หลี่ เฉิงกัง นักการทูตสายเหยี่ยว กับภารกิจท้าทาย ในสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ

หลี่ เฉิงกัง นักการทูตสายเหยี่ยว กับภารกิจท้าทาย ในสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ

ปักกิ่ง, 17 เมษายน 2568 นายหลี่ เฉิงกัง (Li Chenggang) วัย 58 ปี 5 ถูกแต่งตั้งอย่างไม่คาดคิดให้ดำรงตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และตัวแทนระดับสูงด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศคนใหม่ของจีน แทนที่นายหวัง โช่วเหวิน วัย 59 ปี นักเจรจาการค้าคนสำคัญของจีนที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นรองรัฐมนตรีลำดับที่ 2 ของกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2565

นับเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ใหม่ของปักกิ่งในการรับมือกับสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับสหรัฐอเมริกา

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กำลังเดินทางเยือนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิด ท่ามกลางความขัดแย้งกับสหรัฐฯ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หวัง เหวินเทา ร่วมคณะในการเยือนเวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชาด้วย

นายหลี่ เคยเป็นอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในช่วงการบริหารงานครั้งแรกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีประสบการณ์กว้างขวางในกระทรวงพาณิชย์จีน โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในหลายแผนก โดยเฉพาะในแผนกที่ดูแลสนธิสัญญา กฎหมาย และการค้าที่เป็นธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของเขาในด้านกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศและกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

จุดยืนที่แข็งกร้าวต่อนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

ในการประชุม WTO เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่นครเจนีวา นายหลี่ได้วิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ อย่างรุนแรงในการกำหนดภาษีตามอำเภอใจกับประเทศคู่ค้า รวมถึงจีน โดยเตือนว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวได้สร้าง "ช็อกด้านภาษี" ให้กับโลก

"แนวทางฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ละเมิดกฎของ WTO อย่างโจ่งแจ้ง เพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้การค้าโลกหยุดชะงัก และอาจถึงขั้นล้มล้างระบบการค้าพหุภาคีที่อิงกฎเกณฑ์ จีนคัดค้านอย่างแข็งขันและขอให้สหรัฐฯ ยกเลิกแนวปฏิบัติที่ผิดของตน" เขากล่าว

ประวัติ-ผลงาน หลี่ เฉิงกัง

หลี่ เฉิงกัง เกิดในช่วงทศวรรษที่ 1960 ในประเทศจีน เขาได้รับการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศและนโยบายการค้า แม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาที่เขาจบการศึกษาไม่ได้เปิดเผยอย่างกว้างขวาง แต่มีรายงานว่าเขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนและมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในอาชีพการทูตระหว่างประเทศของเขา

หลี่เริ่มทำงานในระบบราชการจีนตั้งแต่ช่วงต้นของอาชีพ โดยเข้าร่วมทีมที่เกี่ยวข้องกับการค้าต่างประเทศ ในช่วงเวลาสำคัญที่จีนกำลังเปิดประเทศและเริ่มการเจรจาเพื่อเข้าร่วมองค์การการค้าโลก (WTO) เขาได้มีส่วนร่วมในการทำงานเบื้องหลังในการเตรียมการเข้าร่วม WTO ของจีน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ยาวนานและซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ WTO

หลังจากจีนเข้าร่วม WTO ในปี 2544 หลี่ได้ทำงานในตำแหน่งต่างๆ ในกระทรวงพาณิชย์ โดยมีบทบาทสำคัญในการนำนโยบายการค้าของจีนไปปฏิบัติ และการจัดการความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศอื่นๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป เขามีบทบาทสำคัญในการพัฒนานโยบายการค้าจีนในยุคที่ประเทศกำลังเปลี่ยนจากผู้ส่งออกดั้งเดิมมาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการค้าโลก

ในปี 2562 หลี่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของจีนประจำองค์การการค้าโลก (WTO) ประจำเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในบทบาทนี้ เขาเป็นตัวแทนของจีนในเวทีการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุด ในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย เมื่อระบบการค้าพหุภาคีกำลังเผชิญกับวิกฤต

ในฐานะเอกอัครราชทูตประจำ WTO และในตำแหน่งอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์ หลี่มีบทบาทสำคัญในการจัดการข้อพิพาททางการค้าหลายรายการระหว่างจีนกับคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป เขามีชื่อเสียงในด้านการเจรจาอย่างเฉียบคมและความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการระงับข้อพิพาทของ WTO

หลี่สนับสนุนโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีนในเวทีระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ โดยเน้นย้ำถึงผลประโยชน์ทางการค้าและการพัฒนาที่เกิดจากความคิดริเริ่มนี้

ในช่วงสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เขาเป็นเสียงสำคัญในการปกป้องนโยบายการค้าของจีนและโต้แย้งการใช้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยใช้กรอบกฎหมายของ WTO

หลี่ เฉิงกัง เป็นที่รู้จักในแวดวงการทูตว่าเป็นสายเหยี่ยวที่สนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่เข้มแข็งและยึดมั่นในกฎเกณฑ์ เขามักจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของกฎระเบียบที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา

ในการพูดในที่สาธารณะ เขาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของลัทธิคุ้มครองทางการค้าและได้เรียกร้องให้มีการฟื้นฟูความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

การแต่งตั้งนายหลี่ อดีตผู้แทนถาวรของจีนประจำ WTO แสดงให้เห็นถึงการปรับยุทธศาสตร์ของจีนในการรับมือกับความท้าทายทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ด้วยประสบการณ์ทั้งในกระทรวงพาณิชย์ และเวทีการค้าระหว่างประเทศ หลี่อาจนำแนวทางใหม่มาสู่การเจรจากับสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม จากท่าทีที่แข็งกร้าวของเขาต่อนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในอดีต และจุดยืนปัจจุบันของจีนที่ยืนยันว่าการเจรจาต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและความเท่าเทียม การเจรจาในอนาคตอันใกล้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

ขณะที่ทั้งสองประเทศยังคงเพิ่มแรงกดดันผ่านมาตรการภาษีตอบโต้ระหว่างกัน ความสามารถของนายหลี่ในการนำทางความสัมพันธ์ทางการค้าอันซับซ้อนระหว่างสองประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกนี้จะเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองกันต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

การสัมมนา BOT Symposium 2025 ได้สะท้อนภาพผลกระทบของสงครามการค้าและนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์การค้าระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย และเสนอแนวทางการปรับตัวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายในและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

6 นาที
ถอดรหัสข่าวความขัดแย้งทางการค้าสู่การปรับตัวของธุรกิจส่งออกไทย

ถอดรหัสข่าวความขัดแย้งทางการค้าสู่การปรับตัวของธุรกิจส่งออกไทย

ท่ามกลางกระแสข่าวความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงเรื่องของเวทีการเมืองระดับโลกที่อยู่ไกลตัว แต่ในความเป็นจริง คลื่นความผันผวนเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศและต้นทุนของภาคธุรกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

8 นาที
ทรัมป์ชะลอขึ้นภาษีตอบโต้ 90 วัน แต่เพิ่มเก็บจีนเป็น 125%

ทรัมป์ชะลอขึ้นภาษีตอบโต้ 90 วัน แต่เพิ่มเก็บจีนเป็น 125%

ทรัมป์ปรับนโยบายภาษีตอบโต้เหลือ 10% สำหรับประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่เป็นเวลา 90 วันเพื่อเปิดเจรจาการค้า ขณะเพิ่มภาษีจีนเป็น 125% ทันที

3 นาที
จีนคุมส่งออก 10 บริษัทสหรัฐฯ สั่งห้ามภาครัฐจัดซื้อสินค้าจาก 46 บริษัท

จีนคุมส่งออก 10 บริษัทสหรัฐฯ สั่งห้ามภาครัฐจัดซื้อสินค้าจาก 46 บริษัท

จีนประกาศเพิ่ม 10 บริษัทสหรัฐฯ เข้าบัญชีควบคุมการส่งออก ห้ามรับสินค้าที่ใช้ได้สองทางจากจีน พร้อมสั่งห้ามหน่วยงานภาครัฐจัดซื้อสินค้าจาก 46 บริษัทอเมริกันด้านกลาโหมและเทคโนโลยี ตอบโต้มาตรการของสหรัฐฯ

3 นาที
สมรภูมิการค้าแบ่งขั้วอำนาจ กลยุทธ์กระจายห่วงโซ่อุปทานเพื่อทางรอดของธุรกิจไทย

สมรภูมิการค้าแบ่งขั้วอำนาจ กลยุทธ์กระจายห่วงโซ่อุปทานเพื่อทางรอดของธุรกิจไทย

วิเคราะห์เจาะลึกวิกฤตการณ์แบ่งขั้วอำนาจทางการค้าระดับโลก (Decoupling) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน พร้อมนำเสนอ 3 กลยุทธ์เชิงรุกในการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานสำหรับผู้บริหารและผู้นำองค์กรไทย เพื่อปกป้องธุรกิจจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และปรับตัวสู่ความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

6 นาที
“รวยด้วยกัน” ดีกว่า “รบกัน” ถอดรหัสสัญญาณสีจิ้นผิง–ทรัมป์ กับอนาคตภูมิรัฐศาสตร์โลก

“รวยด้วยกัน” ดีกว่า “รบกัน” ถอดรหัสสัญญาณสีจิ้นผิง–ทรัมป์ กับอนาคตภูมิรัฐศาสตร์โลก

บทวิเคราะห์สัญญาณทางการทูตจากการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ สะท้อนแนวคิด “แข่งขันแต่ไม่ทำลายกัน” ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนจากสนามรบสู่สนามการค้า พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่าไทยควรวางตำแหน่งตัวเองอย่างไรในโลกยุคใหม่

5 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง