สภาฯ เปิดถกงบฯ ปี 70 วาระ 2 กมธ. ปรับลด 1.1 หมื่นล้าน รับมือเศรษฐกิจ

สภาฯ เปิดถกงบฯ ปี 70 วาระ 2 กมธ. ปรับลด 1.1 หมื่นล้าน รับมือเศรษฐกิจ

สรุปประเด็น

กว่าจะถึงวันที่งบประมาณแผ่นดิน 3.78 ล้านล้านบาท จะผ่านสภาฯ ได้ ต้องผ่านด่านที่เข้มข้นที่สุดด่านหนึ่งก่อน นั่นคือการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์กลั่นกรองรายละเอียดทุกหน่วยงาน และลงมติตัดงบลงรวม 11,162.74 ล้านบาท ก่อนส่งคืนสภาพิจารณาวาระสองและสาม ระหว่างวันที่ 7–9 กันยายน 2569 [1]

การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางบัญชี แต่เปิดเผยให้เห็นว่าในปีที่เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และความผันผวนในตลาดโลก รัฐบาลเลือกจะบริหารงบประมาณอย่างไร กระทรวงใดถูกตัด กระทรวงใดรอด และเม็ดเงินที่ถูกตัดไปอยู่ที่ไหน

Highlight: กมธ. ตัดงบรวม 11,162.74 ล้านบาท จากร่างงบประมาณปี 2570 โดยโยกก้อนใหญ่ที่สุด 6,044.95 ล้านบาท เข้างบกลางเสริมเงินสำรองฉุกเฉิน สะท้อนแนวคิด "กันชนทางการคลัง" ก่อนเผชิญความไม่แน่นอนในปีงบประมาณใหม่

กมธ. ตัดอะไร และเงินไปอยู่ที่ไหน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล โฆษกคณะกมธ. วิสามัญฯ เปิดเผยว่า ยอดปรับลด 11,162.74 ล้านบาท มาจากการพิจารณาของอนุกรรมาธิการทั้ง 7 คณะ [1] โดยเงินก้อนใหญ่ที่สุดจำนวน 6,044.95 ล้านบาท ถูกโยกกลับไปตั้งเป็นงบกลางเพิ่มเติม เพื่อเสริมความพร้อมด้านเงินสำรองฉุกเฉินของรัฐบาล [2]

การเสริมงบกลางในลักษณะนี้สะท้อนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการมี "กันชนทางการคลัง" ที่พร้อมรับมือความผันผวน มากกว่าการเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าโครงการที่ยังมีความไม่แน่นอน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง

เปิดรายมาตรา: กระทรวงไหนถูกตัดงบเท่าไหร่

จากเอกสารสรุปผลการพิจารณาของคณะกมธ. วิสามัญฯ [1] การปรับลดงบประมาณครอบคลุมหน่วยงานหลักทั่วทุกกระทรวง ดังนี้:

กระทรวงที่ถูกตัดงบสูงสุด 5 อันดับแรก

กระทรวง / หน่วยงาน ยอดที่ถูกปรับลด (ล้านบาท)
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3,278.40
กระทรวงกลาโหม 1,228.95
กระทรวงมหาดไทย 912.81
กระทรวงสาธารณสุข 414.50
กระทรวงศึกษาธิการ (อุดมศึกษาฯ) 366.66

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นกระทรวงที่ถูกตัดงบสูงที่สุดในบรรดาทุกหน่วยงาน ด้วยยอดที่ถูกปรับลดถึง 3,278.40 ล้านบาท โดยส่วนสำคัญมาจากการตัดงบ 3,000 ล้านบาท ของกรมควบคุมมลพิษ ที่เดิมตั้งไว้เพื่อชดใช้ในคดีคลองด่าน งวดที่สอง กมธ. ให้เหตุผลว่าคดียังไม่ถึงที่สุด และยังอยู่ระหว่างการฟ้องคดีอายัดสิทธิเรียกร้อง ทำให้ไม่มีความชัดเจนว่าผลคดีจะสิ้นสุดเมื่อใด [2]

การตัด 3,000 ล้านบาทของกรมควบคุมมลพิษคดีคลองด่าน อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ว่ารัฐจะไม่ตั้งงบชดใช้คดีที่ยังไม่ถึงที่สุด บริษัทที่มีข้อพิพาทกับรัฐควรประเมินความเสี่ยงนี้

ภาพรวมการปรับลดรายมาตราทั้งหมด

นอกจากกระทรวงที่ถูกตัดสูงสุด 5 อันดับข้างต้นแล้ว กมธ. ยังปรับลดงบประมาณของหน่วยงานอื่นๆ ในทุกมาตรา ดังนี้:

  • มาตรา 7 สำนักนายกรัฐมนตรี: ลด 112.25 ล้านบาท
  • มาตรา 9 กระทรวงการคลัง: ลด 303.96 ล้านบาท
  • มาตรา 10 กระทรวงการต่างประเทศ: ลด 5.68 ล้านบาท
  • มาตรา 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา: ลด 85.44 ล้านบาท
  • มาตรา 12 กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ: ลด 61.95 ล้านบาท
  • มาตรา 13 กระทรวงอุดมศึกษาฯ: ลด 366.66 ล้านบาท
  • มาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: ลด 682.25 ล้านบาท
  • มาตรา 15 กระทรวงคมนาคม: ลด 626.99 ล้านบาท
  • มาตรา 16 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม: ลด 25.86 ล้านบาท
  • มาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: ลด 3,278.40 ล้านบาท
  • มาตรา 18 กระทรวงพลังงาน: ลด 29.33 ล้านบาท
  • มาตรา 19 กระทรวงพาณิชย์: ลด 23.10 ล้านบาท
  • มาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย: ลด 912.81 ล้านบาท
  • มาตรา 21 กระทรวงยุติธรรม: ลด 155.66 ล้านบาท
  • มาตรา 22 กระทรวงแรงงาน: ลด 157.50 ล้านบาท
  • มาตรา 23 กระทรวงวัฒนธรรม: ลด 18.54 ล้านบาท
  • มาตรา 24 กระทรวงศึกษาธิการ: ลด 144.53 ล้านบาท
  • มาตรา 25 กระทรวงสาธารณสุข: ลด 414.50 ล้านบาท
  • มาตรา 26 กระทรวงอุตสาหกรรม: ลด 141.04 ล้านบาท
  • มาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดฯ: ลด 545.28 ล้านบาท
  • มาตรา 28 จังหวัดและกลุ่มจังหวัด: ลด 8.64 ล้านบาท
  • มาตรา 29 รัฐวิสาหกิจ: ลด 6.73 ล้านบาท
  • มาตรา 30 หน่วยงานของรัฐสภา: ลด 71.70 ล้านบาท
  • มาตรา 31 หน่วยงานของศาล: ลด 115.71 ล้านบาท
  • มาตรา 32 หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ: ลด 205.02 ล้านบาท
  • มาตรา 33 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ลด 935.33 ล้านบาท
  • มาตรา 34 หน่วยงานอื่นของรัฐ: ลด 0.10 ล้านบาท
  • มาตรา 35 สภาชาติไทย: ลด 20.00 ล้านบาท
  • มาตรา 37 แผนงานบูรณาการ: ลด 451.08 ล้านบาท
  • มาตรา 39 ทุนหมุนเวียน: ลด 27.73 ล้านบาท

วินัยการคลังที่เข้มข้น หรือสัญญาณเตือนการลงทุน?

จากมุมมองเศรษฐกิจมหภาค การที่กมธ. เลือกปรับลดงบประมาณเพื่อความคุ้มค่าและรองรับสถานการณ์ปัจจุบัน ตามที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธาน กมธ. ยืนยันไว้ [1] สะท้อนถึงวินัยทางการคลังที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน และเรตติ้งเครดิตของประเทศในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่น่ากังวลคือ กระทรวงที่ถูกตัดงบบางส่วนเป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ กระทรวงคมนาคม (-626.99 ล้านบาท) และ กระทรวงเกษตรฯ (-682.25 ล้านบาท) ซึ่งอาจส่งผลต่อจังหวะการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ GDP ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณใหม่

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงจากความล่าช้าของงบประมาณปี 2570 ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องติดตามควบคู่กับความไม่แน่นอนด้านภาษีการค้าโลก โดยเฉพาะผลกระทบต่อกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงและการเข้าถึงสินเชื่อที่จำกัด [3]

จับตาปฏิทิน: งบปี 70 จะเริ่มใช้ได้ทันหรือเปล่า?

สิ่งที่ผู้บริหารองค์กรและนักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ กรอบเวลาของการพิจารณา กมธ. มีกำหนดสรุปรายมาตราและส่งรายงานให้ประธานสภาบรรจุวาระ เพื่อพิจารณาวาระสองและสามใน วันที่ 7–9 กันยายน 2569 นี้ [1]

หากกระบวนการราบรื่น งบประมาณปี 2570 จะสามารถเริ่มใช้ได้ตามกรอบเวลาปกติในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐในไตรมาสแรกของปีงบประมาณใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

บทสรุป: ตัวเลขที่มากกว่าการตัดงบ

การปรับลด 11,162 ล้านบาท ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การ "ประหยัด" แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางการบริหารงบประมาณในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็น "ค่าปกติใหม่" รัฐบาลเลือกที่จะสะสม "กระสุนสำรอง" ในรูปงบกลาง แทนที่จะกระจายเม็ดเงินให้กับโครงการที่ยังมีความเสี่ยง

สำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพาสัญญาภาครัฐและงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ควรพิจารณาปรับแผนธุรกิจโดยคำนึงถึงสองสิ่งควบคู่กัน ได้แก่ ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านงบประมาณ และแนวโน้มที่รัฐบาลจะยึดหลัก "คุ้มค่า-รัดกุม" มากขึ้นในการอนุมัติงบประมาณรายโครงการ

คำถามที่ยังค้างคาคือ: เมื่อ งบกลาง พองตัวขึ้นถึง 6,044 ล้านบาท รัฐบาลจะนำมาใช้กับอะไร และเมื่อใด — นั่นคือสิ่งที่ต้องจับตาต่อในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2570

ข้อมูลอ้างอิง:

  • ประชาชาติธุรกิจ. (2569, สิงหาคม 21). 'สุริยะ' ลุยประสาน กมธ.รักษางบปี'70 ย้ำโครงการจำเป็น สภาฯ ถกงบ 70 วาระ 2 'เอกนิติ' ยันปรับลด 11,162 ล้าน รับเหตุปัจจุบัน-คุ้มค่า. prachachat.net. https://www.prachachat.net/economic/news-2039694
  • BBC News ไทย. (2569, สิงหาคม 21). เปิดเอกสารงบ 70 ก่อนสภาถกวาระ 2-3 สัปดาห์หน้า กมธ. เติมงบกลางให้รัฐบาลอีก 6 พันล้านบาท. bbc.com/thai. https://www.bbc.com/thai/articles/c7701xg8e3ro
  • ไทยรัฐออนไลน์. (2569, สิงหาคม 21). กมธ.งบฯ ปี 70 เคาะปรับลดงบ 1.1 หมื่นล้าน แปรงบฯ ให้เพิ่ม 9 หน่วยงาน. thairath.co.th. https://www.thairath.co.th/news/politic/2954344

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตสามเส้าเศรษฐกิจไทย: คำเตือน 3 แบงก์ ท่ามกลางเงาสงครามภาษีสหรัฐ 

วิกฤตสามเส้าเศรษฐกิจไทย: คำเตือน 3 แบงก์ ท่ามกลางเงาสงครามภาษีสหรัฐ 

วิเคราะห์เจาะลึกคำเตือนจาก 3 ธนาคารใหญ่ถึงวิกฤตสามเส้าที่คุกคามเศรษฐกิจไทยปี 2568 ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้าง ภาษีศุลกากรสหรัฐ และหนี้ครัวเรือนที่พอกพูน ท่ามกลางการคาดการณ์การเติบโตที่จำกัด แม้การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวสู่ 38 ล้านคน

7 นาที
จับตาดีลลับ กาสิโนถูกกฎหมาย ไทย-สิงคโปร์ "win-win"

จับตาดีลลับ กาสิโนถูกกฎหมาย ไทย-สิงคโปร์ "win-win"

ความพยายามในการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ จับตาผู้มีอำนาจของไทยดึงกลุ่ม Las Vegas Sands เข้ามาพัฒนาท่าเรือคลองเตย เพื่อเปิดเส้นทางเรือสำราญเชื่อมไทย-สิงคโปร์ สร้างโมเดลความร่วมมือแบบ win-win

8 นาที
เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ 'Perfect Storm' - ธปท.ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด

เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ 'Perfect Storm' - ธปท.ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด

เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ Perfect Storm ธปท.เผย กนง.มติ 6:1 คงดอกเบี้ย 1.75% ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด GDP 2568 เพียง 2.3% ปี 69 ร่วงเหลือ 1.7% Trade War 2.0 กระทบส่งออก SMEs วิกฤต NPL พุ่ง 8.8% Policy Space จำกัด

6 นาที
ทีทีบี ชี้ไทยต้องหา 'หัวรถจักรใหม่' แก้โครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมยกบทบาท SME

ทีทีบี ชี้ไทยต้องหา 'หัวรถจักรใหม่' แก้โครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมยกบทบาท SME

ทีทีบีชี้เศรษฐกิจไทยเปรียบเสมือน "รถรางเก่า" ที่ขาดแรงขับเคลื่อน จึงเร่งเสนอแนวคิด "Reinvent Thailand" เพื่อสร้าง "หัวรถจักรใหม่" ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและพยุง SME ที่เผชิญวิกฤตแซนด์วิชให้เติบโตอย่างยั่งยืน

4 นาที
ผ่าเศรษฐกิจไทย ปี 68 ผจญความท้าทายโต 2% จับตาเสี่ยง Technical Recession

ผ่าเศรษฐกิจไทย ปี 68 ผจญความท้าทายโต 2% จับตาเสี่ยง Technical Recession

GDP ไทยไตรมาส 3 ปี 2568 โตเพียง 1.2% จากผลกระทบการเมืองและข้อพิพาทชายแดน คาดทั้งปีโต 2% หากมาตรการรัฐหนุนต่อเนื่อง พร้อมจับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค

11 นาที
EXIM BANK ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมก้าวสู่บทบาท Export Co-pilot เพื่อเชื่อมธุรกิจไทยสู่สากล

EXIM BANK ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมก้าวสู่บทบาท Export Co-pilot เพื่อเชื่อมธุรกิจไทยสู่สากล

EXIM BANK ฉลองครบรอบ 32 ปี พร้อมประกาศบทบาท "Export Co-pilot" ที่มุ่งมั่นสนับสนุนผู้ส่งออกไทยอย่างครบวงจรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม

4 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง