
ส.อ.ท. แนะรัฐบาลลงทุนงบปี 70 เน้นอนาคตดิจิทัล พลังงานสะอาด และพัฒนาแรงงาน-SME
สรุปประเด็น
-
มุ่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาด: เสนอให้จัดสรรงบประมาณปี 2570 มุ่งเน้นเมกะเทรนด์โลก โดยเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อลดต้นทุนระยะยาว และวางรากฐานระบบดิจิทัลรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
-
ยกระดับทรัพยากรมนุษย์และทักษะแรงงาน: ผลักดันการพัฒนาศักยภาพและทักษะของแรงงานไทยให้มีพลวัต พร้อมปรับตัวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน
-
เสริมแกร่งภาคการผลิตไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก: มุ่งเน้นการส่งเสริมนวัตกรรม ยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย และสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับ Supply Chain ระดับสากล ช่วยปลดล็อกขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เสนอแนะแนวทางการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 แก่รัฐบาลอย่างมีวิสัยทัศน์ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้สถานการณ์ที่รัฐบาลยอมรับว่ามีข้อจำกัดด้านงบประมาณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความท้าทายระดับโลก ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตพลังงาน ข้อเสนอของ ส.อ.ท. จึงมุ่งหวังให้เกิดการปฏิรูประบบงบประมาณเพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
แนวทางปฏิรูปงบประมาณที่สำคัญหลายประการสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเมกะเทรนด์โลก เริ่มจากการเร่งลงทุนใน อนาคตดิจิทัล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในทุกระดับ นอกจากนี้ การพัฒนาทักษะและยกระดับ ทรัพยากรมนุษย์ ก็เป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่ ส.อ.ท. ผลักดัน เพื่อให้แรงงานไทยสามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการของตลาดแรงงานที่มีพลวัต และรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ปลดล็อกภาคการผลิตไทยสู่ Supply Chain โลก
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ พลังงานสะอาด ซึ่งไม่เพียงช่วยลดจุดเปราะบางด้านพลังงานของประเทศ แต่ยังสร้างความมั่นคงในระยะยาวและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในด้านนี้จะส่งผลดีต่อบริษัทขนาดใหญ่ที่กำลังมองหาโอกาสในการลดต้นทุนพลังงานและปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล ขณะเดียวกัน การส่งเสริมนวัตกรรมและยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย รวมถึงการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการผลิตและส่งออกของประเทศ
ข้อเสนอเพิ่มเติมจากระธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ว่าต้องมองด้วยความเข้าใจต่อข้อจำกัดของภาครัฐ เพราะประเทศไทยอยู่ในช่วงที่ต้องดูแลเศรษฐกิจระยะสั้น ควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง และรับมือกับภาระรายจ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงใช้งบมากหรือน้อย แต่คือใช้งบให้เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจได้จริง
ข้อเสนอด้านการคลังที่สำคัญมี 5 เรื่อง ที่อยากให้ภาครัฐเร่งดำเนินการไปพร้อมกัน
1. จัดสรรงบประมาณโดยยึดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเป็นหลัก งบลงทุนควรมุ่งไปที่โครงการที่วัดผลได้ว่าเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน เพิ่มการจ้างงาน เพิ่มรายได้ภาคธุรกิจ หรือสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศ ไม่ควรกระจายงบจนขาดจุดเน้น
2. เพิ่มรายได้รัฐโดยขยายฐานเศรษฐกิจ รัฐควรทำให้เศรษฐกิจโตขึ้น ดึงธุรกิจเข้าสู่ระบบภาษีอย่างเป็นธรรม ใช้ดิจิทัลลดการรั่วไหล และส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง มากกว่าการขึ้นภาษีแบบเร่งด่วนที่อาจซ้ำเติมต้นทุนของภาคการผลิต
3. มีระบบติดตามและประเมินผลการใช้งบประมาณแบบเปิดเผยทุกโครงการสำคัญ ควรมีตัวชี้วัดชัดเจน ตั้งแต่ผลผลิต ผลลัพธ์ ไปจนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ พร้อมเปิดข้อมูลความคืบหน้าให้ประชาชนและภาคเอกชนตรวจสอบได้ เพื่อให้งบประมาณไม่จบแค่การเบิกจ่าย แต่ต้องตอบได้ว่าเกิดประโยชน์จริงหรือไม่
4. เปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคเอกชนมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยงบประมาณที่ดีต้องสะท้อนความต้องการจริงของพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน แรงงาน พลังงาน และการพัฒนาเอสเอ็มอึ ควรมีช่องทางรับฟังความเห็นจากผู้ใช้ประโยชน์โดยตรง เพื่อให้เม็ดเงินรัฐลงสู่โครงการที่ตรงจุดและสร้างผลคูณทางเศรษฐกิจได้สูงสุด
5. ลดรายจ่ายประจำผ่านการปฏิรูประบบราชการสู่รัฐบาลดิจิทัล การลดรายจ่ายประจำไม่ควรมองเพียงการตัดงบ แต่ต้องลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ ลดงานเอกสาร ลดการอนุมัติหลายชั้น เชื่อมฐานข้อมูลภาครัฐ และยกระดับบริการประชาชนและภาคธุรกิจให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น เมื่อระบบราชการมีประสิทธิภาพขึ้น ต้นทุนของรัฐลดลง และต้นทุนแฝงของผู้ประกอบการก็ลดลงด้วย.
บทสรุปผู้บริหาร
ข้อเสนอแนะเหล่านี้ตอกย้ำถึงความเข้าใจของภาคเอกชนต่อบริบททางเศรษฐกิจโลกและข้อจำกัดทางการคลังของประเทศ ชี้ให้เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณในปี 2570 ควรเป็นไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการระยะสั้น แต่ยังสร้างโอกาสสำหรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะยาว การมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับประเทศไทยท่ามกลางภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ตั้ง 4 คณะทำงาน การันตีชาวบ้านไร้กังวล
กระทรวงการคลังเปิดตัวคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรมใน 1 เดือน วางเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำด้านสิ่งแวดล้อม เสียง และความปลอดภัย พร้อมตั้ง 4 คณะทำงานควบคุมทั้งระบบ ยืนยันคุ้มครองชุมชนและไม่กระทบการลงทุน

ความสำเร็จของ ETC ในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน และการได้รับคัดเลือกสู่กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี พ.ศ. 2569

GUNKUL จับมือกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ ลุยโซลาร์ลอยน้ำ Laguna Lake ใหญ่สุดในอาเซียน 784.1 MW
GUNKUL เดินหน้ารุกตลาดพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค ลงนาม LOI ร่วมกับกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ พัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ Laguna Lake Floating Solar ขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน กำลังการผลิต 784.1 เมกะวัตต์ พร้อมสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี ล็อกราคาคงที่ หนุนการรับรู้กำไรเต็มปีตั้งแต่ปี 2571

นายกรัฐมนตรีไทยหารือเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเรื่องความร่วมมือด้านพลังงานและการจัดหาน้ำมัน
นายกรัฐมนตรีหารือเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานและสำรวจแหล่งน้ำมันเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้ SMEs ไทย โดยเฉพาะในภาคพลังงานสะอาด

แร่แรร์เอิร์ธ" ขุมทรัพย์อนาคต: ทำไมไทยต้องเร่งพัฒนา และการลงนาม MOU กับสหรัฐฯ มีนัยยะอย่างไรต่อ SME ไทย?
ในยุคที่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาดกำลังขับเคลื่อนโลกอย่างรวดเร็ว แร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth Elements - REEs) หรือแร่หายาก ได้กลายเป็น "ขุมทรัพย์อนาคต" ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไฮเทค ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทยในการศึกษาและพัฒนาศักยภาพแร่ชนิดนี้

บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะจัดหมวดหมู่ 5 กลุ่มใช้ไฟฟ้า พร้อมกำหนด 2 อัตราค่าไฟ รองรับการลงทุน Data Center ในประเทศไทย
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เตรียมกำหนดเกณฑ์จัดกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า 5 กลุ่ม พร้อมวางอัตราค่าไฟ 2 รูปแบบ รองรับการเติบโตของ Data Center ในไทย ควบคู่กับการผลักดัน Incentive ให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Energy เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันดึงดูดการลงทุน Cloud และ AI ระดับโลกอย่างยั่งยืน
