่ไอศกรีมและเมนูใหม่ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้า
  • ปัจจัยความสำเร็จ: การวางกลยุทธ์ขยายตลาดต่างประเทศที่ชัดเจนของ CTM โดยยังคงรักษาคุณภาพรสชาติดั้งเดิมของแบรนด์ ควบคู่ไปกับการปรับตัวสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
  • เว็บไซต์: www.chathai.com

2. ชาระมิงค์ (Raming Tea) - ชูจุดเด่นเกษตรอินทรีย์และแหล่งกำเนิด

  • กลยุทธ์: เจาะตลาดพรีเมียมในยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น โดยชูจุดขายของการเป็นชาออร์แกนิกจากแหล่งเพาะปลูกบนดอยเชียงดาว ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ การได้รับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล (USDA, EU Organic) เป็นใบเบิกทางสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในตลาดที่ใส่ใจสุขภาพและความยั่งยืน
  • ปัจจัยความสำเร็จ: การสร้างเรื่องราว (Storytelling) เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด คุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล และความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ทำให้สามารถวางตำแหน่งตัวเองในตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่มีกำลังซื้อสูงได้
  • เว็บไซต์: www.ramingtea.com

3. Chaidim (ใจดี) - สร้างแบรนด์ด้วยใจ สู่ตลาดชาออร์แกนิกพรีเมียม

  • กลยุทธ์: เจาะตลาดชาสมุนไพรและชาเพื่อสุขภาพ (Herbal & Wellness Tea) โดยเฉพาะ สร้างแบรนด์ให้มีความทันสมัยในระดับสากล นำเสนอชาออร์แกนิกที่ผสมผสานสมุนไพรไทยอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น ชาตะไคร้ ชามะลิ ชาอัญชันมะนาว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพทั่วโลก
  • ปัจจัยความสำเร็จ: การวางตำแหน่งแบรนด์ที่ชัดเจนในตลาดสุขภาพ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เรียบหรูสวยงาม และที่สำคัญคือการได้รับใบรับรองออร์แกนิกระดับสากล (USDA, EU, IFOAM) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือและส่งออกไปยังตลาดยุโรปและอเมริกา
  • เว็บไซต์: www.chaidim.com

 

ตลาดชาโลกคือโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่รอให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปคว้าไว้ การผนึกกำลังกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยอาศัยจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพและวัตถุดิบคุณภาพ ผสานกับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม จะสามารถผลักดันให้ "ชาไทย" กลายเป็นสินค้ายอดนิยมและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีการค้าโลกได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เงินบาทแข็งค่า 27 ต.ค. ธุรกิจไทยรับมืออย่างไร?

เงินบาทแข็งค่า 27 ต.ค. ธุรกิจไทยรับมืออย่างไร?

ค่าเงินบาทแข็งค่ารับข่าวเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ส่งผลต่อธุรกิจไทยโดยเฉพาะ SME ทั้งผู้นำเข้าและผู้ส่งออก บทความนี้แนะนำแนวทางรับมือและบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

5 นาที
เทรนด์ส่งออก “ธุรกิจสัตว์เลี้ยง” โอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

เทรนด์ส่งออก “ธุรกิจสัตว์เลี้ยง” โอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

เจาะลึกโอกาส “ธุรกิจสัตว์เลี้ยงไทย” ในตลาดโลก จากเทรนด์ Pet Humanization ที่หนุนสินค้าพรีเมียม บริการสุขภาพ และ Pet Tech เติบโต พร้อมชี้กลยุทธ์ยกระดับผู้ส่งออกไทยสู่ตลาดมูลค่าสูง

11 นาที
Think Trade Think DITP 105 : คิง เฟรช ฟาร์ม: เมื่อฟาร์มเล็ก ๆ มองเห็นตลาดโลก

Think Trade Think DITP 105 : คิง เฟรช ฟาร์ม: เมื่อฟาร์มเล็ก ๆ มองเห็นตลาดโลก

ถอดบทเรียนความสำเร็จของ คิง เฟรช ฟาร์ม จากฟาร์มออร์แกนิก 20 ไร่ สู่ผู้ส่งออกผลไม้ไทยพรีเมียมสู่ตลาดโลก ชี้กลยุทธ์คิดครบวงจรทั้งห่วงโซ่อุปทาน การลงทุนเทคโนโลยีตอบโจทย์มาตรฐานคู่ค้า กระจายความเสี่ยงพอร์ตผลไม้ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน พิสูจน์ว่าขนาดไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือระบบคิด

7 นาที
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดผลทดสอบชาไทย 15 แบรนด์ดัง พบสีสังเคราะห์ทุกตัวอย่าง

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดผลทดสอบชาไทย 15 แบรนด์ดัง พบสีสังเคราะห์ทุกตัวอย่าง

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยนิตยสารฉลาดซื้อ ได้เปิดเผยผลทดสอบ “สีในเครื่องดื่มชานมไทย” จากร้านเครื่องดื่มแบรนด์ดัง 15 แบรนด์ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 เพื่อเฝ้าระวังและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า พร้อมคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค

4 นาที
TISCO ESU เตือนไทยเสี่ยงผลกระทบภาษีสหรัฐฯ และนโยบาย America First

TISCO ESU เตือนไทยเสี่ยงผลกระทบภาษีสหรัฐฯ และนโยบาย America First

TISCO ESU เตือนนโยบาย 'America First' ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นความเสี่ยงระยะยาวต่อการค้าและการลงทุนของไทย แม้ศาลฎีกาจะสั่งยกเลิกภาษีบางประเภทและปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยแล้วก็ตาม

3 นาที
วิเคราะห์โอกาส-ความเสี่ยงธุรกิจไทย เมื่อ VISA ปฏิวัติระบบชำระเงินข้ามประเทศด้วย Stablecoin

วิเคราะห์โอกาส-ความเสี่ยงธุรกิจไทย เมื่อ VISA ปฏิวัติระบบชำระเงินข้ามประเทศด้วย Stablecoin

VISA ทดลองใช้ Stablecoin โอนเงินข้ามประเทศ ลดต้นทุนธุรกิจ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยบริหารเงินคล่องตัวขึ้นและขยายโอกาสส่งออกระดับโลก

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง