
ก้าวสำคัญโลจิสติกส์อาเซียน! ‘เอ็นเอ็กซ์ โลจิสติคส์จับมือ ‘JR Freight’ ทดสอบวิ่งรถไฟข้ามพรมแดน ไทย-ลาว
สรุปประเด็น
ในยุคที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าที่สำคัญของโลก การพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ มั่นคง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตหลักและฮับโลจิสติกส์ของภูมิภาค ที่ผ่านมาเราได้เห็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาทางคู่ การขยายเส้นทาง และการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้า ซึ่งทำให้ “การขนส่งทางรถไฟ” กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตาในฐานะการขนส่งแบบ Green Logistics ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน
ล่าสุด บริษัท นิปปอน เอ็กซ์เพรส โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “เอ็นเอ็กซ์ โลจิสติคส์ ประเทศไทย” (NX Logistics Thailand) บริษัทในกลุ่ม นิปปอน เอ็กซ์เพรส โฮลดิงส์ อิงค์ (NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC.) ยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ได้ประกาศเข้าร่วมโครงการทดสอบสาธิตเดินรถไฟข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว ซึ่งดำเนินการโดย บริษัทรถไฟขนส่งสินค้าญี่ปุ่น (Japan Freight Railway Company หรือ JR Freight) โดยได้มีพิธีปล่อยขบวนรถไฟอย่างเป็นทางการ ณ สถานีชลบุรี เมื่อวันอังคารที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการดำเนินงานจริง
ทลายกำแพงความซับซ้อน มุ่งสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์
แม้ว่าการขนส่งสินค้าทางรถไฟในประเทศไทยจะมีแนวโน้มเติบโตและได้รับการสนับสนุน แต่ในทางปฏิบัติสำหรับผู้ส่งสินค้า โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติและบริษัทญี่ปุ่น ยังคงเผชิญกับ ความท้าทายจากความซับซ้อนของขั้นตอนและกฎระเบียบต่างๆ ทำให้การขนส่งทางรถไฟ ยังไม่ถูกเลือกใช้เป็นอันดับแรกๆ
ด้วยเหตุนี้ เอ็นเอ็กซ์ โลจิสติคส์ ประเทศไทย จึงเล็งเห็นความจำเป็นใน การทดสอบระบบด้วยการดำเนินงานจริง (Trial Run) เพื่อศึกษาและส่งเสริมความคิดริเริ่มต่างๆ ร่วมกับ JR Freight ในการพัฒนาธุรกิจการขนส่งสินค้าทางรถไฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ ราบรื่นและได้มาตรฐานสากล
เจาะลึกภาพรวมการทดสอบสาธิต “ชลบุรี - ท่าบกท่านาแล้ง”
การทดสอบในครั้งนี้เป็นการวิ่งรถไฟขนส่งสินค้าแบบไป-กลับ ระหว่าง สถานีชลบุรี (ประเทศไทย) กับ สถานีท่าบกท่านาแล้ง (ประเทศลาว) รวมระยะทางการขนส่งประมาณ 650 กิโลเมตร โดยใช้ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าประจำของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
ไฮไลต์สำคัญคือการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ของ เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป ที่บรรทุกพาเลทเหล็กจำนวน 16 พาเลท ซึ่งมีการติดตั้งอุปกรณ์บันทึกข้อมูลประสิทธิภาพสูง (Data Logger) ทำหน้าที่ตรวจวัดสภาพแวดล้อมและค่าทางกายภาพต่างๆ ตลอดเส้นทางโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น แรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิ, ความชื้น และแรงกระแทก เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์คุณภาพการขนส่งอย่างแม่นยำ
สำหรับรายการตรวจสอบหลักในภารกิจนี้ ครอบคลุมตั้งแต่:
-
ขั้นตอนการผ่านพิธีการศุลกากรข้ามแดน
-
คุณภาพและความปลอดภัยในการขนส่ง (แรงสั่นสะเทือนและปัจจัยภายนอก)
-
ระยะเวลาและต้นทุนในการขนส่งจริง
-
เอกสารที่เกี่ยวข้องและการวางรูปแบบการดำเนินงาน (Operation Model) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

เชื่อมต่อโครงข่ายราง: โอกาสทองที่เปิดกว้างตั้งแต่รายใหญ่ถึง SME
การขับเคลื่อนโครงข่ายรถไฟเชื่อมไทย-ลาวของยักษ์ใหญ่อย่าง เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน ของบริษัทข้ามชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่สอดรับกับ เทรนด์การขนส่งทางรางในภูมิภาคที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในทิศทางเดียวกับการเปิดเส้นทางรถไฟจีน-ลาว ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเปิดตัว บริการขนส่งพัสดุผ่านรถไฟจีน-ลาว เพื่อรองรับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (อ่านเพิ่มเติมได้ที่: โอกาสเชิงยุทธศาสตร์: จาก “รถไฟ” สู่ “แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามแดน”) ซึ่งช่วยให้ ผู้ประกอบการ SME ของไทยสามารถส่งออกสินค้าไปยัง สปป.ลาว และทะลุไปถึงตลาดจีนได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนที่ถูกลง
ดังนั้น การที่ภาคเอกชนระดับโลกเข้ามาทดสอบและ ทลายข้อจำกัดเชิงระบบในการขนส่งไทย-ลาว ย่อมส่งผลดีในภาพรวม ทำให้ การเชื่อมโยงระบบรางในอาเซียนมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในอนาคต และกลายเป็น ทางเลือกที่จับต้องได้สำหรับภาคการส่งออกทุกระดับ
เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาบริการด้านโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมทั้งขับเคลื่อนแนวคิดริเริ่มที่ มุ่งสู่การสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ซึ่งนับจากนี้ เส้นทางขนส่งทางรถไฟข้ามพรมแดนไทย-ลาว อาจกลายเป็น เส้นเลือดใหญ่เส้นใหม่ของภาคการส่งออกอาเซียน ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียว
มุ่งสู่การสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ซึ่งนับจากนี้ เส้นทางขนส่งทางรถไฟข้ามพรมแดนไทย-ลาว อาจกลายเป็น เส้นเลือดใหญ่เส้นใหม่ของภาคการส่งออกอาเซียน
เอ็นเอ็กซ์ กรุ๊ป ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาบริการด้านโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมทั้งขับเคลื่อนแนวคิดริเริ่มที่มุ่งสู่การสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ซึ่งนับจากนี้ เส้นทางขนส่งทางรถไฟข้ามพรมแดนไทย-ลาว อาจกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่เส้นใหม่ของภาคการส่งออกอาเซียนที่ปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียว
บทสรุปผู้บริหาร
เอ็นเอ็กซ์ โลจิสติคส์ ประเทศไทย (NX Logistics Thailand) ผนึกกำลัง JR Freight เปิดมิติใหม่แห่งวงการโลจิสติกส์อาเซียน ด้วยการเดินหน้าทดสอบสาธิตการขนส่งสินค้าทางรถไฟข้ามพรมแดน (Trial Run) เส้นทางชลบุรี-ท่าบกท่านาแล้ง (สปป.ลาว) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ ทลายกำแพงความซับซ้อนด้านพิธีการศุลกากร และประเมินคุณภาพการขนส่งด้วยเทคโนโลยี Data Logger ขั้นสูง โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงข่ายการขนส่งทางรางแบบ Green Logistics ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดประตูโอกาสทองให้กับภาคธุรกิจทุกระดับตั้งแต่บริษัทข้ามชาติไปจนถึงกลุ่ม SME ไทย ในการรุกตลาดส่งออกข้ามพรมแดนได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง:
- กองบรรณาธิการ Business Leader. (2569, 25 มิถุนายน). โอกาสเชิงยุทธศาสตร์: จาก “รถไฟ” สู่ “แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามแดน”. Business Leader. https://businessleader.co/industry-insight/exporting/china-laos-railway-parcel-service-thai-sme
- ThaiPR.NET. (2569, 7 กรกฎาคม). เอ็นเอ็กซ์ โลจิสติคส์ ประเทศไทย เข้าร่วมการทดสอบสาธิตเดินรถไฟข้ามพรมแดนไทย-ลาว โดยบริษัทรถไฟขนส่งสินค้าญี่ปุ่น. https://www.thaipr.net/logistics/3738175
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โอกาสเชิงยุทธศาสตร์: จาก “รถไฟ” สู่ “แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามแดน”
พื้นที่อย่างหนองคาย อุดรธานี นครพนม มุกดาหาร มีศักยภาพเป็นศูนย์รวบรวมสินค้าเกษตรแปรรูป OTOP สินค้าไลฟ์สไตล์ และแบรนด์ออนไลน์จากจังหวัดโดยรอบ ก่อนเข้าสู่ระบบตู้พัสดุรถไฟไปยังลาวและต่อไปจีนตอนใต้ เช่น ยูนนาน สิชวน. หากออกแบบระบบให้ผู้ผลิตรายเล็กสามารถนำสินค้ามาฝากที่จุด drop‑off และให้ผู้ให้บริการ fulfillment ดูแลต่อจนถึงลูกค้าในลาว/จีน จะลด friction และข้อจำกัดที่ SME เผชิญอย่างมาก.

ทางรถไฟจีน-ลาว รับทัพผู้โดยสารข้ามพรมแดน รวมกว่า 73 ล้านครั้ง
ทางรถไฟจีน-ลาวมีผู้โดยสารสะสมกว่า 73 ล้านครั้ง นับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2021 พร้อมรองรับการเดินทางข้ามพรมแดนกว่า 8.4 แสนครั้ง เสริมการเชื่อมโยงจีน-ลาวด้านท่องเที่ยว การค้า และโลจิสติกส์ โดยบริการรถไฟระหว่างประเทศคุนหมิง-เวียงจันทน์ยังเติบโตต่อเนื่องในปี 2026
