
8 สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของจีน เตรียมเสริมแกร่งเงินทุน หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
สรุปประเด็น
ปักกิ่ง, 8 ก.ย. (ซินหัว) — สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของจีน 8 แห่ง รวมถึงธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) เปิดเผยแผนอัดฉีดเงินทุนเมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Core Tier 1 Capital) หรือ CET1 ซึ่งจะช่วยระดมทุนรวมกันสูงสุดถึง 3.6 แสนล้านหยวน (ราว 1.77 ล้านล้านบาท) โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงรุกที่มองการณ์ไกล ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในการดำเนินงาน เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความเสี่ยง และยกระดับศักยภาพในการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง
ธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีน (ABC) และธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) วางแผนระดมทุนรวมกันสูงสุด 2.6 แสนล้านหยวน (ราว 1.28 ล้านล้านบาท) ผ่านการเสนอขายหุ้นเอ-แชร์ (A-share) แบบเฉพาะเจาะจง โดยธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีนจะเสนอขายหุ้นเอ-แชร์ ให้แก่กระทรวงการคลังจีน (MOF) บริษัทยาสูบแห่งชาติจีน (China National Tobacco Corporation) และบริษัทในเครือ คิดเป็นมูลค่าระดมทุนสูงสุด 1.6 แสนล้านหยวน (ราว 7.86 แสนล้านบาท) ซึ่งเงินทั้งหมดจะนำไปใช้เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Core Tier 1 Capital) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ขณะที่ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีนจะเสนอขายหุ้นเพื่อระดมทุนต่างหากสูงสุด 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.9 แสนล้านบาท) แก่กลุ่มผู้ลงทุนเดียวกัน โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปเพิ่มเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของทั้งหมดหลังจากได้รับการอนุมัติตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว
เงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ ถือเป็นเงินกองทุนคุณภาพสูงที่สุดของธนาคาร นำมาใช้รองรับผลขาดทุนและเป็นหลักประกันความเสี่ยงทางการเงิน ทั้งนี้ การมีเงินกองทุนดังกล่าวในระดับสูงขึ้นจะช่วยเพิ่มความสามารถในการขยายสินเชื่อ พร้อมทั้งรักษาอัตราส่วนเงินกองทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลได้อย่างมั่นคง
นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน (CEXIM) เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังจีนจะอัดฉีดเงินทุนจำนวน 3 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.48 แสนล้านบาท) เข้าสู่ธนาคาร ขณะที่บริษัทประกันส่งออกและเครดิตแห่งประเทศจีน (Sinosure) จะได้รับเงินทุนอัดฉีดจำนวน 1 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.9 หมื่นล้านบาท) นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจีนยังเตรียมเพิ่มทุนใหม่ให้แก่บริษัทประกันภัยรายใหญ่ของจีนอีก 4 แห่ง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านเงินทุน ความสามารถในการชำระหนี้ และความสามารถในการรองรับความเสี่ยง
การเพิ่มทุนดังกล่าว มีขึ้นหลังจีนดำเนินการเสริมสร้างฐานเงินทุนของสถาบันการเงินของรัฐ โดยกระทรวงการคลังประกาศในเดือนสิงหาคมว่าจะออกพันธบัตรรัฐบาลชุดพิเศษมูลค่า 3 แสนล้านหยวน (ราว 1.47 ล้านล้านบาท) เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว
อวี๋เสียง จากบริษัทหลักทรัพย์ซิติก ซีเคียวริตีส์ (CITIC Securities) ระบุว่า อุปสงค์การระดมทุนด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี การยกระดับภาคอุตสาหกรรม และอุปสงค์ภายในประเทศยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงินที่มั่นคง พร้อมเสริมว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเสริมแกร่งฐานเงินทุนเพื่อตอบสนองภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความเสี่ยง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่มั่นคงตลอดช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030)
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นหลังจีนดำเนินการในลักษณะเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังได้ออกพันธบัตรรัฐบาลชุดพิเศษมูลค่า 5 แสนล้านหยวน (ราว 2.45 ล้านล้านบาท) ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ของรัฐรายใหญ่ ทั้งนี้ ขอบเขตของมาตรการในปีนี้ได้ขยายครอบคลุมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามนโยบายรัฐและบริษัทประกันภัยของรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน และเปิดทางให้แหล่งเงินทุนที่มีความหลากหลายร่วมกันส่งเสริมภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปูตินชี้สัมพันธ์รัสเซีย-จีนก้าวสู่ระดับ “ไม่เคยมีมาก่อน” ย้ำความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์หนุนเสถียรภาพโลก
วลาดิเมียร์ ปูติน ระบุความสัมพันธ์รัสเซีย-จีนก้าวสู่ระดับ “ไม่เคยมีมาก่อน” ก่อนเยือนจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำความไว้วางใจ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ การค้า การศึกษา และบทบาทร่วมกันในการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพของโลก

การประชุมท่าเรือเส้นทางสายไหมทางทะเลในหนิงโป ชูแนวคิด ‘ยืดหยุ่น-ร่วมมือ-ผลประโยชน์ร่วมกัน’
การประชุมความร่วมมือท่าเรือเส้นทางสายไหมทางทะเล ครั้งที่ 10 ณ เมืองหนิงโป ประเทศจีน รวบรวมผู้แทนจากกว่า 70 ประเทศและภูมิภาค เพื่อหารืออนาคตของอุตสาหกรรมท่าเรือและการขนส่งทางเรือ โดยเน้นความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาสีเขียว เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านโลจิสติกส์และการค้าโลก

ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ศึกษาความสำเร็จของอุตสาหกรรมโคเนื้อของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเนื้อวากิว ที่ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก

สีจิ้นผิงเสนอ 4 ข้อริเริ่ม สร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง: จีนกำลังเขียนกติกาใหม่ของภูมิภาคหรือแค่ถ่วงดุลอเมริกา?
สีจิ้นผิงเยือนอียิปต์พร้อมเสนอข้อริเริ่ม 4 ประการเพื่อสร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง ชูแนวทางแก้ปัญหาจากภายใน ใช้เศรษฐกิจนำสันติภาพ และยึดปัญหากลางปาเลสไตน์ สะท้อนยุทธศาสตร์รุกคืบของจีนเพื่อท้าทายและถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในภูมิภาค

จีน-มาเลเซีย เริ่มใช้ข้อตกลงยกเว้นวีซ่าซึ่งกันและกันอย่างเป็นทางการ เดินทางเข้า-ออกได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง
จีนและมาเลเซียเริ่มบังคับใช้ ข้อตกลงยกเว้นวีซ่าซึ่งกันและกัน อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างสองประเทศ

ยอดค้าปลีกจีนขยายตัว 4.6% ช่วง ม.ค.–ส.ค. 2025 หนุนเศรษฐกิจด้วยการบริโภคมั่นคง
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคช่วง ม.ค.–ส.ค. 2025 ขยายตัว 4.6% คิดเป็น 32.39 ล้านล้านหยวน โดยยอดขายออนไลน์โต 9.6% สะท้อนแนวโน้มการบริโภคที่มั่นคงทั้งในเมืองและชนบท พร้อมหนุนเศรษฐกิจจีนอย่างต่อเนื่อง
