
คมนาคมเสนอกรอบเงินกู้ 2,665 ล้านบาท เยียวยาผู้ประกอบการขนส่ง เดินหน้า Solar Rooftop ขสมก. ลดต้นทุนพลังงาน
สรุปประเด็น
-
คมนาคมเสนอกรอบเงินกู้ 2,665 ล้านบาท: ขอกรอบวงเงินเพื่อดำเนิน 2 โครงการใหญ่ มุ่งเยียวยาผู้ประกอบการขนส่งระยะสั้น พร้อมปรับโครงสร้างต้นทุนพลังงานของรัฐวิสาหกิจในระยะยาว
-
มาตรการเยียวยาอุ้มขนส่ง 2.4 แสนคัน: จัดสรรวงเงิน 2,621.59 ล้านบาท บรรเทาภาระต้นทุนเชื้อเพลิงแก่รถขนส่งราว 243,043 คัน เป็นเวลา 4 เดือน เพื่อช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ
-
ลงทุน Solar Rooftop อู่ ขสมก. ลดค่าไฟระยะยาว: ใช้วงเงิน 44.4 ล้านบาท ติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ในอู่รถ ขสมก. เขต 1–8 เปลี่ยนค่าใช้จ่ายประจำเป็นการบริหารพลังงานยั่งยืน
-
สร้างโอกาสใหม่ใน Supply Chain พลังงานสะอาด: การขยายระบบ Energy Management ของภาครัฐช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจแก่ SME ผู้ให้บริการ EPC, ติดตั้ง BESS และบำรุงรักษาระบบพลังงานหมุนเวียน
กระทรวงคมนาคมเดินหน้าเสนอ 2 โครงการเพื่อขอใช้กรอบเงินกู้รวมประมาณ 2,665 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งและการลงทุนด้านพลังงานขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) สะท้อนแนวทางบริหารภาคขนส่งที่เดินหน้า 2 ด้านควบคู่กัน ได้แก่ การบรรเทาภาระต้นทุนในระยะสั้น และ การปรับโครงสร้างต้นทุนพลังงานในระยะยาว
ประเด็นสำคัญคือ ทั้ง 2 โครงการยังอยู่ในขั้นตอน เสนอขอกรอบเงินกู้ ดังนั้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นยังขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาและการดำเนินโครงการในระยะต่อไป
2 โครงการ 2 เป้าหมาย ลดแรงกดดันต้นทุนขนส่ง
โครงการแรกเป็นมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการขนส่ง วงเงิน 2,621.59 ล้านบาท ครอบคลุมผู้ประกอบการและยานพาหนะที่เข้าเกณฑ์รวมประมาณ 243,043 คัน โดยกำหนดระยะเวลาช่วยเหลือ 4 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570
สาระสำคัญของมาตรการอยู่ที่การช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของผู้ประกอบการในช่วงที่ต้นทุนด้านพลังงานและการดำเนินงานยังมีความผันผวน โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งที่ต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการเดินรถมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการให้บริการ
ในมุมเศรษฐกิจ การช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการขนส่งอาจมีผลต่อเนื่องไปยัง ต้นทุนโลจิสติกส์ของภาคธุรกิจ เพราะค่าขนส่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนตั้งแต่การผลิต การกระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งออก
ต้นทุนขนส่งไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประกอบการขนส่ง แต่สามารถส่งต่อไปยังราคาสินค้าและต้นทุนของธุรกิจตลอด Supply Chain ดังนั้น การดูแลภาคขนส่งจึงมีนัยต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม ผลต่อค่าโดยสารหรือค่าระวางขนส่งจริงจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างต้นทุนของแต่ละธุรกิจและสถานการณ์ราคาพลังงานในช่วงเวลานั้น จึงควรมองมาตรการนี้ในฐานะ กลไกช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน มากกว่าการรับประกันว่าจะสามารถตรึงราคาค่าบริการได้
Solar Rooftop ขสมก. เปลี่ยนต้นทุนพลังงานเป็นการลงทุนระยะยาว
อีกโครงการหนึ่งคือการจัดสรรวงเงินประมาณ 44.4 ล้านบาท สำหรับติดตั้ง Solar Rooftop พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) ในพื้นที่อู่รถโดยสารของ ขสมก. ครอบคลุมเขตการเดินรถ 1–8
แนวคิดสำคัญของโครงการแตกต่างจากมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการขนส่งอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาสภาพคล่องในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหาร ต้นทุนและการใช้พลังงานขององค์กรในระยะยาว
การติดตั้งโซลาร์เซลล์ช่วยให้สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในพื้นที่ ขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานสามารถเข้ามาช่วยบริหารการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับช่วงเวลาการผลิตและการใช้พลังงาน ทั้งนี้ ผลประหยัดที่เกิดขึ้นจริงจะขึ้นอยู่กับขนาดระบบ รูปแบบการใช้ไฟฟ้า และประสิทธิภาพของระบบที่ติดตั้ง
สำหรับ ขสมก. ซึ่งมีพื้นที่อู่และโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง การลงทุนลักษณะนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการบริหาร Energy Cost จากเดิมที่เป็นค่าใช้จ่ายประจำ ไปสู่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีเป้าหมายช่วยลดต้นทุนในอนาคต
จาก Energy Cost สู่ Energy Management
สิ่งที่น่าสนใจในเชิงธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่การติดตั้ง Solar Rooftop เพียงอย่างเดียว แต่คือการเปลี่ยนมุมมองจาก “ซื้อไฟฟ้า” ไปสู่ “บริหารพลังงาน”
สำหรับองค์กรที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และใช้ไฟฟ้าในปริมาณสูง การบริหารพลังงานสามารถประกอบด้วยหลายองค์ประกอบ ตั้งแต่ Solar Generation, Energy Storage, Energy Efficiency ไปจนถึงระบบบริหารจัดการพลังงาน
แนวทางดังกล่าวสามารถเป็นต้นแบบให้กับธุรกิจที่มีต้นทุนไฟฟ้าสูง เช่น โรงงาน คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า อาคารขนาดใหญ่ และธุรกิจโลจิสติกส์ โดยต้องพิจารณาความคุ้มค่าจากรูปแบบการใช้ไฟฟ้าและต้นทุนการลงทุนของแต่ละโครงการเป็นรายกรณี
การลงทุนพลังงานสะอาดในองค์กรไม่ได้มีเป้าหมายเพียงลดการปล่อยคาร์บอน แต่ยังสามารถเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุน หากออกแบบให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้พลังงานจริง
โอกาสใหม่ใน Supply Chain พลังงานและขนส่ง
ในมุมของภาคธุรกิจ การดำเนินโครงการลักษณะนี้ยังสร้างความต้องการต่อผู้ให้บริการในห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ ผู้รับเหมาระบบไฟฟ้า ผู้ติดตั้ง Solar Rooftop ผู้ให้บริการระบบกักเก็บพลังงาน ระบบควบคุมพลังงาน ไปจนถึงธุรกิจบำรุงรักษา
หากการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจขยายตัวมากขึ้น อาจช่วยสร้างตลาดให้กับผู้ประกอบการด้าน Clean Energy และ Energy Management เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สำหรับผู้ประกอบการ SME ในภาคพลังงาน โอกาสจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การขายอุปกรณ์ แต่ยังสามารถขยายไปสู่ธุรกิจ EPC, Operation & Maintenance, Energy Monitoring และ Energy Optimization ซึ่งเป็นบริการที่มีบทบาทต่อเนื่องตลอดอายุโครงการ
ขณะเดียวกัน สำหรับธุรกิจขนส่ง มาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนก็อาจช่วยให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการปรับตัวมากขึ้น ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถ การบริหารเส้นทาง การลดต้นทุนเชื้อเพลิง และการเตรียมพร้อมสู่ยานยนต์พลังงานสะอาด
จากมาตรการเยียวยาสู่การปรับโครงสร้างต้นทุน
การเสนอขอกรอบเงินกู้รวมประมาณ 2,665 ล้านบาท จึงสะท้อนโจทย์ของภาคขนส่งที่ต้องบริหารทั้ง “ต้นทุนวันนี้” และ “โครงสร้างต้นทุนในอนาคต”
วงเงิน 2,621.59 ล้านบาท มุ่งช่วยบรรเทาภาระของผู้ประกอบการขนส่งในช่วงเวลาที่กำหนด ขณะที่การลงทุน 44.4 ล้านบาท ใน Solar Rooftop และระบบกักเก็บพลังงานของ ขสมก. เป็นการวางโครงสร้างเพื่อบริหารต้นทุนพลังงานในระยะยาว
การบริหารภาคขนส่งในระยะต่อไปจึงอาจไม่ได้วัดกันเพียงว่า “ช่วยลดต้นทุนได้เท่าไร” แต่ต้องดูด้วยว่าองค์กรสามารถเปลี่ยนต้นทุนที่ผันผวนให้กลายเป็นต้นทุนที่บริหารจัดการได้มากขึ้นเพียงใด
สำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุน ประเด็นที่ควรติดตามจึงมีทั้ง ความคืบหน้าการอนุมัติกรอบเงินกู้ การดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และผลของโครงการพลังงานของ ขสมก. เพราะหากโครงการสามารถเดินหน้าได้ตามแผน ก็จะเป็นอีกตัวอย่างของการผสานมาตรการระยะสั้นเข้ากับการลงทุนระยะยาว เพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหารต้นทุนของระบบขนส่งไทยท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคง GDP ปี 2569 โต 2.0% เตือน MPI เสี่ยงหดตัวปีที่ 4 จากต้นทุนพลังงานและการแข่งขัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ที่ 2.0% แต่ภาคการผลิตยังเผชิญแรงกดดัน โดยการประเมินเดือนมิถุนายนชี้ MPI เสี่ยงหดตัว 0.5% เป็นปีที่ 4 ธุรกิจจึงต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพและบริหารต้นทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

GUNKUL Q2/2569 แข็งแกร่ง กวาดรายได้ 2,823 ล้านบาท โตแรง 42% รับแรงหนุน PDP พร้อมลงทุนพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐาน
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2569 ด้วยรายได้รวมสูงถึง 2,823 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 41.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีกำไรเพิ่มขึ้น 18.7%

สมาพันธ์ SME ไทย เรียกร้องรัฐบาลรื้อโครงสร้างพลังงาน หลังราคาน้ำมันพุ่งกระทบต้นทุนธุรกิจ
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยเรียกร้องรัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน หลังดีเซลพุ่งสูงทำลายสถิติ ส่งผลให้ธุรกิจ SMEs กว่า 70% ต้องแบกรับภาระต้นทุน และเสี่ยงปิดกิจการภายใน 3-6 เดือน

‘หนานชาง’ จากอำเภอไร้ทางออกทะเล สู่ประตูการค้าแห่งใหม่ของจีน
อำเภอหนานชางในมณฑลเจียงซี พลิกโฉมจากพื้นที่ไร้ทางออกสู่ทะเล สู่การเป็นประตูการค้าและศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคด้วยด่านบกนานาชาติหนานชาง ซึ่งเชื่อมโยงเส้นทางการค้ากว่า 25 เส้นทาง ครอบคลุม 134 ประเทศ ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

SJWD ขยาย Wine Storage เฟส 2 เพิ่มความจุ 70,000 ขวด รับตลาดไวน์ไทยโต หนุนธุรกิจจัดเก็บเฉพาะทาง
บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ (SJWD) รุกขยายบริการ Wine Storage เฟส 2 ที่ MeSpace Self Storage สาขาสยาม เพิ่มความจุรวมแตะ 70,000 ขวด รับดีมานด์ตลาดไวน์ไทยโตต่อเนื่อง ชูจุดเด่นระบบควบคุมมาตรฐานสากลและทำเลใจกลางเมือง สร้างรายได้ประจำมั่นคงพร้อมหนุนผู้ประกอบการลดต้นทุนคลังสินค้าเฉพาะทาง

CLT ผนึก AES Energy และ Yunfeng Financial Group ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาด หนุนธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
CLT ผนึกความร่วมมือ AES Energy และ Yunfeng Financial Group ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาดแบบบูรณาการ ผสานจุดแข็งด้านมาตรฐานตรวจวัด วิศวกรรม และเงินทุนพัฒนา Solar Rooftop รองรับภาคธุรกิจไทยปรับตัวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและมาตรฐาน ESG สากล
