
บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
สรุปประเด็น
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย คาดดันยอดขายรวมทั้งปีสู่ 600,000 คัน ไฮไลต์อยู่ที่การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากกว่า 10 รุ่น สะท้อนเทรนด์พลังงานใหม่ชัดเจน งานนี้สร้างโอกาสมหาศาลแก่ SMEs ในห่วงโซ่อุปทานและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ที่มองหารถเพื่อการพาณิชย์ และยังกระตุ้นให้ SMEs เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้า
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2569 ได้รับการจับตาในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน และนายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของงานนี้ที่ไม่ใช่เพียงเวทีแสดงนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก แต่ยังเป็นแรงกระตุ้นยอดขายและขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดของอุตสาหกรรมให้คึกคักอย่างยั่งยืน
เทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดันตลาดคึกคัก
หนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นและชัดเจนที่สุดในงานปีนี้คือการมุ่งสู่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีการเปิดตัวรถยนต์ EV รุ่นใหม่จากค่ายผู้ผลิตชั้นนำทั่วโลกมากกว่า 10 รุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแบรนด์จีนอย่าง CHANGAN Automobile การหลั่งไหลเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากสะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับต่อกระแสพลังงานทางเลือกและราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงความพร้อมของตลาดที่จะก้าวไปสู่ Future Mobility ที่ยั่งยืน ซึ่งบริษัทอย่าง MGC-ASIA ก็เข้าร่วมงานเพื่อผลักดันกลุ่ม Luxury x EV อย่างเต็มที่
เป้าหมายยอดขายรถปีนี้และบทบาทสถาบันการเงิน
ทางด้านเป้าหมายของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปีนี้ กรุงศรี ออโต้ คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 600,000 คัน การเข้าร่วมงานของสถาบันการเงินและผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ อาทิ TOYOTA ที่มาพร้อมข้อเสนอและแคมเปญพิเศษมากมาย ล้วนมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อและผลักดันให้ยอดขายบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ
มอเตอร์โชว์: เครื่องยนต์ขับเคลื่อนโอกาสให้ SMEs
สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) งานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองอย่างแท้จริง การที่งานทำหน้าที่เป็นกลไกในการ "สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทาน" นั้นหมายถึงประโยชน์ที่ส่งผ่านไปยัง SMEs ที่อยู่ในภาคส่วนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้ให้บริการซ่อมบำรุง หรือธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ในระบบนิเวศยานยนต์ นอกจากนี้ SMEs ในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ก็สามารถใช้เวทีนี้ในการสำรวจและเลือกรถเพื่อการพาณิชย์ที่เหมาะสม เช่น SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ที่เป็นที่นิยม ซึ่งจัดแสดงในงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ
SMEs กับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า
การเปลี่ยนแปลงสู่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งที่ SMEs ควรให้ความสนใจและเตรียมพร้อมรับมือ การที่รถยนต์ EV รุ่นใหม่เปิดตัวมากมายบ่งชี้ถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการสถานีชาร์จ การพัฒนาบริการซ่อมบำรุงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ หรือแม้กระทั่งการลงทุนในธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ SMEs ควรศึกษาและปรับตัวเพื่อคว้าโอกาสจากเทรนด์นี้ เพื่อให้สามารถเติบโตและยั่งยืนในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานใหม่ได้อย่างมั่นคง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอ็กซ์เผิง รุกตลาด EV ไทย เปิดโชว์รูม ‘เพชรเกษม’ พร้อมขยายคลังอะไหล่ 3 เท่า
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กำลังตอกย้ำกลยุทธ์เชิงรุกในการเข้ายึดส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งใหม่ในชื่อ "เอ็กซ์เผิง เพชรเกษม" การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกโดยเฉพาะ

Mercedes‑Benz C‑Class EV: “เบบี้เบนซ์ยุคไฟฟ้า” จุดเริ่มต้นใหม่ของผู้บริหารรุ่นใหม่ในตลาดซีดานหรู
ถอดสเปก Mercedes-Benz C-Class EV ซีดานไฟฟ้า 800V วิ่งไกลกว่า 760 กม. ชาร์จไวตอบโจทย์โลกธุรกิจ พร้อมห้องโดยสารระบบดิจิทัล MBUX Hyperscreen 39.1 นิ้ว และระบบ AI อัจฉริยะ คันแรกที่ใช่สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ยุคปัจจุบัน พร้อมย้อนรอยตำนานจากยุค "เบบี้เบนซ์" 190 E สู่ประตูบานแรกของผู้นำรุ่นใหม่ในยุคยานยนต์ไฟฟ้า

EVIVA สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีน เปิดสถานีชาร์จเร็วพิเศษแห่งแรกในไทย
EVIVA แบรนด์สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เปิดตัวสถานีชาร์จเร็วพิเศษแห่งแรกในประเทศไทย ณ ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเทคโนโลยีชาร์จแบบระบายความร้อนด้วยของเหลว รองรับ 40 ช่องชาร์จ ชูจุดเด่นชาร์จเร็วระดับสูง ตอบโจทย์การเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทย และต่อยอดความร่วมมือด้านพลังงานสีเขียวในอนาคต

“ผู้นำด้าน AI” กับเดิมพันค่าตอบแทน 1 ล้านล้านดอลลาร์
Tesla เปิดศักราชใหม่ด้วยแผนค่าตอบแทนสูงสุด 1 ล้านล้านดอลลาร์ให้ Elon Musk หากบรรลุเป้าหมายสุดโหดภายใน 10 ปี เช่น ผลิตรถ 20 ล้านคัน เปิด Robotaxi 1 ล้านคัน และเพิ่มมูลค่าบริษัทเป็น 8.5 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน AI และหุ่นยนต์

มาตรการรัฐบาลไทยหนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฮบริดและ EV พร้อมผลักดันไทยเป็นฐานการผลิต
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สำคัญของภูมิภาค สะท้อนจากข้อมูลล่าสุดของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เปิดเผยยอดอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม EV ณ เดือนพฤษภาคม 2569

บีโอไอไฟเขียว "ออโต้อัลลายแอนซ์" ลงทุน 7 พันล้านบาท ดันไทยฐานการผลิตหลัก Mazda MHEV
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้อนุมัติโครงการลงทุนกว่า 7.4 พันล้านบาท ของบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของมาสด้า เพื่อยกระดับโรงงานรองรับการผลิตรถยนต์ Mild Hybrid Electric Vehicle (MHEV) โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับ MHEV ทั้งเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก การลงทุนครั้งสำคัญนี้ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการส่งออกของประเทศในระยะยาว
