
SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 แตะ 2.2% รับแรงส่ง AI–ดิจิทัล–อิเล็กทรอนิกส์ คาดดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี 2570
สรุปประเด็น
-
ปรับเพิ่ม GDP ไทยปี 69–70: SCB EIC ปรับเพิ่ม GDP ปี 2569 เป็น 2.2% และปี 2570 เป็น 2.1% รับอานิสงส์วัฏจักรลงทุน AI โลก หนุนส่งออกดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 16%
-
เศรษฐกิจฟื้นตัวแบบ K-shaped: แรงส่งกระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีและ FDI ขณะที่ครัวเรือนและ SMEs ยังเปราะบางจากภาระหนี้สูงและเข้าถึงสินเชื่อยาก
-
พึ่งพานำเข้าสูง-ส่งผ่านประโยชน์จำกัด: อุตสาหกรรมเติบโตหลักพึ่งพานำเข้าสูง ทำให้มูลค่าเพิ่มตกแก่เศรษฐกิจในประเทศน้อย เร่งโจทย์เชื่อมต่อ Local Linkage
-
กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1.00% ยาวถึงปี 70: ตรึงดอกเบี้ยนโยบายระดับต่ำเพื่อประคองกลุ่มเปราะบาง แม้ภาวะการเงินโดยรวมยังตึงตัวสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
-
บริหารความเสี่ยงรอบด้าน: เงินเฟ้อคาดอยู่ที่ 1.9% และเงินบาท 33.15 บาท/ดอลลาร์ โดยต้องเฝ้าระวังราคาพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการค้าโลก
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินเศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงส่งจาก วัฏจักรการลงทุนด้าน AI ของโลก ซึ่งช่วยหนุนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การลงทุนภาคเอกชน และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในธุรกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี ส่งผลให้ SCB EIC คาดว่า GDP ไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.2% และปี 2570 ขยายตัว 2.1%
แม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะได้รับการปรับเพิ่ม แต่ SCB EIC เตือนว่าการฟื้นตัวยังมีลักษณะ K-shaped อย่างชัดเจน โดยแรงส่งกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล และการลงทุนจากต่างประเทศ ขณะที่ภาคครัวเรือนและ SME จำนวนมากยังเผชิญข้อจำกัดด้านรายได้ ภาระหนี้ และการเข้าถึงสินเชื่อ
เศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตจาก “เครื่องยนต์ใหม่” แต่โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่การสร้างการเติบโตเพียงอย่างเดียว หากคือการทำให้การลงทุนและการส่งออกสร้างมูลค่าเพิ่มและเชื่อมโยงเข้าสู่เศรษฐกิจในประเทศได้มากขึ้น
ส่งออกโต 16% รับวัฏจักรลงทุน AI และอิเล็กทรอนิกส์
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยปีนี้คือ ภาคการส่งออก โดย SCB EIC ประเมินว่าการส่งออกไทยปี 2569 จะขยายตัวสูงถึง 16.0% ขณะที่กระแสการลงทุนด้าน AI ทั่วโลกยังเป็นแรงหนุนต่อความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
นอกจากการส่งออกแล้ว วัฏจักรการลงทุนดังกล่าวยังช่วยสนับสนุน FDI ในธุรกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทยในการต่อยอดบทบาทในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก
สำหรับภาคธุรกิจ ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงการเป็นผู้ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีโดยตรง แต่รวมถึงโอกาสจาก Supply Chain, Digital Infrastructure, Data Center, Electronics และบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งสามารถต่อยอดจากการลงทุนรอบใหม่ได้
โตดีขึ้น แต่ยัง “กระจุกตัว” และพึ่งพาการนำเข้าสูง
แม้การลงทุนและการส่งออกจะขยายตัวได้ดี แต่ SCB EIC มองว่าการเติบโตดังกล่าวยังมีข้อจำกัด เพราะอุตสาหกรรมที่เป็นแรงส่งสำคัญมี การพึ่งพาการนำเข้าสูง ทำให้ประโยชน์ที่ส่งผ่านเข้าสู่เศรษฐกิจภายในประเทศยังมีข้อจำกัด
ผลที่ตามมาคือรายได้และการจ้างงานมีแนวโน้มกระจุกตัวในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนจากต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจดั้งเดิม ครัวเรือน และ SME จำนวนมากยังไม่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวอย่างเต็มที่
ภาพดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของเศรษฐกิจไทยว่า การดึงดูดเงินลงทุนใหม่เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากไม่สามารถสร้าง Local Linkage เชื่อมโยงบริษัทต่างชาติ ผู้ผลิตไทย ผู้ให้บริการในประเทศ และแรงงานไทยเข้ากับห่วงโซ่มูลค่าใหม่ได้มากขึ้น
โจทย์ของประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียง “ดึงการลงทุนเข้าประเทศ” แต่คือการทำให้การลงทุนสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ ผ่านผู้ผลิตไทย บุคลากรไทย เทคโนโลยี และบริการภายในประเทศ
กนง. คงดอกเบี้ย 1% เพื่อประคองเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
ในด้านนโยบายการเงิน SCB EIC คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงสิ้นปี 2570 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ และการฟื้นตัวยังไม่กระจายทั่วถึง
แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ SCB EIC ระบุว่าภาวะการเงินโดยรวมยังค่อนข้างตึงตัว ขณะที่ ครัวเรือนและ SME ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ และเผชิญภาระหนี้ในระดับสูง
ดังนั้น การคงอัตราดอกเบี้ยระดับ 1% จึงมีบทบาทในการรักษาภาวะการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอสำหรับกลุ่มที่ยังเปราะบาง แต่ในขณะเดียวกัน นโยบายการเงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของธุรกิจได้ทั้งหมด
สำหรับ SME สิ่งที่จำเป็นควบคู่กันคือการปรับโครงสร้างหนี้ การเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสม ตลอดจนการเพิ่ม ผลิตภาพและความสามารถในการสร้างรายได้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังขยายตัวในระดับจำกัด
เงินเฟ้อ 1.9% บาท 33.15 บาทต่อดอลลาร์ สะท้อนภาพเศรษฐกิจระยะต่อไป
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ SCB EIC ประเมิน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ที่ 1.9% โดยปรับขึ้นจากประมาณการเดิม 1.7% ขณะที่คาดว่าเงินบาทจะอยู่ที่ประมาณ 33.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2569
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงที่ต้องบริหารทั้งแรงส่งจากภายนอกและความเปราะบางภายในประเทศไปพร้อมกัน โดยเฉพาะความเสี่ยงจาก ราคาพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่อาจกระทบการส่งออก ต้นทุนธุรกิจ และกำลังซื้อในประเทศ
โอกาสของธุรกิจไทยอยู่ที่การ “เชื่อมต่อ” กับการลงทุนรอบใหม่
การปรับประมาณการ GDP ขึ้นเป็น 2.2% จึงไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจไทยกลับเข้าสู่การเติบโตอย่างทั่วถึงแล้ว แต่สะท้อนว่า เครื่องยนต์ใหม่จาก AI ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และ FDI กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
สำหรับภาคธุรกิจ โอกาสสำคัญจึงอยู่ที่การมองหา จุดเชื่อมต่อกับห่วงโซ่การลงทุนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี โลจิสติกส์ วิศวกรรม ระบบพลังงาน หรือบริการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มการใช้ วัตถุดิบและบริการในประเทศ พัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทต่างชาติกับผู้ประกอบการไทย เพื่อเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนและการส่งออกให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่มภายในประเทศมากขึ้น ซึ่ง SCB EIC มองว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
การเติบโต 2.2% จึงเป็นทั้ง “สัญญาณบวก” และ “โจทย์เชิงโครงสร้าง” เพราะประเทศไทยไม่ได้ต้องการเพียงเศรษฐกิจที่โตขึ้น แต่ต้องการการเติบโตที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยและกระจายมูลค่าเพิ่มไปสู่เศรษฐกิจในวงกว้าง
ท้ายที่สุด ทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงปี 2569–2570 อาจไม่ได้วัดกันเพียงว่า GDP จะโตเท่าไร แต่จะอยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนกระแสการลงทุนใหม่จาก AI และดิจิทัล ให้กลายเป็นการลงทุนในประเทศ การจ้างงาน การพัฒนาทักษะ และโอกาสทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทยมากขึ้น
สำหรับองค์กรและนักลงทุน นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ควรมองให้ไกลกว่าตัวเลขการเติบโต และประเมินว่า ธุรกิจของตนเองจะเข้าไปอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่การเติบโตใหม่ของเศรษฐกิจไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ 'Perfect Storm' - ธปท.ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด
เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ Perfect Storm ธปท.เผย กนง.มติ 6:1 คงดอกเบี้ย 1.75% ยอมรับความไม่แน่นอนสูงสุด GDP 2568 เพียง 2.3% ปี 69 ร่วงเหลือ 1.7% Trade War 2.0 กระทบส่งออก SMEs วิกฤต NPL พุ่ง 8.8% Policy Space จำกัด

งบประมาณปี 2569: อนาคตไทยบนเส้นด้ายแห่งวินัยการคลังไทย
บทวิเคราะห์งบประมาณปี 2569 ของไทยที่ลดงบลงทุนแลกกับการใช้หนี้ การขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง ถือเป็นทางสองแพร่งสำคัญทางการคลัง ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความท้าทายระยะยาวของประเทศ

ไทย–ยูเออี สรุปเจรจา CEPA การค้าครึ่งปีแรกพุ่งกว่า 75%
ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สรุปการเจรจาความตกลง CEPA สำเร็จ หลังมูลค่าการค้านอกภาคน้ำมันครึ่งแรกปี 2569 พุ่งสูงกว่า 75% แตะ 10.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเตรียมเดินหน้ากระบวนการทางกฎหมายเพื่อลงนามและผลักดันความร่วมมือใน 6 สาขายุทธศาสตร์สำคัญ

มาตรการกระทรวงการคลังเพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและสนับสนุน SME
กระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับ SMEs และธุรกิจฐานราก ควบคู่กับการผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า ผ่านแนวคิด Reinvent Thailand โดยมุ่งเน้นขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ AI และ Data Center ซึ่งส่งสัญญาณถึงทิศทางและโอกาสการลงทุนสำหรับภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่ต้องการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับนโยบายรัฐเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ธนาคารโลกเตือน: เศรษฐกิจไทยถึงทางตัน นี่คือ 8 ทางออกที่จะพลิกโฉมธุรกิจ
ถอดรหัสรายงานธนาคารโลก ทางออกสู่ประเทศรายได้สูงที่ทุกธุรกิจต้องรู้ ทลายกำแพงประเทศรายได้ปานกลาง: เมื่อการเติบโต 2.6% เป็นสัญญาณอันตราย และแผนปฏิรูป SMEs ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจไทยตลอดกาล

ผู้ว่าแบงก์ชาติยืนยันไทยยังไม่เผชิญภาวะ Stagflation
ธปท. ยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation จากเงินเฟ้อและการจ้างงานที่ยังคงมีเสถียรภาพ แต่ภาคธุรกิจ SME โดยเฉพาะร้านอาหาร ยังคงเผชิญความยากลำบากจากกำลังซื้อที่ลดลงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
