
ปั้นทีมให้แกร่ง: กลยุทธ์ผู้นำในการพัฒนาศักยภาพคนและสร้างวัฒนธรรมแห่งชัยชนะ
สรุปประเด็น
ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนเปลี่ยนเร็วกว่าเข็มนาฬิกา องค์กรนับร้อยนับพันต่างรีบกระโจนเข้าใส่สิ่งใหม่ๆ เพื่อหวังจะตามโลกให้ทัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้มักจะเป็นความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า จากสถิติและบทเรียนการทำธุรกิจทั่วโลกพบว่า กว่า 70% ของการเปลี่ยนแปลงองค์กร (Transformation) ต้องพบกับความล้มเหลว เพียงเพราะผู้นำมุ่งเน้นไปที่การจัดหาเครื่องมือเทคโนโลยีราคาแพงมาใช้ แต่ละเลยเรื่องการสร้าง วัฒนธรรมองค์กร และหัวใจสำคัญที่สุดนั่นคือ "คน"
เมื่อ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกมิติ ผู้นำจะทำอย่างไรเพื่อ "ปั้นทีมให้แกร่ง" และพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่เหนือกว่าเดิม?
คำตอบที่เฉียบคมและผ่านการพิสูจน์จริงบนสมรภูมิธุรกิจไทยมาจาก คุณกระทิง - เรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ผู้ซึ่งเชื่อมั่นเสมอว่า "สินทรัพย์ที่ดีที่สุดขององค์กรไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัย แต่คือผู้คนและวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน" ด้วยแนวคิดการนำทัพอันลือเลื่องและกลยุทธ์ที่ลื่นไหลตามโลก ทำให้เขาสามารถนำพา KBTG ก้าวสู่การเป็น สถาบันเทคโนโลยีระดับภูมิภาค ได้อย่างแข็งแกร่ง
จากซิลิคอนแวลลีย์สู่วิกฤตดิจิทัลดิสรัปชัน
ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของไทย คุณกระทิงเคยใช้ชีวิตและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในดินแดนแห่งนวัตกรรมอย่าง ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) และทำงานในยักษ์ใหญ่อย่าง Google รวมถึงได้รับฉายาว่า "บิดาแห่งวงการสตาร์ทอัพไทย" (Godfather of Thai Startups) ประสบการณ์เหล่านั้นหล่อหลอมให้เขามี วิธีคิดแบบผู้ประกอบการ ที่เน้น ความคล่องตัวสูง มี สายตาเฉียบคมในการมองเห็นโอกาส และมีความ ยืดหยุ่นในการทำงาน
เมื่อเขาได้รับการทาบทามจากผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกสิกรไทยให้เข้ามาเป็นแม่ทัพใหญ่ของ KBTG ซึ่งเป็น ขุมกำลังสำคัญด้านเทคโนโลยี สิ่งที่คุณกระทิงมองเห็นไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องรหัสโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่เป็นปัญหาเชิงระบบขององค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานนับพันคน นั่นคือ การทำงานแบบแยกส่วนขาดการประสานงาน (Silos) และ ความตื่นตระหนกต่อการเข้ามาแทนที่ของเทคโนโลยี พนักงานต่างกังวลว่าความรู้เดิมของตนจะล้าสมัย และกลัวว่าตนเองจะไม่เป็นที่ต้องการขององค์กรอีกต่อไป
คุณกระทิงรู้ดีว่า หากพนักงานยังคงจมอยู่กับความกังวลและ ไม่มีความพร้อมทางด้านจิตใจ ต่อให้สรรหาเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดในโลกเข้ามา ก็ไม่มีวันที่จะสร้างสรรค์ นวัตกรรมชั้นยอด ได้จริง การเปลี่ยนผ่านองค์กรจึงต้องเริ่มต้นที่การ เปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) ของผู้นำและทีมงานก่อนเป็นอันดับแรก
เมื่อระบบที่ดีที่สุดก็สู้ 'ความเชื่อใจ' ที่มีต่อกันไม่ได้
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อโลกหมุนเข้าสู่ยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ทวีความสามารถขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในตอนแรก KBTG เคยขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ "การมุ่งเน้นที่ปัญญาประดิษฐ์เป็นอันดับแรก" (AI-First) แต่หลังจากที่เขาได้คลุกคลีและแก้ไขปัญหาร่วมกับทีมงานอย่างใกล้ชิด คุณกระทิงตัดสินใจปรับเปลี่ยนทิศทางใหม่ทั้งหมด สู่ยุทธศาสตร์ที่สมดุลและยั่งยืนกว่าเดิม นั่นคือ "การผสานพลังมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์" (Human-First x AI-First Transformation)
เพราะในวันที่ความรู้และข้อมูลทุกอย่างสามารถเข้าถึงได้ง่ายดายด้วยปัญญาประดิษฐ์ สิ่งเดียวที่จะสร้างความแตกต่างและเป็นแต้มต่อที่แท้จริงให้กับองค์กรคือ "ความไว้วางใจ" (Trust) ทั้งความไว้วางใจระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ความไว้ใจระหว่างพนักงานด้วยกันเอง และความน่าเชื่อถือที่ส่งต่อไปยังผู้รับบริการ
ผู้นำที่ชาญฉลาดในยุคนี้จึงไม่ใช่นักสั่งการ แต่ต้องเป็น ผู้สร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้คนกล้าทดลอง กล้าตัดสินใจ และไม่กลัวต่อความล้มเหลว การสร้าง "วัฒนธรรมแห่งผู้ชนะ" ของคุณกระทิงไม่ได้แปลว่าทุกคนห้ามแพ้ แต่หมายถึงทุกคนต้องพร้อมใจกันลุกขึ้นสู้ใหม่ทันทีที่ล้มลง เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนที่ไม่มีวันหมดไฟ
แนวทางการนำทีมและสร้างวัฒนธรรมผู้ชนะที่นำไปปรับใช้ได้จริง
บทเรียนและความสำเร็จจากการทรานส์ฟอร์มองค์กรอย่าง KBTG ได้รับการถอดรหัสออกมาเป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการคนและทีมงานที่ผู้นำทุกคนสามารถนำไปลงมือทำได้ทันทีดังนี้
สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทำงานให้คนกล้าล้มเหลวและเรียนรู้ใหม่
หากพนักงานทำงานด้วยความกลัวความผิดพลาด พวกเขาจะเลือกทำงานแบบเดิมๆ ที่ปลอดภัยและ ไร้ซึ่งนวัตกรรม ผู้นำต้องสถาปนา "พื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ" (Psychological Safety) ขึ้นมาในทีม โดยการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อความล้มเหลวให้กลายเป็น บทเรียนที่มีคุณค่า เมื่อพนักงานกล้าคิดนอกกรอบและรู้ว่าองค์กรพร้อมจะโอบรับความผิดพลาดที่เกิดจากการทดลองสิ่งใหม่ๆ ไอเดียสร้างสรรค์ ที่เปลี่ยนโลกจะพรั่งพรูออกมาเองโดยไม่ต้องบังคับ
ยกระดับพนักงานทุกคนให้เป็นผู้ใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูงในงานของตนเอง
อย่าปล่อยให้เทคโนโลยีเป็นหน้าที่ของแผนกไอทีเพียงแผนกเดียว ผู้นำยุคใหม่ต้องส่งเสริมให้ทุกคนในองค์กรเข้าถึงและฝึกฝนการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการทำงานประจำวัน (AI Superusers) เพื่อลดเวลาทำงานที่จำเจและเพิ่มเวลาในการ คิดเชิงกลยุทธ์ ผู้นำต้องสนับสนุนการจัดโปรแกรมฝึกฝนทักษะใหม่ (Upskill & Reskill) ที่เข้าใจง่ายและสอดคล้องกับหน้างานจริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขากำลัง เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยี ไม่ใช่ถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง
บริหารด้วยความไว้ใจและยกเลิกกระบวนการที่หยุมหยิม
หมดยุคของการจ้องจับผิดหรือควบคุมพนักงานแบบนาทีต่อนาที ผู้นำที่ดีต้องกำหนดทิศทางและ เป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน จากนั้นปล่อยให้ทีมงานมี อิสระในการหาวิธีการทำงานของตนเอง (Autonomy) การ ลดขั้นตอนการขออนุมัติที่ยุ่งยาก และการลดความเป็นระเบียบแบบแผนโบราณจะช่วยเพิ่ม ความเร็วในการทำงาน อย่างมหาศาล และที่สำคัญคือทำให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขา ได้รับความไว้วางใจ และ เป็นเจ้าของงาน นั้นจริงๆ
บ่มเพาะทัศนคติแบบพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลาแทนการคิดว่าตนเองรู้ดีที่สุด
วัฒนธรรมองค์กรที่ดีต้องขับเคลื่อนด้วยความสงสัยใคร่รู้ ผู้นำต้องเปลี่ยนวิธีคิดของทีมจากการทำตัวเป็น "ผู้รู้ทุกเรื่อง" (Know-it-all) ให้กลายเป็น "ผู้เรียนรู้ทุกเรื่อง" (Learn-it-all) สนับสนุนให้มีการ แลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ข้ามสายงาน อย่างเปิดเผยและโปร่งใส พนักงานทุกคนต้องมองเห็นภาพข้อมูลและปัญหาเดียวกัน เพื่อให้สามารถ วิเคราะห์และตัดสินใจร่วมกัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
การเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด
"Transformation never ends" หรือ การเปลี่ยนแปลงไม่มีวันสิ้นสุด คือข้อคิดเตือนใจที่ทรงพลังที่สุดที่คุณกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล ฝากไว้ให้กับผู้นำในโลกธุรกิจยุคนี้
การจะสร้าง ทีมที่แข็งแกร่ง และ วัฒนธรรมแห่งผู้ชนะ ได้สำเร็จ ไม่ใช่เรื่องของการกำหนดนโยบายแล้วจบไปในหนึ่งปี แต่เป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องในการ ปรับตัว ปรับทักษะ และ หล่อเลี้ยงจิตใจของพนักงาน ให้มีความสุขและมีพลังสร้างสรรค์ เมื่อใดที่ผู้คนในองค์กรก้าวข้ามผ่านความกลัว มีทักษะที่พร้อมรบ และทำงานร่วมกันด้วย ความไว้วางใจ เมื่อนั้นองค์กรของคุณก็พร้อมที่จะพิชิตทุกชัยชนะในทุกสมรภูมิการแข่งขันอย่างไร้ขีดจำกัด
ข้อมูลอ้างอิง:
- True Digital Academy. (2025). KBTG ถอดบทเรียน AI-First สู่แนวคิดใหม่ที่เห็น 'คน' เป็นศูนย์กลาง. True Digital Academy. https://www.truedigitalacademy.com/blog/kbtg-humanxai-transformation-ppc2025
- MarketThink. (2024). ถอดกลยุทธ์ Human-first x AI-first Transformation หมัดเด็ดที่ KBTG ใช้พิชิตเป้าหมายองค์กรระดับโลกใน 3 ปี. MarketThink. https://www.marketthink.co/51329
- The People. (2022). เรืองโรจน์ พูนผล: บริหาร KBTG ด้วยความเชื่อว่าถ้าไม่มีก็ต้องสร้างเอง. The People. https://www.thepeople.co/read/50058
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนเผยข้อมูล สะท้อนเศรษฐกิจครึ่งปีแรก 2026 โตต่อเนื่อง
ศูนย์ข้อมูลแห่งชาติจีน (SIC) เผยเศรษฐกิจครึ่งแรกของปี 2026 เติบโตมั่นคง การบริโภคออฟไลน์ฟื้นตัว 2.7% ขณะที่การลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทคและเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า เช่น AI และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ พุ่งทะยานกว่า 118.4%

BDI เดินหน้า “The UP” หนุน SMEs ไทยใช้ Big Data – AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
BDI ขานรับนโยบาย Quick Win ของรัฐบาล ผลักดันโครงการ The UP: Unlock Potential with Data เสริมศักยภาพ SMEs ไทยใช้ Big Data และ AI สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

เวียดนามพลิกเกมอุตสาหกรรม: โฮจิมินห์ซิตี้สู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีอาเซียน
เวียดนามเดินหมากใหญ่ ปรับโครงสร้างนิคมอุตสาหกรรมโฮจิมินห์ ดึงทุนระดับโลก สร้างฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้าดึงเงินลงทุนกว่า 21,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมท้าทายความสามารถแข่งขันของไทยในทศวรรษใหม่

รักษ์ป่าน่าน: บนเส้นทางสู่การแก้ปัญหาป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน
ถอดบทเรียน 30 ปี โครงการรักษ์ป่าน่าน การแก้ปัญหาวิกฤตป่าต้นน้ำเจ้าพระยาผ่านมุมมองเศรษฐศาสตร์ปากท้อง ผสานพลังภาวะผู้นำ 3 ระดับ จากวิสัยทัศน์ ร.9 สู่การทรงงานต่อเนื่องของกรมสมเด็จพระเทพฯ และการบริหารวัดผลได้จริงของ บัณฑูร ล่ำซำ เพื่อสร้างกลไกส่งไม้ต่อความยั่งยืนข้ามรุ่น

สมรภูมิการค้าแบ่งขั้วอำนาจ กลยุทธ์กระจายห่วงโซ่อุปทานเพื่อทางรอดของธุรกิจไทย
วิเคราะห์เจาะลึกวิกฤตการณ์แบ่งขั้วอำนาจทางการค้าระดับโลก (Decoupling) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน พร้อมนำเสนอ 3 กลยุทธ์เชิงรุกในการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานสำหรับผู้บริหารและผู้นำองค์กรไทย เพื่อปกป้องธุรกิจจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และปรับตัวสู่ความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

รายงาน Supply Chain Financing ของซิตี้และเทรนด์การค้าโลกยุค AI
รายงานของ Citi เผยการค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฮับซัพพลายเชนแห่งใหม่ที่ธุรกิจทั่วโลกจับตา ผู้ประกอบการไทยจึงควรคว้าโอกาสและปรับตัวรับเทรนด์ AI
