จาก IRC ถึง ส.อ.ท.: เส้นทางผู้นำของพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล

THE LEADERS

จาก IRC ถึง ส.อ.ท.: เส้นทางผู้นำของพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล

กลุ่มสิทธิผล

จาก IRC ถึง ส.อ.ท.: เส้นทางผู้นำของพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

เส้นทางของนางพิมพ์ใจเริ่มต้นจากการเป็นนิสิตวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วศ.2522) ในยุคที่นิสิตหญิงในคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังมีจำนวนน้อยมาก จนถูกเปรียบให้เป็น “ไข่แดงของรุ่น” การเลือกเดินเข้าสู่สายวิศวกรรมตั้งแต่แรกสะท้อนบุคลิกที่ชอบโจทย์ยาก ชอบคิดเชิงระบบ และพร้อมเผชิญกับความท้าทายท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ผู้หญิงเป็นส่วนน้อย

หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เธอเริ่มชีวิตการทำงานในฐานะวิศวกรที่เครือซิเมนต์ไทย (SCG) ก่อนตัดสินใจไปต่อยอดความรู้ด้านการจัดการที่สหรัฐอเมริกา นางพิมพ์ใจสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) สาขาการบริหารการดำเนินงาน (Operations Management) จาก Drexel University เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งกลายเป็นฐานคิดสำคัญในการผสมผสาน “ตรรกะวิศวกร” กับ “มุมมองนักบริหาร” เข้าด้วยกัน

เมื่อกลับประเทศไทย เธอเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวในกลุ่มบริษัทสิทธิผล และเติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในแกนหลักด้านกลยุทธ์และการบริหารของกลุ่ม ประสบการณ์ทำงานทั้งในองค์กรขนาดใหญ่ระดับชาติอย่าง SCG และในธุรกิจครอบครัวที่ต้องแข่งขันในตลาดโลก ทำให้วิธีคิดของเธอเชื่อมโยงทั้งมุม “ระบบอุตสาหกรรม” และ “สายปฏิบัติจริง” ได้อย่างแนบแน่น

บทบาทในกลุ่มสิทธิผล และการสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยาง

หนึ่งในหมุดหมายสำคัญในเส้นทางอาชีพของนางพิมพ์ใจ คือบทบาทในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ IRC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือกลุ่มสิทธิผล ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยางอีลาสโตเมอร์และยางนอก–ยางในสำหรับรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ภายใต้การนำของเธอ IRC ได้รับการยอมรับทั้งในมิติเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานสากล จนสามารถขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศหลายภูมิภาคทั่วโลก

นางพิมพ์ใจยังเป็นผู้ผลักดันการจัดตั้งบริษัท ไออาร์ซี (เอเชีย) รีเสิร์ช จำกัด เพื่อทำหน้าที่เป็นฐานวิจัยและพัฒนาด้านอีลาสโตเมอร์โดยเฉพาะ ช่วยให้ IRC มีความแข็งแกร่งด้าน R&D และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์เชิงโครงสร้างเหล่านี้ทำให้ IRC ได้รับรางวัล SET Sustainability Awards จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2560 สะท้อนว่าการเติบโตของธุรกิจภายใต้การนำของเธอเดินคู่กับมาตรฐานด้านความยั่งยืน

เกี่ยวกับเครือกลุ่มสิทธิผล

เครือกลุ่มสิทธิผล (The Sittipol Group) เป็นหนึ่งในกลุ่มทุนไทยแถวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเติบโตจากธุรกิจร้านซ่อมจักรยานเล็กๆ เมื่อกว่าหนึ่งศตวรรษก่อน สู่เครือข่ายบริษัทด้านอะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ครบวงจรที่มีบทบาททั้งในตลาดไทยและการส่งออกทั่วโลก ปัจจุบันดำเนินธุรกิจผ่านบริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด และบริษัทในเครือเกือบร้อยแห่ง ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มยาง (แบรนด์ IRC) กลุ่มอุปกรณ์ส่องสว่างและชิ้นงานพลาสติก (ไทยสแตนเลย์) กลุ่มเหล็กและโซ่จักรยานยนต์ (D.I.D) ไปจนถึงธุรกิจพลังงานร่วมกับแบรนด์โททาลและเอลฟ์ รวมถึงบทบาทตัวแทนจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกในไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “คุณภาพคู่คุณธรรม” ที่ตระกูลลี้อิสสระนุกูลยึดถือสืบทอดกันมา และใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังหลายประเทศ

เส้นทางสู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำภาคอุตสาหกรรม

การได้รับเลือกจากที่ประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท. ให้ดำรงตำแหน่งประธาน วาระปี 2569–2571 ด้วยมติเอกฉันท์สะท้อนทั้งความเชื่อมั่นในตัวผู้นำและความคาดหวังจากภาคเอกชนต่อบทบาทของสภาอุตสาหกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของเศรษฐกิจไทย การเลือกตั้งดังกล่าวจัดขึ้นภายหลังการประชุมที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีการวางกรอบไว้ล่วงหน้าผ่านมติคณะกรรมการ ส.อ.ท. ในปี 2569 ที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่สำหรับวาระ 2569–2571

การขึ้นมาของนางพิมพ์ใจเกิดขึ้นในจังหวะที่โครงสร้างบริหาร ส.อ.ท. ได้รับการปรับให้รองรับภารกิจใหญ่ระดับประเทศ ทั้งในมิติกลุ่มอุตสาหกรรม 48 กลุ่ม และเครือข่ายสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 76 จังหวัดและ 18 กลุ่มจังหวัด ซึ่งทำให้บทบาทประธานต้องสามารถเชื่อม “ส่วนกลาง–ภูมิภาค–กลุ่มอุตสาหกรรม” เข้าเป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน นี่คือโจทย์เชิงโครงสร้างที่ทำให้ตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. ในวาระนี้แตกต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากความไว้วางใจจากโครงสร้างภายใน ส.อ.ท. แล้ว การแสดงความยินดีจากองค์กรพันธมิตรและภาคส่วนต่าง ๆ ที่มองการขึ้นดำรงตำแหน่งของเธอว่าเป็น “อีกก้าวสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย” ตอกย้ำว่า บทบาทผู้นำคนนี้ถูกคาดหวังให้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

วิสัยทัศน์ “The New Chapter of Thai Industry”

ทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง นางพิมพ์ใจประกาศวิสัยทัศน์ “The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5I” ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์เพื่อนำพาอุตสาหกรรมไทยผ่านภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความเชื่อว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ต้องอาศัยทั้งนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานใหม่ และความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐ–เอกชน

กรอบ “5I” ถูกออกแบบมาเพื่อ “ติดปีก” ให้ภาคการผลิตของไทย โดยแปลงความท้าทายจากพลังงานแพง เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว และภูมิรัฐศาสตร์ที่แบ่งขั้ว เป็นโอกาสในการย้ายไทยจากฐานการผลิตแบบเดิม สู่ฐานการผลิตมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้บริบทดังกล่าว วาระ 2569–2571 ของ ส.อ.ท. จึงไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน แต่ถูกวางให้เป็น “บทใหม่” ของอุตสาหกรรมไทยทั้งระบบ

ยุทธศาสตร์ 5I: เขียนเกมใหม่ให้ภาคอุตสาหกรรมไทย

แม้แต่ละสื่อจะจัดวางรายละเอียด 5I แตกต่างกันเล็กน้อย แต่สารหลักของยุทธศาสตร์นี้มีแกนร่วมคือการใช้ “นวัตกรรม–ดิจิทัล–ความยั่งยืน–การเชื่อมโยงเครือข่าย–การพัฒนาคน” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้พร้อมแข่งขันในสมรภูมิโลก

ตัวอย่างแกนสำคัญของ 5I ได้แก่

  • ยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรมและดิจิทัล
    เน้นการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และ AI เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะในบริบทที่ธุรกิจจำเป็นต้อง “เร็วกว่าและฉลาดกว่าเดิม” เพื่อรับมือการแข่งขันโลก

  • ยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน (Inclusive Sustainability)
    ชูการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบครบวงจร ตั้งแต่การเร่งรัดกฎหมาย ไปจนถึงการจัดตั้งกลไกทางการเงินรูปแบบกองทุนเพื่อสนับสนุนภาคการผลิตให้สามารถลงทุนในเทคโนโลยีและระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง

  • ยุทธศาสตร์ด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายและซัพพลายเชน
    ให้ความสำคัญกับการปรับแผนที่คู่ค้า กระจายห่วงโซ่อุปทาน และสร้างพันธมิตรใหม่ในตลาดโลก ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่แบ่งขั้วและมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น

  • ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์และผู้ประกอบการ
    มุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME และผู้เล่นในห่วงโซ่เดิม ให้สามารถ “อัปสเกล” เข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งในแง่ทักษะดิจิทัล การจัดการข้อมูล และการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน

ภายใต้กรอบ 5I นางพิมพ์ใจวางโรดแมปสำหรับวาระการทำงานของทีมผู้บริหาร ส.อ.ท. เพื่อให้ทุกเสาหลักของยุทธศาสตร์ถูกแปลงเป็นโครงการและมาตรการที่จับต้องได้ ไม่ใช่เพียงกรอบนโยบายเชิงสัญลักษณ์ แนวคิดเรื่อง “เวลา” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดความสำเร็จ เพราะ 700 วันคือหน้าต่างสำคัญในการพิสูจน์ว่า ส.อ.ท. สามารถเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นผลลัพธ์จริงได้เพียงใด

บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ในระดับมหภาค การเข้าดำรงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. วาระ 2569–2571 ของนางพิมพ์ใจถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยฐานสมาชิกที่เชื่อมโยงทั้ง 48 กลุ่มอุตสาหกรรมและเครือข่ายระดับภูมิภาคทั่วประเทศ ส.อ.ท. ในยุคของเธอจึงถูกคาดหวังให้เป็นกลไกกลางในการผลักดันไทยสู่ “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ที่เน้นทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและความยั่งยืน

วิสัยทัศน์ของเธอบรรจบกับแนวโน้มโลกที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียว เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งทำให้ ส.อ.ท. มีบทบาทมากกว่าการเป็นตัวแทนเจรจานโยบายด้านภาษีหรือกฎระเบียบ แต่กลายเป็น “แพลตฟอร์มยุทธศาสตร์” ที่เชื่อมผู้ผลิต เทคโนโลยี การเงิน และภาครัฐเข้าด้วยกัน ความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. กับภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจดิจิทัลยังช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ soft power และนวัตกรรมต่อยอดห่วงโซ่มูลค่าเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยภาพรวมทั้งหมดนี้ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล จึงไม่ใช่เพียง “ประธานองค์กรธุรกิจ” แต่เป็นผู้นำที่ยืนอยู่บนจุดตัดสำคัญระหว่างอุตสาหกรรมดั้งเดิม เศรษฐกิจดิจิทัล และวาระด้านความยั่งยืนของประเทศ ผลลัพธ์ของวาระ 2569–2571 จะเป็นตัวชี้ว่าประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านจาก “ฐานการผลิตแบบเดิม” ไปสู่ “ฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ได้ไกลแค่ไหน

ที่มา: เว็บไซต์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ข้อมูลบริษัทในเครือ, และรายงานข่าวธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘พารณ อิศรเสนาฯ’ เสาหลักอุตสาหกรรม ยึดสูตรบริหาร “เลือกคนเก่งและต้องเป็นคนดี”

‘พารณ อิศรเสนาฯ’ เสาหลักอุตสาหกรรม ยึดสูตรบริหาร “เลือกคนเก่งและต้องเป็นคนดี”

พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้มีบทบาทสำคัญในการยกร่าง พ.ร.บ.ส.อ.ท. และขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยด้วยหลัก “คนดีคือหัวใจขององค์กร” พร้อมวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

7 นาที
บสย. ร่วมมือ ส.อ.ท. ออกมาตรการเฉพาะจุดช่วย SMEs ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

บสย. ร่วมมือ ส.อ.ท. ออกมาตรการเฉพาะจุดช่วย SMEs ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

บสย. และ ส.อ.ท. ผนึกกำลังช่วยเหลือ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้นด้วยระบบเครดิตสกอริ่ง เพื่อขับเคลื่อนและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้แข็งแกร่ง.

6 นาที
ส.อ.ท. แนะรัฐบาลลงทุนงบปี 70 เน้นอนาคตดิจิทัล พลังงานสะอาด และพัฒนาแรงงาน-SME

ส.อ.ท. แนะรัฐบาลลงทุนงบปี 70 เน้นอนาคตดิจิทัล พลังงานสะอาด และพัฒนาแรงงาน-SME

ส.อ.ท. ชี้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณปี 2570 อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ข้อจำกัดทางการคลัง พร้อมเสนอ 5 แนวทางปฏิรูปงบประมาณที่มุ่งเน้นการลงทุนในอนาคต โดยเฉพาะด้าน ดิจิทัล พลังงานสะอาด และการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยผ่านนวัตกรรมและการเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก นับเป็นทิศทางสำคัญที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่และนักลงทุนควรจับตามอง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจ

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง