
การพัฒนาทักษะด้านกลยุทธ์ของบุคลากรในองค์กร
สรุปประเด็น
-
องค์กรต้องมีนักกลยุทธ์ที่เข้าใจวิสัยทัศน์ โมเดลธุรกิจ และการแข่งขัน พร้อมทักษะวิเคราะห์ คิด วางแผน สื่อสาร และประเมินผลเชิงกลยุทธ์อย่างรอบด้าน
-
การจัดการเชิงกลยุทธ์อาจทำโดยผู้บริหารระดับสูงเอง หรือแต่งตั้ง/จ้างตำแหน่งด้านกลยุทธ์เฉพาะ เช่น CSO, Strategy Director, Strategist มาช่วยขับเคลื่อนองค์กร
-
หัวใจคือการพัฒนาทักษะด้านกลยุทธ์ให้บุคลากรที่มีศักยภาพ ผ่านการสรรหาคนเหมาะสมจากทั้งภายในและภายนอกองค์กรมานำงานกลยุทธ์
-
ใช้การสลับตำแหน่งงาน การมอบหมายให้ร่วมโครงการเชิงกลยุทธ์ และให้มีส่วนร่วมจัดทำแผนและงบประมาณประจำปี เพื่อให้คนได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริงตลอดกระบวนการวางแผน
-
เสริมด้วยการฝึกอบรมแบบผสมผสาน (บรรยาย เวิร์กช็อป เคสศึกษา แชร์ประสบการณ์) โดยผู้เชี่ยวชาญภายในหรือภายนอก เพื่อยกระดับทักษะกลยุทธ์ของบุคลากรอย่างครอบคลุม
โดยทั่วไปแล้ว องค์กรธุรกิจจะการสื่อสาร วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย ค่านิยมองค์กร และกลยุทธ์ ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบอย่างเป็นทางการ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้เกิดจากการคิดเชิงกลยุทธ์ของคณะผู้บริหารระดับสูง (Top Management) และอนุมัติโดยคณะกรรมการองค์กร (The Board of Directors)
ในบางองค์กร คณะผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้ทำหน้าที่จัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) ด้วยตนเอง ตั้งแต่กำหนดกลยุทธ์ แผนงาน งบประมาณประจำปี สื่อสารให้ทุกหน่วยงานรับไปดำเนินการ ตามติดผลการดำเนินงาน จนถึงการปรับปรุงกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจอยู่เสมอ ในขณะที่หลายองค์กรจ้างผู้มีประสบการณ์มาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งสำคัญ อาทิ
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ (Chief Strategy Officer)
- ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ (Strategy Director)
- ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ (Strategy Specialist) เพื่อสนับสนุนคณะผู้บริหารระดับสูงในการจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management)
- นักกลยุทธ์ (Strategist) ที่สามารถทำให้องค์กรเจริญเติบโตและมีผลกำไรเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายนั้น
นอกจากมีความเข้าใจองค์กร โมเดลธุรกิจ และการแข่งขันในอุตสาหกรรมแล้ว ยังต้องใช้ทักษะหลายด้าน (Multi Skills) ได้แก่ การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Analysis) การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) การจัดทำแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) การจัดทำงบประมาณประจำปี (Annual Budget) การสื่อสารกลยุทธ์ (Strategy Communications) การปรับโครงสร้างองค์กร (Organization Restructuring) การใช้ภาวะผู้นำ (Leadership) การควบคุมการทำงาน (Control) และการประเมินผลงาน (Performance Evaluation) มาบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนองค์กร
จากประสบการณ์ทำงานด้านกลยุทธ์มากกว่า 15 ปี ผู้เขียนมีความเห็นว่า สิ่งสำคัญที่องค์กรต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการจัดการเชิงกลยุทธ์มีประสิทธิภาพในเชิงการวางแผน การปฏิบัติงาน และการประเมินผลงาน คือ การพัฒนาทักษะด้านกลยุทธ์ให้บุคลากรที่มีศักยภาพและพร้อมจะพัฒนาตัวเองให้เป็นนักกลยุทธ์ที่มีความสามารถรอบด้าน โดยที่แนวทางการพัฒนา มีดังต่อไปนี้
การสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสม
การสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสม (Recruitment) โดยอาจจะมาจากหน่วยงานภายในองค์กร หรือ การว่าจ้างผู้ที่มีประสบการณ์จากภายนอกองค์กร (ไม่จำเป็นต้องมาจากหน่วยงานด้านกลยุทธ์ แต่เคยมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านกลยุทธ์) เพื่อเป็นผู้นำในการจัดการเชิงกลยุทธ์ให้กับบุคลากรในหน่วยงานต่างๆ ในองค์กร
การสลับตำแหน่งงาน
การสลับตำแหน่งงาน (Job Rotation) โดยให้สลับบุคลากรที่มีศักยภาพจากหน่วยงานอื่นขององค์กรเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานกลยุทธ์จนเกิดทักษะและย้ายกลับไปยังหน่วยงานต้นสังกัดเดิมหรือหน่วยงานอื่น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้บุคลากรได้เรียนรู้งานด้านการจัดการเชิงกลยุทธ์จากการลงมือทำจริงได้เป็นอย่างดี
การมอบหมายให้ร่วมโครงการเชิงกลยุทธ์
การมอบหมายให้ร่วมโครงการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Project Participation) โดย บุคลากรที่เข้าร่วมโครงการเหล่านี้จะมีโอกาสเรียนรู้การทำงานที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กร ได้ทำงานที่แตกต่างจากงานประจำ (Busines as Usual) และอาจจะได้ทำงานร่วมกับผู้รับจ้างภายนอก (Outside Contractor) ทำให้มีมุมมองในการทำงานที่กว้างขึ้น และเกิดความเข้าใจถึงกลไลการขับเคลื่อนกลยุทธ์ได้ดีขึ้น
การมอบหมายให้เข้าร่วมจัดทำแผนและงบประมาณประจำปี
การมอบหมายให้เข้าร่วมจัดทำแผนและงบประมาณประจำปี (Annual Planning and Budget) ซึ่งถือว่าเป็นงานที่สำคัญระดับองค์กร และผู้ที่เข้าร่วมในงานนี้ จะได้เรียนรู้กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเชิงกลยุทธ์ตั้งแต่เริ่มต้น นั่นคือ การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ จนจบกระบวนการวางแผนกลยุทธ์ นั้นคือ การอนุมัติแผนและงบประมาณประจำปี โดยคณะกรรมการองค์กร
การฝึกอบรม
การฝึกอบรม (Training) คือ การฝึกทักษะที่ทำได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ได้เรียนรู้การจัดการเชิงกลยุทธ์ไปพร้อมกันหลายหน่วยงาน โดยให้บุคลากรภายในองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญ หรือ ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก มาทำหน้าที่วิทยากรในการฝึกอบรม และการฝึกอบรมควรจะเป็นในรูปแบบผสมผสาน นั่นคือ มีการบรรยายเนื้อหา (Lecture) การฝึกปฏิบัติการ (Workshop) การใช้กรณีศึกษา (Case Study) การแชร์ประสบการณ์ (Experience Sharing) จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเรียนรู้และสร้างทักษะอย่างรอบด้าน
ดร.พุฒิสิทธิ์ ตั้งสิริหิรัญกุล (ดร.นนท์)
- พาร์ทเนอร์ บริษัท ไอเบ็กซ์ แอดไวซอรี่ จำกัด
- อาจารย์ประจำหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ประเทศไทย)
- คณะทำงานพัฒนาและบริหารโครงการคุณวุฒิทางวิชาชีพด้านบัญชีบริหาร สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
- อดีตผู้บริหารระดับสูงในองค์กรชั้นนำของประเทศไทยหลายแห่ง
อ้างอิง (Sources):
- Richard Koch. (2021). Financial Times Guides to Strategy. Pearson Education, U.K.
- Cynthia A. Montgomery. (2012). The Strategist. HarperCollins, U.K.
- Kenichi Ohmae. (1982). The Mind of the Strategist. McGraw-Hill, Inc., U.S.A.
- Andrew Pettigrew, Howard Thomas and Richard Whittington (editors). (2002). Handbook of Strategy and Management. London, U.K.: SAGE Publications Ltd., U.K
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปรับวิธีคิดให้กล้าทดลอง สร้างนวัตกรรมใหม่โดยไม่กลัวความล้มเหลว
การสร้างนวัตกรรมใหม่ในองค์กรเริ่มต้นจากการก้าวข้ามความกลัวความล้มเหลว บทความนี้เสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนวิธีคิดด้วยการแยกแยะประเภทความผิดพลาด เปลี่ยนการทำงานเป็นกระบวนการตั้งสมมติฐาน ออกแบบการทดลองขนาดเล็กที่ควบคุมความเสี่ยงได้ พร้อมสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ และถอดบทเรียนอย่างเป็นระบบ

The Empathy Advantage: เมื่อ "การเข้าใจคน" คือกลยุทธ์ขับเคลื่อนประสิทธิภาพและแรงจูงใจที่แท้จริง
เจาะลึกบทบาทของ Empathy ในฐานะกลยุทธ์สำคัญของการบริหารยุคใหม่ การเข้าอกเข้าใจทีมงานไม่ใช่แค่เรื่องของความใจดี แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสร้างแรงจูงใจ ปลดล็อกศักยภาพพนักงาน และขับเคลื่อนประสิทธิภาพขององค์กรอย่างยั่งยืน พร้อมแนวทางการนำไปปรับใช้จริง

ปรับวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำงาน พาองค์กรเติบโตในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
การก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีราคาแพง แต่คือการปรับเปลี่ยน "คน" และ "วิธีคิด" บทความนี้นำเสนอแนวทางรื้อปรับกระบวนการทำงาน 5 ด้าน ตั้งแต่การกล้าทดลองเรียนรู้จากความผิดพลาด การสลายกำแพงระหว่างแผนก การใช้ข้อมูลจริงนำทาง

ศิลปะการคุมทีมข้างสนามสู่การขับเคลื่อนองค์กรให้คว้าชัยชนะ
ถอดบทเรียนการบริหารจากข้างสนามสู่การขับเคลื่อนองค์กร โดยเปรียบเทียบผู้นำกับการเป็นผู้จัดการทีมกีฬาที่ไม่เพียงแต่กำหนดแผน แต่ต้องถอยออกมามองภาพใหญ่เพื่อเห็นแนวทางทั้งหมด พร้อมสร้างเป้าหมายร่วมและพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) ในทีมที่มีความหลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

หัวใจแห่งองค์กรยั่งยืน: สร้างวัฒนธรรมที่ผูกพันและขับเคลื่อนด้วยคุณค่า
ในยุคที่โลกธุรกิจต้องเผชิญกับความผันผวนและความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำองค์กรจำนวนมากมักมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การปรับปรุงตัวชี้วัดทางการเงิน หรือการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาใช้ จนอาจหลงลืมไปว่า คน และ วัฒนธรรมองค์กร คือเครื่องยนต์ที่แท้จริงในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กับดักผู้บริหารที่หยุดยั้งการเติบโตขององค์กร
ผู้บริหารจำนวนมากติดกับดักต้องลงไป “ทำเองทุกเรื่อง” จนไม่มีเวลาเดินเกมกลยุทธ์ บทความนี้ชี้ให้เห็นที่มาของ Micromanagement Trap และเสนอแนวทางการมอบหมายงานเชิงกลยุทธ์ 4 แกน ที่ช่วยพัฒนาคน สร้าง Sense of Ownership และยกระดับภาวะผู้นำผู้บริหาร พร้อมคืนเวลาให้ผู้นำไปโฟกัสการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
