
ธนาคารกลางจีนอัดฉีด 5 หมื่นล้านหยวนผ่านพันธบัตรรัฐบาลเดือน พ.ค.
สรุปประเด็น
ปักกิ่ง, (ซินหัว) — ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) หรือธนาคารกลางของจีนรายงานว่า ธนาคารได้อัดฉีดสภาพคล่องสุทธิเข้าสู่ระบบ 5 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.41 แสนล้านบาท) ผ่านการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลในตลาดเปิดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ธนาคารกลางของจีนเผยข้อมูลระบุว่า การดำเนินงานซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลในตลาดเปิดของธนาคารณ ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 4-5 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.9-2.41 แสนล้านบาท) ต่อเดือน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
หวังชิง นักวิเคราะห์มหภาคจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ โกลเดน เครดิต เรตติ้ง (Golden Credit Rating) ระบุว่าการอัดฉีดสภาพคล่องสุทธิในเดือนพฤษภาคมสอดคล้องกับระดับที่ค่อนข้างทรงตัวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่าปัจจุบันสภาพคล่องในตลาดมีอยู่ค่อนข้างเพียงพอแล้ว ทำให้ธนาคารกลางไม่จำเป็นต้องอัดฉีดสภาพคล่องระยะยาวจำนวนมากผ่านการซื้อขายพันธบัตรในตลาดเปิด
หวังเสริมว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของธนาคารกลางในการดำเนินงานในตลาดเปิดอย่างยืดหยุ่น และชี้นำอัตราดอกเบี้ยในตลาดให้เคลื่อนไหวอยางมีเสถียรภาพ และสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ผ่านการประสานงานอย่างสมดุลระหว่างปริมาณสภาพคล่องกับการกำหนดราคา
ทั้งนี้ รายงานการทำงานของรัฐบาลจีนประจำปีนี้ระบุว่า จีนจะยังคงดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกมากขึ้น และใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างเหมาะสมในปี 2026
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของธนาคารกลางในการดำเนินงานในตลาดเปิดอย่างยืดหยุ่น และชี้นำอัตราดอกเบี้ยในตลาดให้เคลื่อนไหวอยางมีเสถียรภา
ธนาคารประชาชนจีนกับบทบาทต่อเศรษฐกิจจีน
ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) ก่อตั้งปี 1948 จากการควบรวมธนาคารใหญ่หลายแห่ง เพื่อเป็นสถาบันการเงินหลักในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาเป็นธนาคารกลางเต็มรูปแบบหลังการปฏิรูปเศรษฐกิจปี 1978 เป็นต้นมา PBOC ทำหน้าที่กำหนดและดำเนินนโยบายการเงิน ออกเงินหยวน ดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน และบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งเป็น “เครื่องมือหลัก” ที่ช่วยให้จีนควบคุมเงินเฟ้อ รักษาเสถียรภาพค่าเงิน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในช่วงกว่า 40 ปีที่ผ่านมา
บทบาทของ PBOC ต่อเส้นทางการเติบโตเศรษฐกิจจีนจึงอยู่ที่ 3 มิติหลัก
-
ใช้นโยบายการเงิน (ดอกเบี้ย สภาพคล่อง RRR) หนุนการลงทุนและอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ในขณะที่คุมความร้อนแรงของฟองสบู่สินทรัพย์และหนี้
-
บริหารค่าเงินหยวนให้มีเสถียรภาพพอจะสนับสนุนการส่งออก แต่ไม่ผันผวนจนเสี่ยงต่อระบบการเงิน และค่อยๆ เปิดเสรีมากขึ้นตามการเปิดประเทศ
-
สะสมและบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยให้จีนรับมือวิกฤตการเงินโลกและรองรับยุทธศาสตร์ออกไปลงทุน–ปล่อยกู้ต่างประเทศ (เช่น Belt and Road)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนโต้กลับสหรัฐด้วยภาษีนำเข้า 84% หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจีน 104%
จีนยกระดับสงครามการค้าด้วยการประกาศขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ เป็น 84% มีผลวันที่ 10 เม.ย. นี้ ตอบโต้ทรัมป์ที่เพิ่มภาษีสินค้าจีน 104% ขณะที่เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณเสี่ยงภาวะถดถอย

พาณิชย์จีนเผย 'เงินลงทุนจากตปท.' ไหลเข้ามากกว่าไหลออก
กระทรวงพาณิชย์จีนเผยเงินลงทุนจากต่างประเทศยังไหลเข้าสู่จีนมากกว่าไหลออก แม้มูลค่า FDI ช่วง 5 เดือนแรกปี 2026 ลดลง 8.6% แต่แนวโน้มชะลอตัวลง พร้อมย้ำจีนยังเป็นหนึ่งในจุดหมายลงทุนสำคัญของโลก

จีนเผยยอดเดินทางช่วงวันแรงงาน 2026 ทะลุ 1.52 พันล้านครั้ง ทำสถิติสูงสุดใหม่
จีนเผยยอดเดินทางระหว่างภูมิภาคช่วงหยุดยาววันแรงงาน 5 วัน แตะ 1.52 พันล้านครั้ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแกร่ง

สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : นายกเทศมนตรีหลักหกชี้ 'การพัฒนาสีเขียว-ยั่งยืน' เป้าหมายร่วมของจีน-ไทย
นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานี ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมืองยั่งยืนที่เซี่ยงไฮ้ พร้อมชี้ว่าการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เมืองสีเขียว และการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนาเมือง คือเป้าหมายร่วมที่จีนและไทยสามารถต่อยอดความร่วมมือในอนาคต

สีจิ้นผิง : ข้อสังเกต 4 ประการ เพื่อพัฒนา-กำกับดูแล AI
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เสนอข้อสังเกต 4 ประการเพื่อพัฒนาและกำกับดูแล AI ในเวที WAIC 2026 มุ่งเน้นความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และส่งเสริมความเท่าเทียมในระดับสากล

การขยายการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในประเทศไทยและผลกระทบต่อ SME
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่บทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับภูมิภาค สะท้อนจากการลงทุนมหาศาลกว่า 70,000 ล้านบาท จากสี่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีชั้นนำของจีน โดยมีเป้าหมายในการสร้างสรรค์ซัพพลายเชนและศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศ
