
ปูตินเตรียมหารือเชิงลึกกับสีจิ้นผิง ยกระดับความร่วมมือรัสเซีย–จีนทุกมิติ
มอสโก, 30 ส.ค. (ซินหัว) — วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่าเขามุ่งหวังหารือเชิงลึกกับสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เกี่ยวกับวาระความสัมพันธ์ทวิภาคีในทุกๆ มิติ
ในบทสัมภาษณ์เป็นลายลักษณ์อักษรของปูตินก่อนการเดินทางเยือนจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ในเทศบาลนครเทียนจิน และงานรำลึกวันแห่งชัยชนะของจีน ณ กรุงปักกิ่ง ปูตินกล่าวว่าการเยือนรัสเซียของสีจิ้นผิงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้นประสบผลสำเร็จยิ่งใหญ่ โดยได้รับความสนใจวงกว้างในเวทีโลก และได้รับเสียงชื่นชมอย่างสูงในรัสเซีย อีกทั้งบรรลุผลสำเร็จหลายประการ อาทิ การออกแถลงการณ์รอบด้านร่วมกัน และการลงนามเอกสารทวิภาคีจำนวนมาก
ปูตินเผยว่าการเยือนรัสเซียของสีจิ้นผิงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ลึกซึ้งต่อการเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน เราได้ยืนยันอีกครั้งถึงการเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของประชาชนทั้งสองประเทศ ที่ต้องการเสริมสร้างความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรภาพ และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว
ปูตินกล่าวว่าตัวเขาจะเดินทางเยือนจีนเช่นกันตามคำเชิญของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และมุ่งหวังที่จะหารือเชิงลึกกับสีจิ้นผิงในทุกแง่มุมของความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นเร่งด่วนระดับภูมิภาคและนานาชาติ พร้อมเสริมว่าในรัสเซีย เราให้คุณค่าอย่างยิ่งต่อความมุ่งมั่นจริงใจของผู้นำจีนในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนรอบด้านและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของสองฝ่าย
ด้านการค้าและเศรษฐกิจ ปูตินระบุว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียและจีนรุดหน้าสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยมูลค่าการค้าทวิภาคีที่เพิ่มขึ้นราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.22 ล้านล้านบาท) ตั้งแต่ปี 2021 ส่วนในแง่ปริมาณการค้า จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของรัสเซีย ขณะที่รัสเซียครองอันดับ 5 ในฐานะคู่ค้าต่างประเทศของจีนเมื่อปี 2024 และการทำธุรกรรมระหว่างรัสเซียและจีนเกือบทั้งหมดใช้สกุลเงินรูเบิลและเงินหยวน
ปัจจุบันรัสเซียยังรักษาสถานะผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซรายใหญ่สู่จีน และทั้งสองฝ่ายได้ร่วมมือลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงไม่กี่ปีมานี้รัสเซียเริ่มส่งออกเนื้อหมูและเนื้อวัวไปจีน ซึ่งในภาพรวมนั้นสินค้าเกษตรและอาหารเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญในการส่งออกจากรัสเซียสู่จีน
นอกจากนี้ ปริมาณการลงทุนทวิภาคีเติบโตต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินโครงการร่วมขนาดใหญ่ในภาคส่วนสำคัญและร่วมมือใกล้ชิดในภาคอุตสาหกรรม โดยรัสเซียเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญสำหรับการส่งออกรถยนต์จากจีน และทั้งสองฝ่ายกำลังร่วมสร้างการผลิตขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงมีแผนใหญ่ในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง
ปูตินทิ้งท้ายว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมระหว่างสองประเทศกำลังก้าวหน้าในหลายมิติ และระหว่างการเยือนจีนที่จะมาถึงนี้ เราจะหารือถึงแนวโน้มความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนก้าวใหม่ๆ สำหรับยกระดับความร่วมมือเพื่อประโยชน์ของประชาชนรัสเซียและจีน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีจิ้นผิง-ปูติน ดื่มชาหารือในปักกิ่ง ย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียสู่ระดับใหม่
สีจิ้นผิงและวลาดิเมียร์ ปูติน ร่วมดื่มชาและหารือที่กรุงปักกิ่ง พร้อมย้ำความสัมพันธ์จีน-รัสเซียบนพื้นฐานความเคารพและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้ายกระดับความสัมพันธ์และสนับสนุนเสถียรภาพโลกในระยะยาว

การทูตสีจิ้นผิง : การเดินทางแห่งการเสวนาระหว่างอารยธรรม
ย้อนกลับไปปี 2013 สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และเผิงลี่หยวน ผู้เป็นภริยา ได้เยี่ยมชมแหล่งโบราณคดีชิเชนอิตซาแห่งอารยธรรมมายาของเม็กซิโก พร้อมด้วยเอนริเก เปญญา นิเอโต ประธานาธิบดีเม็กซิโกในขณะนั้น และภริยาของเขา โดยสีจิ้นผิงตั้งใจฟังคำอธิบายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมายา สอบถามความหมายเบื้องหลังลวดลายแกะสลัก

สหรัฐฯ ระงับเจรจาภาษีกับไทย เหตุพิพาทชายแดนกัมพูชา
รัฐบาลไทยผิดหวังหลังสหรัฐฯ ระงับเจรจาการค้าชั่วคราวจากปัญหาทุ่นระเบิดชายแดนไทย–กัมพูชา แม้ไทยย้ำให้แยกประเด็นความมั่นคงออกจากการค้า พร้อมเดินหน้าบนผลประโยชน์แห่งชาติ

นายกฯ อนุทิน เยือนอินโดนีเซียกระตุ้นการค้า-ลงทุน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐ อินโดนีเซีย อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569 ซึ่งนับเป็นการเยือนระดับผู้นำรัฐบาลในรอบ 15 ปี

การทูตสีจิ้นผิง : จากคำมั่นสัญญาสู่ความก้าวหน้า
องฟ้าสีครามสดใสเหนือกรุงปักกิ่งของจีนขณะบรรดาผู้นำโลกเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ปี 2014 กลายเป็นปรากฏการณ์ "สีฟ้าแห่งเอเปค" (APEC blue) ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนทั่วโลก โดยสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

จากคู่แข่งสู่คู่ค้าอันดับหนึ่ง: เจาะลึกแผนยุทธศาสตร์ร่วมไทย-เวียดนามเพื่อครองตลาดอาเซียนในทศวรรษหน้า
ในโลกการค้ายุคใหม่ที่เผชิญกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รูปแบบการแข่งขันแบบแพ้-ชนะ (Zero-Sum Game) กำลังถูกแทนที่ด้วยแนวคิด "การร่วมมือเพื่อเติบโต" (Co-opetition) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในภูมิภาคอาเซียนคือ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง ไทย และ เวียดนาม
