
สศช. ปักหมุด “13 ประเด็นปฏิรูป” ในร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 มุ่งยกระดับเศรษฐกิจไทยโตสูงขึ้น ทั่วถึง และยั่งยืน
สรุปประเด็น
-
สศช. ยกร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14: วางกรอบการพัฒนาประเทศปี 2571–2575 ตั้งเป้าดัน GDP โต 3% ขึ้นไป พร้อมมุ่งเพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน
-
ยึดแนวคิด “ซ่อม-เสริม-เลิก-สร้าง”: มุ่งแก้จุดอ่อนเดิม เสริมศักยภาพที่มี ลดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรค และสร้างขีดความสามารถใหม่เพื่อรองรับเศรษฐกิจอนาคต
-
ขับเคลื่อนผ่าน 5 เสาหลัก T-R-U-S-T: ประกอบด้วย Transform เศรษฐกิจ, Reform ภาครัฐ, Upgrade ทุนมนุษย์, Sustainability สิ่งแวดล้อม และ Technology & Innovation
-
เดินหน้า 13 ประเด็นปฏิรูปหลัก: เน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเชิงระบบ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและทุกภาคส่วนทั่วประเทศเพื่อนำไปปฏิบัติได้จริง
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เดินหน้าจัดทำ ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) โดยวางเป้าหมายปลายทางให้ เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน พร้อมยกระดับผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี และการเข้าสู่สังคมสูงวัย
กรอบทิศทางล่าสุดของ สศช. ใช้แนวคิด “ซ่อม-เสริม-เลิก-สร้าง” ได้แก่ ซ่อมรากฐานที่ยังอ่อนแอ เสริมศักยภาพที่ไทยมี เลิกข้อจำกัดที่ฉุดรั้ง และสร้างความสามารถใหม่สำหรับอนาคต โดยมี 4 เป้าหมายหลัก และ 13 ประเด็นปฏิรูปหลัก เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ขณะเดียวกันการดำเนินงานจะเชื่อมโยงผ่าน 5 เสาหลักการพัฒนา หรือ T-R-U-S-T
จาก “ซ่อมรากฐาน” สู่การสร้างความสามารถใหม่
หัวใจของร่างแผนฯ ฉบับที่ 14 ไม่ได้อยู่ที่การกำหนดเป้าหมายทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการ ปรับโครงสร้างและแก้ข้อจำกัดเชิงระบบ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของประเทศ
หลักคิด “ซ่อม-เสริม-เลิก-สร้าง” จึงครอบคลุมตั้งแต่การแก้จุดเปราะบางเดิม การเพิ่มศักยภาพของทุนที่ประเทศไทยมีอยู่ ไปจนถึงการลดกฎระเบียบหรือข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรค และสร้างขีดความสามารถใหม่เพื่อรองรับเศรษฐกิจในอนาคต
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 กำลังขยับจากการ “วางกรอบการพัฒนา” ไปสู่การกำหนดประเด็นปฏิรูปที่สามารถนำไปขับเคลื่อนและวัดผลได้จริง
5 เสาหลัก T-R-U-S-T กับการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ
สศช. วางกรอบการพัฒนาผ่าน 5 เสาหลัก T-R-U-S-T เพื่อให้การแก้ปัญหาและการสร้างโอกาสใหม่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายมิติ โดยประกอบด้วย
T – Transform เศรษฐกิจ
มุ่ง พลิกโฉมโครงสร้างการผลิตและบริการ ไปสู่เศรษฐกิจที่มีผลิตภาพสูงขึ้น สร้างงานที่มีคุณภาพ และเสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการคลัง
R – Reform ภาครัฐ
มุ่งปรับปรุงระบบและกระบวนการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงลดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชนและภาคธุรกิจ โดยแนวทางที่มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนครอบคลุมถึงการลดขั้นตอนการอนุญาตและอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ
U – Upgrade ทุนมนุษย์
ให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะและศักยภาพของคน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร
S – Sustainability
มุ่งสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการรับมือกับภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
T – Technology & Innovation
มุ่งส่งเสริมการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
โจทย์ใหญ่ของภาคธุรกิจ คือการเพิ่มผลิตภาพ
หนึ่งในประเด็นสำคัญของแผนฯ ฉบับที่ 14 คือ การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก การยกระดับผลิตภาพอาจเชื่อมโยงกับหลายปัจจัย ตั้งแต่การนำเทคโนโลยีมาใช้ การพัฒนาทักษะแรงงาน การเข้าถึงเงินทุน การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
การรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนของ สศช. ในปี 2569 จึงครอบคลุมองค์กรตัวแทนภาคธุรกิจหลายกลุ่ม ทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร ภาคท่องเที่ยว ตลาดทุน และผู้ส่งออก เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของแผนให้ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจจริง
รัฐ–เอกชน–ประชาชน ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน
อีกประเด็นที่สะท้อนจากกระบวนการจัดทำแผนฯ คือการให้ความสำคัญกับ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดย สศช. เปิดรับฟังความคิดเห็นทั้งในระดับพื้นที่ ครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัด และจากกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ รวมถึงภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ
แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยนโยบายภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัย ความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน ภาควิชาการ และประชาชน เพื่อให้มาตรการที่ออกมาสามารถตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่และนำไปใช้ได้จริง
เป้าหมายของแผนฯ ฉบับที่ 14 จึงไม่ได้อยู่ที่การเขียน “แผนที่ดี” เท่านั้น แต่คือการทำให้แผนสามารถถูกนำไปปฏิบัติและสร้างผลลัพธ์ต่อเศรษฐกิจและสังคมได้จริง
ภาคธุรกิจต้องจับตา 13 ประเด็นปฏิรูป
สำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุน 13 ประเด็นปฏิรูปหลัก ถือเป็นส่วนที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นกลไกสำคัญในการแปลงกรอบการพัฒนาระดับประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแต่ละด้าน
รายละเอียดของแต่ละประเด็นจะมีความเกี่ยวข้องกับทั้ง โครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปภาครัฐ ทุนมนุษย์ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและโอกาสการลงทุนในระยะต่อไป
ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ติดตามแผนฯ ตั้งแต่ระยะร่าง จะมีโอกาสประเมินล่วงหน้าว่า ทิศทางนโยบาย กฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนจากภาครัฐ อาจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประกอบการวางแผนธุรกิจได้
แผน 14 กับโจทย์เศรษฐกิจไทยในอีก 5 ปี
ปัจจุบัน ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) ยังอยู่ในกระบวนการจัดทำและรับฟังความคิดเห็น โดย สศช. เดินหน้ารวบรวมข้อเสนอจากทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ ก่อนพัฒนาไปสู่รายละเอียดของแผนในขั้นต่อไป
สำหรับภาคธุรกิจ ช่วงเวลานี้จึงเป็นจังหวะสำคัญในการติดตาม 13 ประเด็นปฏิรูปและ 5 เสาหลัก T-R-U-S-T เพื่อประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของประเทศจะส่งผลต่อการแข่งขัน การลงทุน เทคโนโลยี แรงงาน และต้นทุนทางธุรกิจอย่างไร
ท้ายที่สุด ความสำเร็จของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 จะไม่ได้วัดเพียงจากตัวเลข GDP แต่จะอยู่ที่ความสามารถของประเทศไทยในการเพิ่มผลิตภาพ ลดข้อจำกัด สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง และสร้างความพร้อมให้ธุรกิจและประชาชนสามารถรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Monday Recap 25-31 ส.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ
สรุปข่าวธุรกิจสำคัญช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 ที่ส่งผลต่อผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การเกษตร และเทคโนโลยี พร้อมแนวโน้มที่ควรจับตาเพื่อปรับกลยุทธ์รับมือความเปลี่ยนแปลง

ไทยติดกลุ่ม Rising Star ในห่วงโซ่อุปทานโลก รับอานิสงส์จากการลงทุน AI และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน
ประเทศไทยผงาดขึ้นเป็น "Rising Star" ในห่วงโซ่อุปทานโลก ด้วยการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนทั่วโลก ซึ่งช่วยหนุนการลงทุนภาคเอกชนและกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล จน InnovestX ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.6% บ่งชี้ถึงศักยภาพการฟื้นตัวและเติบโตที่สำคัญ

ผ่าเศรษฐกิจไทย ปี 68 ผจญความท้าทายโต 2% จับตาเสี่ยง Technical Recession
GDP ไทยไตรมาส 3 ปี 2568 โตเพียง 1.2% จากผลกระทบการเมืองและข้อพิพาทชายแดน คาดทั้งปีโต 2% หากมาตรการรัฐหนุนต่อเนื่อง พร้อมจับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค

กนง. ลดดอกเบี้ยสู่ 1.00% พร้อมส่งสัญญาณเตือน 6 เรื่อง ที่นักธุรกิจไม่ควรมองข้าม
กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 1.00% ต่อปี ในแง่หนึ่งคือสัญญาณผ่อนคลาย แต่เบื้องหลังตัวเลขดอกเบี้ยที่ลดลง 0.25% มีสัญญาณเตือน 6 เรื่องที่ กนง. ส่งมาถึงนักธุรกิจโดยตรง ตั้งแต่สินเชื่อที่ยังไม่ไหลถึงมือ SMEs บาทที่แข็งเกินพื้นฐาน กำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ

ไทยเที่ยวไทยพลัส เฟส 3: รัฐพนัน 3,500 ล้านบาทกับโจทย์ที่ซับซ้อนกว่าแค่ "กระตุ้นการใช้จ่าย"
เจาะลึกโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เฟส 3 วงเงิน 3,500 ล้านบาท 1 ล้านสิทธิ์ พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มค่า นัยต่อธุรกิจท่องเที่ยว และกลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อมรับมือ ทั้งระบบดิจิทัลและการบริหารจัดการ เพื่อคว้าโอกาสฟื้นฟูธุรกิจช่วงไฮซีซั่นปลายปี 2569

แก๊งสแกมเมอร์-เครือข่ายฟอกเงิน ความท้าทายใหม่ของประเทศไทย
ไทยเผชิญวิกฤตแก๊งสแกมเมอร์และเครือข่ายฟอกเงิน ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ ดึงความเชื่อมั่นการลงทุนและภาพลักษณ์ประเทศตกต่ำ
