
พรรคคอมมิวนิสต์จีนครบรอบ 105 ปี ยอดสมาชิกพุ่งทะลุ 101 ล้านคน
สรุปประเด็น
-
พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีสมาชิกเกือบ 101.29 ล้านคน ณ สิ้นปี 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากปีก่อนหน้า พร้อมองค์กรระดับปฐมภูมิกว่า 5.43 ล้านแห่งทั่วประเทศ
-
จีนจัดคอนเสิร์ต "ประชาชนต้องมาก่อน" ที่ปักกิ่ง เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 105 ปีการก่อตั้งพรรคฯ ซึ่งตรงกับวันที่ 1 กรกฎาคม
-
ผู้นำระดับสูงของจีน นำโดยสีจิ้นผิง เข้าร่วมงานพร้อมประชาชนกว่า 3,000 คน สะท้อนความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง
ปักกิ่ง, 30 มิ.ย. (ซินหัว) -- ปักกิ่งจัดคอนเสิร์ตใหญ่ "ประชาชนต้องมาก่อน" ฉลองวาระสำคัญ ผู้นำระดับสูงร่วมงานคับคั่ง สมาชิกพรรคฯ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนฐานอำนาจทางการเมืองที่แข็งแกร่ง
สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ว่า ทบวงการจัดตั้งแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) เปิดเผยตัวเลขล่าสุดว่า ปัจจุบันพรรคฯ มีสมาชิกเกือบ 101.29 ล้านคน เมื่อนับถึงสิ้นปี 2025 ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า 1.01 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2024 ขณะเดียวกัน จำนวนองค์กรระดับปฐมภูมิของพรรคฯ ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมีมากกว่า 5.43 ล้านแห่ง เพิ่มขึ้น 1.81 แสนแห่ง หรือร้อยละ 3.4 จากปีก่อนหน้า ตัวเลขการเติบโตนี้เผยแพร่ออกมาในจังหวะสำคัญ เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังจะมีวาระครบรอบ 105 ปี การก่อตั้งพรรคฯ ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้
คอนเสิร์ตใหญ่ฉลองวาระ 105 ปี ผู้นำระดับสูงร่วมงานพร้อมหน้า
ในค่ำคืนก่อนวาระครบรอบ กรุงปักกิ่งได้จัดงานแสดงคอนเสิร์ตภายใต้ชื่อ "ประชาชนต้องมาก่อน" (Putting the People First) เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ งานดังกล่าวมีคณะผู้นำระดับสูงของพรรคและประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย สีจิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดี พร้อมด้วย หลี่เฉียง, จ้าวเล่อจี้, หวังฮู่หนิง, ไช่ฉี, ติงเซวียเสียง, หลี่ซี และหานเจิ้ง โดยมีประชาชนเข้าร่วมชมการแสดงราว 3,000 คน
มุมมองเชิงเศรษฐกิจ-การเมือง: เหตุใดตัวเลขนี้จึงสำคัญต่อนักธุรกิจ
สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการที่ติดตามความเคลื่อนไหวในจีน ตัวเลขสมาชิกพรรคฯ ที่เติบโตต่อเนื่องสะท้อนถึงเสถียรภาพเชิงโครงสร้างทางการเมืองของจีน ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต่างชาติมักให้ความสำคัญควบคู่กับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่จีนกำลังเผชิญความท้าทายด้านการค้าระหว่างประเทศและสงครามเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ
การจัดงานเฉลิมฉลองในระดับชาติเช่นนี้ มักมาพร้อมกับการส่งสัญญาณด้านนโยบายและทิศทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการไทยที่ทำการค้ากับจีนควรติดตามอย่างใกล้ชิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การทูตสีจิ้นผิง : จากคำมั่นสัญญาสู่ความก้าวหน้า
องฟ้าสีครามสดใสเหนือกรุงปักกิ่งของจีนขณะบรรดาผู้นำโลกเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ปี 2014 กลายเป็นปรากฏการณ์ "สีฟ้าแห่งเอเปค" (APEC blue) ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนทั่วโลก โดยสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

สีจิ้นผิงนำพาสายสัมพันธ์ 'จีน-สหรัฐฯ' มุ่งหน้าสู่เสถียรภาพ
สีจิ้นผิงเดินทางเยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 23–25 ก.ย. เพื่อพบหารือกับโดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งบริหารความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ ลดความขัดแย้ง และสร้างเสถียรภาพ ครอบคลุมประเด็นการค้า ภาษี แร่ยุทธศาสตร์ เทคโนโลยี AI และห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนลงทุนและทิศทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย

สีจิ้นผิงเสนอ 4 ข้อริเริ่ม สร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง: จีนกำลังเขียนกติกาใหม่ของภูมิภาคหรือแค่ถ่วงดุลอเมริกา?
สีจิ้นผิงเยือนอียิปต์พร้อมเสนอข้อริเริ่ม 4 ประการเพื่อสร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง ชูแนวทางแก้ปัญหาจากภายใน ใช้เศรษฐกิจนำสันติภาพ และยึดปัญหากลางปาเลสไตน์ สะท้อนยุทธศาสตร์รุกคืบของจีนเพื่อท้าทายและถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในภูมิภาค

จีนตั้งเป้ายอดค้าปลีกแตะ 60 ล้านล้านหยวน หนุนเศรษฐกิจโตช่วงปี 2026-2030
จีนอนุมัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (2026-2030) ตั้งเป้าดันยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคแตะ 60 ล้านล้านหยวนภายในปี 2030 เร่งเพิ่มสัดส่วนการบริโภคภาคครัวเรือนต่อ GDP และยกระดับคุณภาพตลาดเพื่อเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

สีจิ้นผิง-เผิงลี่หยวนเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พร้อมภริยา เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แกรนด์อียิปต์ ร่วมกับประธานาธิบดีอียิปต์ เข้าชมโบราณวัตถุล้ำค่าในนิทรรศการฟาโรห์ตุตันคาเมน พร้อมเน้นย้ำความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองอารยธรรมเก่าแก่ และเรียกร้องให้ร่วมกันส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมผ่านแผนริเริ่มอารยธรรมระดับโลก

ธนาคารกลางจีนอัดฉีด 5 หมื่นล้านหยวนผ่านพันธบัตรรัฐบาลเดือน พ.ค.
ธนาคารกลางจีนอัดฉีดสภาพคล่องสุทธิ 5 หมื่นล้านหยวนผ่านการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลในเดือนพฤษภาคม สะท้อนการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างเหมาะสม ควบคู่การรักษาเสถียรภาพอัตราดอกเบี้ยและสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจจีน
