
EV จีนรุกตลาดสหราชอาณาจักรต่อเนื่อง นักวิชาการชี้แบตเตอรี่คือจุดแข็งสำคัญ
สรุปประเด็น
ลอนดอน, 15 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) เดวิด เบลีย์ อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจประจำมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมของสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่ายานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ผลิตในจีนกำลังปรากฏให้เห็นในตลาดสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น โดยแบรนด์จีนขยับสถานะจากผู้เล่นชายขอบสู่ผู้ท้าชิงหลักอย่างชัดเจน
เบลีย์ให้สัมภาษณ์ความคิดเห็นดังกล่าวหลังจากสมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ายานยนต์ของสหราชอาณาจักร (SMMT) เผยแพร่ข้อมูลสถิติว่ายานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีนครองส่วนแบ่งตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมกราคม-เมษายนของปี 2026
สมาคมฯ ระบุว่าแบรนด์จีนอย่างบีวายดี (BYD) และเจคู (Jaecoo) มียอดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าในสหราชอาณาจักรในช่วง 4 เดือนแรก จำนวน 30,480 คัน คิดเป็นร้อยละ 17.4 ของยอดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในช่วงดังกล่าว หากนับรวมแบรนด์ที่มีบริษัทจีนเป็นเจ้าของ เช่น วอลโว่ (Volvo) โพลสตาร์ (Polestar) และโลตัส (Lotus) ยอดจำหน่ายโดยรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 40,222 คัน หรือร้อยละ 22.7 ของยอดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในช่วงดังกล่าว เบลีย์กล่าวว่าผู้ผลิตจากจีนได้รับประโยชน์จากจุดแข็งด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กลายเป็นตัวเลือกใหม่ๆ ที่เชื่อถือได้ของผู้บริโภค โดยเฉพาะจุดแข็งด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่
นอกจากนั้นปัจจุบันผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของจีนไม่เพียงแข่งขันด้านราคาที่จับต้องได้ แต่ยังแข่งขันด้านระยะทางการขับขี่ ซอฟต์แวร์ และการออกแบบยานพาหนะอีกด้วย เบลีย์มองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกได้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านอำนาจครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และจีนไม่ได้เป็นเพียงผู้ส่งออกรถยนต์เท่านั้นอีกต่อไป แต่เป็นผู้ส่งออกระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด
ทั้งนี้ เบลีย์ชี้ว่าบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าของสหราชอาณาจักรและจีนยังมีโอกาสร่วมมือด้านการลงทุนและการผลิตอยู่มาก โดยฝั่งจีนสามารถมองหาโอกาสประกอบยานยนต์ในสหราชอาณาจักรตามเป้าหมายขยายฐานการผลิตในต่างประเทศและการเป็นที่รู้จักในตลาดท้องถิ่นต่างประเทศเพิ่มขึ้น เบลีย์เสริมว่าการที่แบรนด์จีนจะเข้ามาตั้งฐานประกอบยานยนต์ในสหราชอาณาจักรไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ความร่วมมือลักษณะดังกล่าวอาจช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านยานยนต์ไฟฟ้าและห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ของสหราชอาณาจักร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Mercedes‑Benz C‑Class EV: “เบบี้เบนซ์ยุคไฟฟ้า” จุดเริ่มต้นใหม่ของผู้บริหารรุ่นใหม่ในตลาดซีดานหรู
ถอดสเปก Mercedes-Benz C-Class EV ซีดานไฟฟ้า 800V วิ่งไกลกว่า 760 กม. ชาร์จไวตอบโจทย์โลกธุรกิจ พร้อมห้องโดยสารระบบดิจิทัล MBUX Hyperscreen 39.1 นิ้ว และระบบ AI อัจฉริยะ คันแรกที่ใช่สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ยุคปัจจุบัน พร้อมย้อนรอยตำนานจากยุค "เบบี้เบนซ์" 190 E สู่ประตูบานแรกของผู้นำรุ่นใหม่ในยุคยานยนต์ไฟฟ้า

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เป็นกลไกสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย คาดดันยอดขายรวม 600,000 คัน พร้อมสร้างโอกาสมหาศาลแก่ SMEs ในยุคยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ทิศทางการดำเนินงาน และก้าวแห่งอนาคตของ DTN
ปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ฉบับใหม่ 4 ฉบับ ได้แก่ ความ ตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) FTA ไทย ปากีสถาน FTA ไทย ตุรกี และ BIMSTEC (บังคลาเทศ อินเดีย เมียนมา ศรีลังกา ภูฏาน เนปาล และไทย) รวมทั้งอยู่ระหว่างศึกษาและรับฟังความเห็น เพื่อพิจารณาเรื่องการเปิดเจรจา FTA ฉบับใหม่ เช่น FTA ไทย สหภาพยุโรป (EU) FTA ไทย สมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) FTA ไทย สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) และ FTA ไทย สหราชอาณาจักร เป็นต้น

จำนวน 'เศรษฐี UK เงินล้าน' ร่วงต่ำสุด นับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008
สถาบันอดัม สมิธ เผยรายงาน Millionaire Tracker ชี้จำนวนเศรษฐีเงินปอนด์ในสหราชอาณาจักรลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 เหลือเพียงราว 4.42 แสนคน ลดลง 7% จากปี 2024 ผลจากราคาสินทรัพย์ร่วง อัตราการออมต่ำ และการแห่ย้ายประเทศของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงเพื่อหนีอัตราภาษีที่สูงขึ้น

เอ็กซ์เผิง รุกตลาด EV ไทย เปิดโชว์รูม ‘เพชรเกษม’ พร้อมขยายคลังอะไหล่ 3 เท่า
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กำลังตอกย้ำกลยุทธ์เชิงรุกในการเข้ายึดส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งใหม่ในชื่อ "เอ็กซ์เผิง เพชรเกษม" การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกโดยเฉพาะ

คิงชาร์ลส์จ่ายภาษี 12.9 ล้านปอนด์ เป็นประมุขสหราชอาณาจักรพระองค์แรกที่เปิดเผยยอดจ่ายภาษี
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็นกษัตริย์สหราชอาณาจักรพระองค์แรกที่เปิดเผยยอดการชำระภาษีต่อสาธารณชน โดยทรงจ่ายภาษีส่วนพระองค์กว่า 30 ล้านปอนด์นับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ พร้อมเผยแหล่งรายได้ของราชวงศ์เพื่อเพิ่มความโปร่งใสทางการเงิน
