
วว. ติดปีกสตาร์ทอัพไทย ขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร
สรุปประเด็น
-
วว. และหน่วยงาน อว. เร่งติดปีกสตาร์ทอัพไทย: มุ่งผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจไทยในระดับสากล
-
NIA ผนึกออมสินดันผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาด ESG: ยกระดับศักยภาพธุรกิจตามมาตรฐานความยั่งยืน เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและนักลงทุนระดับโลก
-
สวทช. จับมือ กสอ. ยกระดับเกษตรและอาหาร: ดึงนวัตกรรมปรับปรุงกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน สร้างความมั่นคงทางอาหารและเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย
-
ที่อยู่ (สำนักงานใหญ่ เทคโนธานี): 35 หมู่ 3 เทคโนธานี ถนนเลียบคลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 เบอร์โทรศัพท์ (ส่วนกลาง): 0 2577 9000 อีเมล: [email protected] Facebook Page: TISTR สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เว็บไซต์หลัก: www.tistr.or.th
ในยุคที่เทคโนโลยีและความยั่งยืนกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก หน่วยงานภาครัฐของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วว. (สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย) และหน่วยงานภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เร่งผลักดันและติดปีกให้แก่สตาร์ทอัพและภาคธุรกิจไทย เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมแบบครบวงจร การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความจำเป็นในการใช้นวัตกรรมเป็นกลไกหลักในการพัฒนาและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ ท่ามกลางภูมิทัศน์ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในโครงการสำคัญคือความสำเร็จของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ที่ร่วมกับ ธนาคารออมสิน ในการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โดยมุ่งเน้นตลาด ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญที่นักลงทุนสถาบันและตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกให้ความสำคัญ การสนับสนุนนี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการปรับตัวเข้ากับมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน แต่ยังเปิดประตูสู่โอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการขยายตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักลงทุนที่คำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ยังได้ผนึกกำลังกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดตัวโครงการยกระดับภาคธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรม อาหารและเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ การนำ นวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและเชื่อมโยงเข้ากับ ระบบนิเวศอุตสาหกรรม แบบครบวงจร จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โครงการนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการยกระดับห่วงโซ่อุปทานของประเทศให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล
ความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาครัฐในลักษณะนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การลงทุนด้าน นวัตกรรม และ ความยั่งยืน จะเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งซึ่งเอื้อต่อการพัฒนา สตาร์ทอัพ และการยกระดับขีดความสามารถของภาคธุรกิจ จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สร้างงานที่มีมูลค่าเพิ่ม และผลักดันให้ประเทศไทยสามารถช่วงชิงโอกาสจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในภูมิภาคต่อไปในอนาคตอันใกล้
บทสรุปผู้บริหาร
หน่วยงานภาครัฐของไทย นำโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และเครือข่ายภายใต้กระทรวง อว. ได้เร่งขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมแบบครบวงจรเพื่อยกระดับขีดความสามารถของสตาร์ทอัพและภาคธุรกิจไทย โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ การผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐานความยั่งยืน (ESG) ผ่านความร่วมมือระหว่าง NIA และธนาคารออมสิน รวมถึงการนำนวัตกรรมมายกระดับห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารโดย สวทช. ร่วมกับ กสอ. ซึ่งยุทธศาสตร์การสนับสนุนเหล่านี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการปรับโครงสร้างธุรกิจ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ และวางรากฐานอันแข็งแกร่งเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นโยบาย 5T ของกระทรวงการคลังเพื่อหนุนตลาดทุนไทยและเศรษฐกิจ
กระทรวงการคลังได้เปิดตัว นโยบาย 5T ในฐานะ Growth Story ใหม่ของตลาดทุนไทย มุ่งดึงดูด การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านกลไก Thailand FastPass พร้อมเสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากด้วย "5 นโยบายพลัส" เพื่อฟื้นกำลังซื้อและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยสู่เวทีโลก นโยบายเหล่านี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้างเสถียรภาพและกระตุ้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักลงทุนและภาคธุรกิจขนาดใหญ่

ยุคเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย: ธุรกิจขนาดเล็กปิดตัวเพิ่ม ขณะทุนจีนรุกหนัก
รายงานสภาพัฒน์เผย เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่าน SMEs ปิดตัวเพิ่ม ขณะทุนจีนรุกหนักหลบกำแพงภาษี วิเคราะห์อุตสาหกรรมดาวรุ่ง-ดาวร่วงหลังโควิด และมาตรการรองรับจากภาครัฐสำหรับธุรกิจไทย

CLT ผนึก AES Energy และ Yunfeng Financial Group ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาด หนุนธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
CLT ผนึกความร่วมมือ AES Energy และ Yunfeng Financial Group ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาดแบบบูรณาการ ผสานจุดแข็งด้านมาตรฐานตรวจวัด วิศวกรรม และเงินทุนพัฒนา Solar Rooftop รองรับภาคธุรกิจไทยปรับตัวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและมาตรฐาน ESG สากล

สงครามการค้าสหรัฐฯ – จีน ปะทุรอบใหม่: โอกาสและความท้าทายของเศรษฐกิจไทย
การขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีน 100% โดยสหรัฐฯ จุดชนวนสงครามการค้าระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทยอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเปิดโอกาสให้ไทยปรับตัวและวางยุทธศาสตร์ใหม่ในห่วงโซ่การค้าโลก

สถานการณ์ค่าเงินไทยดีขึ้น! สหรัฐฯ ปรับประเมินไทยเหลือติดเกณฑ์เฝ้าระวังเพียง 1 ข้อ
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงาน FX Report ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 โดยยังคงจัดให้ประเทศไทยอยู่ใน บัญชีเฝ้าระวังด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Monitoring List) ทว่าสถานะของไทยกลับปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเหลือเพียง 1 ใน 3 เกณฑ์ ที่สหรัฐฯ ใช้ในการประเมิน

ผ่าทิศทางเพิ่ม “ขีดความสามารถแข่งขันไทย” รับวิกฤต
ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งหาทางพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ รองรับวิกฤต และแข่งขันอย่างเข้มข้น สำรวจแนวคิด ทิศทาง และทางออกของการเตรียมตัวรับปัญหาก่อสาย ผ่านข้อมูลสภาพัฒน์
