ไขรหัสอนุมัติ: เคล็ดลับสร้างความน่าเชื่อถือที่ผู้ให้ทุนมองหา

ไขรหัสอนุมัติ: เคล็ดลับสร้างความน่าเชื่อถือที่ผู้ให้ทุนมองหา

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเปรียบเสมือนการเติมพลังงานให้เครื่องยนต์ของธุรกิจสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไม่สะดุด แต่สำหรับผู้ประกอบการขนาดย่อมและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หลายราย การเดินเข้าหาผู้ให้ทุน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ หรือนักลงทุน มักเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความเชื่อแบบเดิมๆ ว่า "ความน่าเชื่อถือ" จะถูกประเมินจากเฉพาะตัวเลขในงบการเงินที่สวยหรูหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันมูลค่ามหาศาลเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริง โลกของการเงินและการลงทุนยุคใหม่ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่าผู้ให้ทุนในปัจจุบันเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ "ข้อมูลที่ไม่ใช่การเงิน" (Non-financial Data) และการปรับตัวของธุรกิจเข้าสู่เกณฑ์ความยั่งยืนสีเขียวมากขึ้น เพื่อประเมินความเสี่ยงและมองหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของธุรกิจ บทความนี้จะพาทุกคนไปไขรหัสลับและเตรียมความพร้อมในการสร้างความน่าเชื่อถือแบบรอบด้าน เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสในการได้รับอนุมัติทุนอย่างมั่นใจ

ถอดรหัสเกณฑ์การประเมินความน่าเชื่อถือแบบรอบด้าน

ในการยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน หลักการพื้นฐานที่ธนาคารใช้ประเมินตัวตนและความเสี่ยงของผู้กู้อยู่เสมอคือหลักการวิเคราะห์สินเชื่อแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า หลักเกณฑ์ 5C ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือในแต่ละมิติดังนี้

- คุณลักษณะและความซื่อสัตย์ของผู้กู้ (Character): ผู้ให้ทุนจะพิจารณาประวัติและพฤติกรรมทางการเงินในอดีตเป็นลำดับแรก โดยตรวจสอบวินัยในการชำระหนี้ผ่านรายงานเครดิตบูโร ตลอดจนภาพลักษณ์และความซื่อสัตย์โปร่งใสในการทำธุรกิจของผู้บริหารและกรรมการบริษัท

- ความสามารถในการชำระหนี้ (Capacity): ประเมินความสามารถในการหารายได้เพื่อนำมาชำระคืนเงินกู้ โดยดูจากกระแสเงินสดหมุนเวียนจริง (Cash Flow) ยอดขายเฉลี่ย และความสม่ำเสมอของรายได้ที่ผ่านเข้าออกบัญชีธนาคารของบริษัท

- เงินทุนของกิจการ (Capital): สัดส่วนเงินทุนที่เจ้าของธุรกิจนำมาลงทุนเอง ยิ่งผู้ประกอบการมีสัดส่วนเงินทุนส่วนของเจ้าของในกิจการสูงเท่าใด ยิ่งแสดงถึงความตั้งใจจริงและความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงความพร้อมที่จะร่วมแบกรับความเสี่ยงร่วมกับผู้ให้ทุน

- หลักประกัน (Collateral): สินทรัพย์ทางกายภาพที่นำมาค้ำประกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ เช่น ที่ดิน อาคาร หรือเครื่องจักร นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีกลไกการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หรือการนำทรัพย์สินทางปัญญามาจดทะเบียนเป็นหลักประกันทางธุรกิจตามกฎหมายอีกด้วย

- เงื่อนไขและปัจจัยภายนอก (Conditions): สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรม และปัจจัยความเสี่ยงภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของธุรกิจ

สร้างแต้มต่อด้วยข้อมูลที่ไม่ใช่การเงิน

สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่อาจจะยังไม่มีงบการเงินที่สมบูรณ์แบบ หรือมีหลักทรัพย์ค้ำประกันในจำนวนจำกัด บทวิจัยเชิงลึกจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เสนอแนะแนวทางการสร้างความน่าเชื่อถือเพิ่มเติมโดยใช้ ข้อมูลที่ไม่ใช่การเงิน (Non-financial Data) มาเป็นเครื่องมือสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของผู้ประกอบการ ซึ่งธุรกิจสามารถรวบรวมและจัดระบบข้อมูลเหล่านี้เพื่อแสดงเป็นจุดแข็งต่อผู้ให้ทุนได้ดังนี้

- ข้อมูลพฤติกรรมการค้าบนระบบดิจิทัล (Digital Footprint): ข้อมูลการทำธุรกรรมค้าขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ประวัติการซื้อขายและชำระค่าสินค้ากับซัพพลายเออร์ ตลอดจนประวัติการชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์อย่างตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนถึงวินัยทางการเงินและระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริงของธุรกิจได้ดีไม่แพ้รายงานทางบัญชี

- ความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพของคู่ค้า (Supply Chain Connection): การมีพันธมิตรทางการค้าที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีชื่อเสียง หรือการมีสัญญาจ้างงานและการส่งมอบสินค้าในระยะยาวกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ให้ทุนว่าธุรกิจมีตลาดรองรับที่แน่นอนและมีความเสี่ยงต่ำที่จะขาดรายได้

- ความรู้ความเชี่ยวชาญของทีมงาน (Human Capital): ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรม และทักษะเฉพาะทางของผู้ประกอบการและทีมงานหลัก ตลอดจนใบรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือรางวัลที่ได้รับ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันว่ากิจการมีทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพเพียงพอในการนำพาธุรกิจให้เติบโต

ยกระดับความน่าเชื่อถือด้วยเกณฑ์ความยั่งยืนสีเขียว

ปัจจุบันประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญระดับโลก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่าผู้ให้ทุนและสถาบันการเงินในประเทศไทยเริ่มนำ กติกาคาร์บอนต่ำ มาปรับใช้เป็นหนึ่งในเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงเพื่อพิจารณาอนุมัติแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Finance)

ธุรกิจที่สามารถแสดงแผนงานการลดการปล่อยคาร์บอน การประหยัดพลังงาน หรือกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม จะได้รับการพิจารณาอนุมัติเงินทุนง่ายขึ้น และมีสิทธิ์ได้รับอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ผ่อนปรนเป็นพิเศษ การปรับตัวเพื่อเข้าสู่การเป็นธุรกิจสีเขียวจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกเพื่อภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่คือการสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงินรูปแบบใหม่ที่มีพลังสูงมากในปัจจุบัน

แผนกลยุทธ์การพิชิตใจผู้ให้ทุนแต่ละกลุ่ม

เพื่อให้ได้รับการอนุมัติเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ประกอบการควรปรับแนวทางการสร้างความน่าเชื่อถือให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการเฉพาะตัวของผู้ให้ทุนแต่ละประเภท:

- กลุ่มสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์: มุ่งเน้นความปลอดภัยของเงินต้นและความสามารถในการชำระหนี้คืนตรงเวลา สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำ ระบบบัญชีเดียว ที่แสดงรายรับรายจ่ายจริงอย่างโปร่งใส เสียภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อสะท้อนวินัยทางการเงินที่น่าเชื่อถือ โดยสามารถติดต่อเพื่อปรึกษาและขอสินเชื่อธุรกิจได้จากสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น [ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)](https://www.smebank.co.th), [ธนาคารออมสิน](https://www.gsb.or.th) หรือ [ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)] https://www.baac.or.th  สำหรับธุรกิจภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป

- กลุ่มทุนสนับสนุนจากภาครัฐ (Grants): มองหาคุณค่าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาเชิงสังคมหรือสร้างอิมแพคระดับประเทศได้จริง โดยไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรทางการเงินในระยะสั้นและไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องนำเสนอแผนงานพัฒนาเทคโนโลยีที่ชัดเจนและมีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างเป็นระบบ สามารถขอรับทุนสนับสนุนได้จาก [สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)] https://www.nia.or.th , [สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)](https://www.depa.or.th) หรือ [กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund)](https://tedfund.mhesi.go.th)

- กลุ่มเงินร่วมลงทุน (Venture Capital และ Angel Investors): มุ่งเน้นไปที่ศักยภาพการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Scalability) ขนาดตลาดเป้าหมายที่ใหญ่เพียงพอ และทีมผู้ก่อตั้งที่มีความยืดหยุ่นสูงพร้อมปรับเปลี่ยนแผนงานได้ตลอดเวลา โดยนักลงทุนกลุ่มนี้ต้องการเห็นแบบจำลองทางธุรกิจที่พิสูจน์แล้วว่ามีผู้ใช้งานจริงและสามารถทำซ้ำเพื่อขยายขอบเขตธุรกิจได้รวดเร็ว ผู้ประกอบการสามารถค้นหารายชื่อและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนักลงทุนได้ผ่าน [สมาคมไทยประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA)](http://www.investment.or.th)

แผนปฏิบัติการเร่งด่วนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ

เพื่อให้ธุรกิจของคุณมีความพร้อมและกลายเป็นเป้าหมายที่ดึงดูดผู้ให้ทุน นี่คือแผนการทำงานจริงที่ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นทำได้ทันที:

- ตรวจสุขภาพทางการเงินและประวัติเครดิต: ตรวจสอบรายงานเครดิตบูโรของทั้งตัวบุคคลและนิติบุคคลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีประวัติการค้างชำระหนี้ และรีบแก้ไขข้อมูลหากพบข้อผิดพลาดทันที

- เปลี่ยนผ่านการทำธุรกรรมสู่ระบบดิจิทัล: หลีกเลี่ยงการรับจ่ายเงินสดโดยไม่มีใบเสร็จรับเงิน ใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปและทำธุรกรรมทางการค้าผ่านระบบธนาคารทุกครั้ง เพื่อสร้างเส้นทางเดินของเงิน (Money Trail) ที่เป็นระบบและตรวจสอบย้อนกลับได้ง่าย

- สะสมและจัดเก็บข้อมูลที่ไม่ใช่การเงิน: เริ่มต้นรวบรวมประวัติการสั่งซื้อสินค้า สัญญาร่วมมือทางการค้า ประวัติผลงาน และข้อมูลสถิติผู้ใช้งานหรือลูกค้า เพื่อจัดทำเป็นพอร์ตโฟลิโอข้อมูลสนับสนุนที่แสดงถึงความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าและคู่ค้าในระบบนิเวศธุรกิจ

- ออกแบบและบันทึกเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างง่าย: ตั้งเป้าหมายการประหยัดพลังงานหรือการลดของเสียจากการผลิตภายในองค์กร บันทึกสถิติเป้าหมายที่ทำสำเร็จเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการขอรับเงินทุนหรือสินเชื่อสีเขียวซึ่งกำลังเป็นกระแสหลักในปัจจุบัน

หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ย เกณฑ์การพิจารณา และเงื่อนไขการให้ทุนสนับสนุนอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามนโยบายและสถานการณ์เศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรทำการศึกษารายละเอียดและตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละสถาบันการเงินหรือหน่วยงานผู้ให้ทุนโดยตรงอีกครั้งก่อนตัดสินใจยื่นขอทุน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง