สินค้านำเข้าราคาต่ำปี 2569 จ่อแตะ 4.45 หมื่นล้านบาท กดดัน SME ไทยเร่งปรับเกมแข่งขัน

สินค้านำเข้าราคาต่ำปี 2569 จ่อแตะ 4.45 หมื่นล้านบาท กดดัน SME ไทยเร่งปรับเกมแข่งขัน

สรุปประเด็น

  • นำเข้าสินค้าราคาต่ำพุ่งแตะ 4.45 หมื่นล้าน: ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปี 2569 มูลค่าโต 18% แม้ยกเลิกเกณฑ์ De minimis และเริ่มเก็บภาษีตั้งแต่ 1 บาท

  • สู้ศึกราคาไม่ไหว SME เผชิญแรงกดดันหนัก: สินค้าแฟชั่นและอุปโภคบริโภคจากจีนครองส่วนแบ่งสูง สะท้อนผ่านดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ที่หดตัว

  • 4 แนวทางรับมือสำหรับผู้ประกอบการไทย: เพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน, สร้างความแตกต่าง, ลงทุนสร้างแบรนด์ และใช้ช่องทางดิจิทัลเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย

  • ปรับกลยุทธ์ธุรกิจสู่อนาคตระยะยาว: ผู้ผลิตไทยต้องเร่งยกระดับความคุ้มค่าและคุณภาพ แทนการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด มูลค่านำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำของไทยปี 2569 เพิ่มขึ้น 18% แตะ 44,500 ล้านบาท แม้ยกเลิกเกณฑ์ De minimis และเริ่มเก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่ 1 บาท สะท้อนว่าการแข่งขันด้านราคายังเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ในกลุ่มแฟชั่นและสินค้าอุปโภคบริโภค

สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผู้ประกอบการไทยในปี 2569 แม้ประเทศไทยจะปรับหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำ เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการแข่งขันและลดช่องว่างด้านต้นทุนระหว่างสินค้านำเข้าและสินค้าที่ผลิตในประเทศ แต่แนวโน้มการนำเข้ายังคงขยายตัว

ข้อมูลคาดการณ์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยในปี 2569 อาจมีมูลค่าประมาณ 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 4% จากปีก่อน ขณะที่การนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำมีแนวโน้มเติบโตถึง 18% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 44,500 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของภาคธุรกิจไทยที่ไม่สามารถพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะ SME ที่มีข้อจำกัดด้านต้นทุนการผลิต อำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ และงบประมาณในการทำตลาด

สินค้านำเข้ามูลค่าต่ำยังโต แม้เริ่มเก็บภาษีตั้งแต่ 1 บาท

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ไทยยกเลิกเกณฑ์ De minimis ที่เคยยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท และเปลี่ยนมาใช้หลักเกณฑ์จัดเก็บอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป ตามเงื่อนไขของมาตรการที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี และลดความได้เปรียบด้านต้นทุนของสินค้านำเข้าที่เคยได้รับการยกเว้นภาษี อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีไม่ได้หมายความว่าสินค้านำเข้าจะสูญเสียความได้เปรียบด้านราคาโดยอัตโนมัติ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในปี 2569 มูลค่าการนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำจะยังเพิ่มขึ้นประมาณ 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 44,500 ล้านบาท แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นว่า ความต้องการสินค้าราคาประหยัดและช่องทางซื้อขายออนไลน์ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการนำเข้า แม้ภาระภาษีจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ตาม

สำหรับผู้ประกอบการไทย ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการติดตามมาตรการภาษี แต่ต้องประเมินด้วยว่าราคาสินค้าหลังรวมภาษีและค่าขนส่งยังสามารถแข่งขันกับสินค้าที่ผลิตในประเทศได้มากน้อยเพียงใด

สินค้าจากจีนครองส่วนแบ่งสูง จับตาแฟชั่นและสินค้าอุปโภคบริโภค

จีนยังเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าราคาถูกที่มีบทบาทสำคัญในตลาดไทย โดยมีส่วนแบ่งในตลาดสินค้านำเข้ากลุ่มที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์อยู่ที่ประมาณ 46%

ในช่วงปี 2564–2568 มูลค่าการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 22% โดยสินค้ามากกว่า 50% ของมูลค่านำเข้าในกลุ่มนี้เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค

สินค้าสำคัญประกอบด้วย

  • เสื้อผ้าและสิ่งทอ: สินค้าแฟชั่นที่ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาได้ง่าย และมีตัวเลือกจากต่างประเทศจำนวนมาก

  • สินค้าอุตสาหกรรมทั่วไป: เช่น กระเป๋าเดินทาง ภาชนะใส่ของ และอุปกรณ์กีฬา

  • สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร: สินค้าบางประเภทที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางค้าปลีกและแพลตฟอร์มออนไลน์

การแข่งขันในกลุ่มเหล่านี้มีความท้าทายเป็นพิเศษ เพราะผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติของสินค้าจากหลายแหล่งได้อย่างรวดเร็ว หากสินค้ามีความแตกต่างไม่ชัดเจน ราคาอาจกลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ

โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่นที่มีต้นทุนการผลิตแตกต่างกันมาก ผู้ประกอบการไทยบางรายอาจเผชิญข้อจำกัดในการลดราคาลงมาแข่งขันกับสินค้านำเข้า แม้สินค้านำเข้าจะถูกจัดเก็บภาษีแล้วก็ตาม

MPI หดตัวสวนทางนำเข้า สัญญาณกดดันภาคการผลิตไทย

อีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนแรงกดดันต่อผู้ผลิตในประเทศ คือทิศทางของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index: MPI) ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569

ข้อมูลที่นำเสนอโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคสำคัญ ได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้า และเฟอร์นิเจอร์ มีดัชนีผลผลิตหดตัวในกรอบประมาณ 2%–13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคยังขยายตัว 4.2%

ทิศทางที่สวนกันนี้สะท้อนแรงกดดันที่ภาคการผลิตภายในประเทศกำลังเผชิญ อย่างไรก็ตาม การนำเข้าเพิ่มขึ้นและ MPI ลดลงไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าการนำเข้าเป็นสาเหตุทั้งหมด เพราะผลผลิตยังขึ้นอยู่กับกำลังซื้อ ต้นทุนการผลิต การแข่งขันจากผู้ผลิตรายอื่น และปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยรวมด้วย

สำหรับ SME ที่อยู่ในกลุ่มสินค้าแข่งขันสูง ข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณให้ทบทวนทั้งโครงสร้างต้นทุน การบริหารสินค้าคงคลัง ช่องทางขาย และการกำหนดตำแหน่งสินค้าในตลาด ก่อนที่แรงกดดันจะส่งผลต่อยอดขายและความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว

SME ไทยต้องเปลี่ยนจากแข่งราคา สู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม

เมื่อสินค้านำเข้ายังคงแข่งขันด้านราคาได้แม้รวมภาษีแล้ว ผู้ประกอบการไทยอาจต้องปรับกลยุทธ์จากการพยายามขายให้ถูกที่สุด ไปสู่การสร้างความแตกต่างที่ผู้บริโภคมองเห็นและยอมจ่ายเพิ่ม

แนวทางสำคัญในการรับมือสินค้านำเข้าราคาต่ำมี 4 ด้าน

1. เพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนโดยไม่ลดคุณภาพ

SME ควรทบทวนต้นทุนวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง และการจัดเก็บสินค้า เพื่อค้นหาจุดที่สามารถลดต้นทุนได้จริง เช่น การวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ การลดของเสีย และการใช้ข้อมูลช่วยคาดการณ์ความต้องการ

การลดต้นทุนอย่างเป็นระบบช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นด้านราคา โดยไม่จำเป็นต้องลดคุณภาพสินค้าจนกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้า

2. สร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์

สินค้าไทยควรมีจุดขายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพการผลิต ความทนทาน การออกแบบ การใช้งานเฉพาะกลุ่ม หรือการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในประเทศ

สำหรับสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ การพัฒนาดีไซน์เฉพาะ การผลิตล็อตเล็กที่ตอบสนองเทรนด์ได้เร็ว หรือการนำเสนอสินค้าที่เหมาะกับความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่ม อาจช่วยลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

3. ลงทุนสร้างแบรนด์และความน่าเชื่อถือ

การสร้างแบรนด์ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจเหตุผลที่ควรเลือกสินค้าไทย แทนที่จะตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการควรสื่อสารคุณภาพ แหล่งผลิต มาตรฐานสินค้า บริการหลังการขาย และความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคอย่างชัดเจน

ในช่องทางออนไลน์ ภาพสินค้า รายละเอียดผลิตภัณฑ์ รีวิวจากลูกค้า และความรวดเร็วในการตอบคำถาม ล้วนมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสในการซื้อซ้ำ

4. ใช้ช่องทางดิจิทัลเข้าถึงลูกค้าอย่างตรงจุด

SME สามารถใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเฉพาะ โดยใช้ข้อมูลยอดขายและพฤติกรรมผู้ซื้อประกอบการวางแผนสินค้าและการตลาด

สิ่งสำคัญคือการเลือกช่องทางให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย คำนวณต้นทุนค่าธรรมเนียมและการจัดส่งให้ครบถ้วน รวมถึงติดตามกำไรต่อคำสั่งซื้อ ไม่ใช่พิจารณาเพียงยอดขายหรือจำนวนผู้เข้าชมร้านค้า

มาตรการภาษีอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องเสริมความสามารถแข่งขันทั้งระบบ

กรณีสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำที่ยังมีแนวโน้มเติบโต แม้ไทยยกเลิกเกณฑ์ De minimis สะท้อนว่า การจัดเก็บภาษีเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของการสร้างความเป็นธรรมทางการแข่งขัน ขณะที่ความสามารถในการผลิต การบริหารต้นทุน และพฤติกรรมผู้บริโภคยังมีผลต่อทิศทางตลาด

ในระดับธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาประสิทธิภาพและสร้างความแตกต่าง ส่วนในระดับนโยบาย การติดตามผลของมาตรการภาษี การบังคับใช้กฎอย่างทั่วถึง และการสนับสนุนให้ SME เข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพ ล้วนเป็นปัจจัยที่ควรพิจารณาควบคู่กัน

ท้ายที่สุด สินค้านำเข้าราคาต่ำไม่ได้เป็นเพียงความท้าทายด้านราคา แต่กำลังทดสอบความสามารถของธุรกิจไทยในการปรับตัวสู่การแข่งขันรูปแบบใหม่ SME ที่เข้าใจต้นทุนของตนเอง รู้จักลูกค้า และมีจุดขายที่ชัดเจน จะมีโอกาสรับมือกับแรงกดดันได้ดีกว่าธุรกิจที่พึ่งพาการลดราคาเพียงอย่างเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาทและทิศทางตลาดโลก: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและ SMEs ในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมา

ค่าเงินบาทและทิศทางตลาดโลก: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและ SMEs ในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมา

ธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% เพื่อรับมือเงินเฟ้อและหนุนเศรษฐกิจ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและแรงกดดันภายนอกที่ส่งผลต่อภาคการส่งออก การท่องเที่ยว และกำลังซื้อภายในประเทศ

5 นาที
นโยบาย 5T ของกระทรวงการคลังเพื่อหนุนตลาดทุนไทยและเศรษฐกิจ

นโยบาย 5T ของกระทรวงการคลังเพื่อหนุนตลาดทุนไทยและเศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังได้เปิดตัว นโยบาย 5T ในฐานะ Growth Story ใหม่ของตลาดทุนไทย มุ่งดึงดูด การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านกลไก Thailand FastPass พร้อมเสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากด้วย "5 นโยบายพลัส" เพื่อฟื้นกำลังซื้อและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยสู่เวทีโลก นโยบายเหล่านี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้างเสถียรภาพและกระตุ้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักลงทุนและภาคธุรกิจขนาดใหญ่

7 นาที
สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

การสัมมนา BOT Symposium 2025 ได้สะท้อนภาพผลกระทบของสงครามการค้าและนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์การค้าระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย และเสนอแนวทางการปรับตัวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายในและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

6 นาที
ถอดรหัส "คนป่วยแห่งเอเชีย": เมื่อประเทศไทยติดกับดัก "เชิงโครงสร้าง" ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโต

ถอดรหัส "คนป่วยแห่งเอเชีย": เมื่อประเทศไทยติดกับดัก "เชิงโครงสร้าง" ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโต

เจาะลึกวิกฤตเศรษฐกิจไทยผ่านเลนส์ Why Nations Fail เมื่อ "กติกาที่ไม่เป็นธรรม" และ "การผูกขาด" กลายเป็นกับดักที่ฉุดรั้งประเทศสู่สถานะคนป่วยแห่งเอเชีย

7 นาที
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ

คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งแม้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็เผชิญข้อจำกัดทางการคลังที่อาจส่งผลต่องบลงทุนภาครัฐที่ภาคธุรกิจต้องจับตา

5 นาที
ทำความรู้จักกับ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าแบงก์ชาติ คนที่ 22

ทำความรู้จักกับ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าแบงก์ชาติ คนที่ 22

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธปท. คนที่ 22 มีประสบการณ์ครบเครื่องทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมภารกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในยุคเปราะบาง ด้วยนโยบายแก้หนี้ครัวเรือนแบบยั่งยืน ส่งเสริม FinTech และเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุน โดยได้รับความเชื่อมั่นจากภาคธุรกิจและนักลงทุน

16 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง