
สร้างสรรค์คุณค่าไทยสู่สากล: ปั้นสินค้าและบริการอย่างไรให้โดนใจผู้บริโภคต่างชาติ
สรุปประเด็น
-
ยกระดับสินค้าไทยด้วยอัตลักษณ์และนวัตกรรม: นำจุดเด่นท้องถิ่นมาต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสินค้าและแบรนด์ให้ตอบโจทย์ตลาดโลก
-
มุ่งสู่มาตรฐานความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ปรับกระบวนการผลิต ลดคาร์บอน ใช้บรรจุภัณฑ์สีเขียว และขอการรับรองมาตรฐานสากล
-
ใช้ดิจิทัลและ AI ขยายตลาดต่างประเทศ: เจาะ Cross-Border e-Commerce วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคด้วย AI และพัฒนาทักษะการค้าสมัยใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันระดับโลก
ท่ามกลางการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและการแข่งขันทางการค้าโลก การพึ่งพาการส่งออกสินค้าขั้นพื้นฐานหรือแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการเติบโตในระยะยาว ผู้ประกอบการไทยจึงต้องยกระดับสินค้าและบริการด้วย นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และมาตรฐานที่ตอบโจทย์ตลาดสากล
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้าผลักดันแคมเปญ “THINK THAILAND: NEXT LEVEL” เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าและบริการไทยให้ก้าวสู่ตลาดมูลค่าสูง โดยต่อยอดจุดแข็งและอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้กลายเป็นคุณค่าที่ผู้บริโภคทั่วโลกมองเห็นและเลือกซื้อ
โอกาสของผู้ประกอบการไทยครอบคลุมหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอาหารและเกษตรแปรรูป ศิลปะแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ตลอดจนบริการสุขภาพและเวลเนส การเติบโตในตลาดเหล่านี้ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่เข้าใจผู้บริโภคเป้าหมาย พร้อมพัฒนาสินค้าให้มีความแตกต่างและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
1. ถอดรหัสเสน่ห์ท้องถิ่น สร้างจุดขายระดับสากล
สินค้าไทยจำนวนมากมีวัตถุดิบและภูมิปัญญาที่โดดเด่น แต่การมีคุณภาพเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ผู้ประกอบการต้องค้นหาอัตลักษณ์ของสินค้า แล้วนำมาต่อยอดเป็น มูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
แนวทางสำคัญ ได้แก่
-
สำรวจจุดแข็งของวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น กล้วยตากหรือผลไม้ไทย แล้วประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแปรรูปเพื่อช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและคงคุณภาพของสินค้า
-
ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับตลาดเป้าหมาย ถ่ายทอดเรื่องราวของสินค้าและแหล่งที่มาอย่างน่าสนใจ ควบคู่กับการออกแบบที่ร่วมสมัย ใช้งานสะดวก และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้บริโภค
-
พัฒนามาตรฐานและข้อมูลสินค้า เช่น การตรวจสอบคุณค่าทางโภชนาการหรือคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการขอรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการเจรจากับคู่ค้าต่างประเทศ
สำหรับสินค้าที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) หรือมีภูมิปัญญาเฉพาะถิ่น การสื่อสารเรื่องราวและแหล่งกำเนิดอย่างชัดเจน ยังช่วยสร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไปได้อีกทางหนึ่ง
2. ยกระดับมาตรฐานสินค้า สู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมีบทบาทมากขึ้นในการดำเนินธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของสินค้าและกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดเป้าหมาย รวมถึงความคาดหวังของผู้บริโภค
แนวทางที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ ได้แก่
-
ทบทวนการใช้วัตถุดิบและการขนส่ง พิจารณาใช้วัตถุดิบจากแหล่งใกล้เคียงเมื่อเหมาะสม เพื่อลดระยะทางขนส่งและประเมินโอกาสลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
-
พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เลือกวัสดุที่ลดการใช้ทรัพยากร ใช้ซ้ำ หรือรีไซเคิลได้จริง โดยคำนึงถึงระบบจัดการขยะในตลาดปลายทาง
-
ประเมินและขอรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์หรือฉลากสิ่งแวดล้อมตามความเหมาะสม เพื่อช่วยให้คู่ค้าและผู้บริโภคเข้าใจข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของสินค้าได้ชัดเจนขึ้น
การเตรียมความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงเรื่องภาพลักษณ์ แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินต้นทุนและความเสี่ยงจากข้อกำหนดทางการค้าได้รอบด้าน ทั้งนี้ มาตรฐานหรือใบรับรองแต่ละประเภทมีขอบเขตและเงื่อนไขแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศและตลาดเป้าหมายก่อนดำเนินการ
3. ผสานศิลปะแฟชั่นและนวัตกรรม สร้างไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
สินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และสิ่งทอไทยมีจุดแข็งด้านฝีมือและภูมิปัญญา การต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศจึงควรผสานเอกลักษณ์เหล่านี้เข้ากับการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
แนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ ได้แก่
-
ร่วมมือกับนักออกแบบ เพื่อปรับรูปทรง สีสัน วัสดุ และฟังก์ชันให้ร่วมสมัย โดยยังคงเอกลักษณ์ของงานหัตถกรรมไทย
-
ต่อยอดวัสดุเหลือใช้ด้วยแนวคิด Upcycling นำเศษวัสดุจากภาคเกษตรหรืออุตสาหกรรมมาพัฒนาเป็นสินค้าแฟชั่นและของตกแต่งบ้าน พร้อมสื่อสารที่มาของวัสดุอย่างโปร่งใส
-
ออกแบบให้เหมาะกับพื้นที่และพฤติกรรมผู้ใช้ เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่ถอดประกอบได้ จัดเก็บสะดวก หรือมีหลายฟังก์ชันในชิ้นเดียว สำหรับผู้บริโภคที่อาศัยในพื้นที่จำกัด
หัวใจสำคัญคือการทำให้สินค้าไทยมีทั้งเรื่องราวและประโยชน์ใช้สอย สามารถเข้ากับบ้านและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคต่างชาติได้ โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งรากวัฒนธรรมของตนเอง
4. ต่อยอดบริการสุขภาพและเวลเนส ด้วยมาตรฐานและอัตลักษณ์ไทย
บริการสุขภาพและเวลเนสเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่สามารถนำจุดแข็งของไทยมาต่อยอดได้ โดยเฉพาะบริการที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพ การพักผ่อน และประสบการณ์ทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม การพัฒนาบริการควรให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความปลอดภัย และข้อกำหนดของตลาดเป้าหมายควบคู่กัน
แนวทางที่น่าสนใจ ได้แก่
-
พัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย เช่น ขมิ้นชัน ไพล และกระชายดำ โดยศึกษาคุณสมบัติและความปลอดภัยของวัตถุดิบอย่างเหมาะสม ก่อนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ และสื่อสารสรรพคุณตามหลักฐานที่รองรับ
-
ออกแบบบริการเวลเนสแบบองค์รวม ผสานการนวดแผนไทย สปา และกิจกรรมส่งเสริมการผ่อนคลาย พร้อมพิจารณาความต้องการเฉพาะบุคคลของผู้ใช้บริการ
-
รักษามาตรฐานควบคู่กับเสน่ห์ไทย พัฒนาระบบสุขอนามัย ความปลอดภัย และคุณภาพบริการ โดยยังคงเอกลักษณ์ด้านการต้อนรับและประสบการณ์แบบไทย
สำหรับบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบกฎระเบียบและข้อกำหนดการกล่าวอ้างสรรพคุณในแต่ละประเทศก่อนทำตลาด
5. ใช้เครื่องมือดิจิทัล ขยายโอกาสการค้าข้ามพรมแดน
การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นหนึ่งในช่องทางพบคู่ค้า แต่ผู้ส่งออกสามารถเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้ด้วยการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และเครื่องมือดิจิทัลให้เหมาะกับสินค้าและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
แนวทางสำคัญ ได้แก่
-
เลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจ เช่น ช่องทาง B2B สำหรับการเจรจากับผู้นำเข้าและผู้ซื้อองค์กร หรือช่องทาง B2C สำหรับจำหน่ายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรง โดยตรวจสอบเงื่อนไขการเปิดร้าน การชำระเงิน และการจัดส่งของแต่ละแพลตฟอร์ม
-
ใช้ AI และข้อมูลตลาดประกอบการตัดสินใจ วิเคราะห์แนวโน้มสินค้า คำค้นหา และพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อช่วยวางแผนสินค้าและสื่อสารการตลาดให้ตรงกลุ่มมากขึ้น ทั้งนี้ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำไปใช้
-
พัฒนาทักษะทีมงานด้านการค้าสมัยใหม่ ทั้งการนำเสนอสินค้าออนไลน์ การเจรจากับคู่ค้าต่างประเทศ และการใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนการขาย โดยสามารถศึกษาหลักสูตรจากสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การทำตลาดออนไลน์ข้ามพรมแดนยังต้องคำนึงถึงต้นทุนโลจิสติกส์ ภาษี กฎระเบียบสินค้า และบริการหลังการขาย เพื่อให้การขยายตลาดดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
จากคุณค่าท้องถิ่น สู่แบรนด์ไทยที่แข่งขันได้ในตลาดโลก
การสร้างสินค้าและบริการไทยให้เป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศ ไม่ได้เริ่มจากการเปลี่ยนทุกอย่างให้เหมือนตลาดโลก แต่เริ่มจากการเข้าใจจุดแข็งของตนเอง แล้วนำมาต่อยอดด้วยการออกแบบ นวัตกรรม มาตรฐาน และการสื่อสารที่ตรงกับผู้บริโภคเป้าหมาย
แคมเปญ “THINK THAILAND: NEXT LEVEL” สะท้อนแนวทางการยกระดับสินค้าและบริการไทยผ่านการสร้างคุณค่าและภาพลักษณ์ที่ชัดเจน ผู้ประกอบการสามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ตามความพร้อมของธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการเตรียมมาตรฐานและขยายช่องทางการค้า
เมื่ออัตลักษณ์ไทยผสานกับความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาที่ตอบโจทย์ตลาด สินค้าและบริการจากท้องถิ่นก็มีโอกาสก้าวสู่ตลาดสากลด้วยคุณค่าที่แตกต่างและยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง:
- มติชนออนไลน์. (2569, 25 มิถุนายน). THINK THAILAND : NEXT LEVEL กลไกยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก. มติชน. https://www.matichon.co.th/economy/news_5777667
- กรุงเทพธุรกิจ. (2569, 2 เมษายน). DITP ดัน THINK THAILAND ยกระดับการส่งออกไทยจากฐานการผลิตพื้นฐานสู่มาตรฐานสากล. กรุงเทพธุรกิจ. https://www.bangkokbiznews.com/pr-news/news/prnews/1227939
- การเงินธนาคาร. (2569, 2 เมษายน). DITP ดัน ‘THINK THAILAND’ ปั้น 3 อาหาร ศิลปะแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ชิงเค้กการค้าโลก. การเงินธนาคาร. https://moneyandbanking.co.th/2026/235854/
- Positioningmag. (ม.ป.ป.). เมื่อเวลเนสไทยกำลังเป็น “ของใหญ่” ในตลาดโลก! เปิดเกม DITP กับหมากใหญ่ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ภารกิจดันเสน่ห์สุขภาพแบบไทยชิงตลาด 42.7 พันล้านดอลลาร์. Positioningmag. https://positioningmag.com/pr-news/115632
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดตัว Thailand Sustainability & Well-Being Network ดัน ESG ยุคใหม่ เริ่มจากการพัฒนาคนสู่ผลกระทบระดับโลก
Thailand Sustainability & Well-Being Network เปิดตัวเครือข่ายความร่วมมือด้าน ESG และ Inner Development Goals (IDGs) เชื่อมภาคธุรกิจ การศึกษา และชุมชน มุ่งสร้างผลกระทบอย่างยั่งยืนจากการพัฒนาศักยภาพคน

สูตรลับความสำเร็จสามฝ่าย: บริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องทิ้งใครไว้ข้างหลัง
แนวทางการบริหารธุรกิจสู่ความยั่งยืนด้วยปรัชญาการค้าของญี่ปุ่น "ซัมโปะ โยชิ" หรือความพึงพอใจของสามฝ่าย มุ่งสร้างผลกำไรที่เป็นธรรมและสวัสดิการที่ดีแก่ผู้ขาย ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ซื่อสัตย์และจริงใจแก่ผู้ซื้อ พร้อมร่วมเกื้อกูลชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนผลกำไรเป็นรากฐานที่มั่นคงในระยะยาว

ม.บูรพา ขยายเวลารับสมัคร SME/Startup เข้าร่วมโครงการ GSB Empowering Green for SME 2026 เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจยั่งยืน
โอกาสทองสำหรับ SME/Startup! ม.บูรพาและ GSB ขยายเวลารับสมัครเข้าร่วมโครงการ GSB Empowering Green for SME 2026 เพื่อปั้นธุรกิจสู่ความยั่งยืน พร้อมโอกาสสร้าง Green Action Plan และ Pitch ธุรกิจ

เข็มทิศผู้บริหาร: วิสัยทัศน์ก้าวไกลเพื่อการเติบโตอย่างมีคุณธรรม
ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความผันผวนสูง ผู้บริหารจำนวนมากมักเผชิญกับแรงกดดันในการสร้างผลกำไรและอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว จนบางครั้งอาจทำให้ละเลยมิติด้านคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม

ทำไม ESG ที่สร้างมูลค่าได้ในทางทฤษฎี ถึงไปไม่ถึงเป้าในทางปฏิบัติ: มองผ่านมิติ "คน" ที่ธุรกิจไทยมักมองข้าม
แม้งานวิจัยจะยืนยันว่าการนำ ESG มาปรับใช้สามารถสร้างมูลค่าให้ธุรกิจได้ในหลายมิติ แต่หลายองค์กรกลับไปไม่ถึงเป้าเพราะมองข้าม "มิติคน" บทความนี้พาไปเจาะลึกช่องว่างสำคัญระหว่างกลยุทธ์ ESG กับความพร้อมของบุคลากร พร้อมทำความรู้จัก Thailand Sustainability & Well-Being Network ที่ดึงแนวคิด IDGs มาใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืนอย่างแท้จริง

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส: สร้างนวัตกรรมทางธุรกิจด้วยกรอบคิดความยั่งยืน
ในยุคปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง และกติกาทางการค้าโลกถูกออกแบบขึ้นมาใหม่โดยเอาความยั่งยืนเป็นตัวตั้ง สิ่งเหล่านี้กำลังสร้างความกังวลและแรงกดดันให้แก่ผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
