
"ก็มันคาใจ" ชวนคุยประเด็น School Shooting-บุลลี ชี้ทางออกเริ่มต้นก่อนเหตุรุนแรงจะเกิด
สรุปประเด็น
ผลสำรวจล่าสุดของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ที่เก็บข้อมูลจากเด็กและเยาวชนไทยอายุ 7-25 ปี จำนวน 41,944 คน พบว่ามีเยาวชนไทยมากถึง 65.54% ที่เคยมีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งรังแก และกว่า 83.35% ของเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา โดยผู้กระทำส่วนใหญ่ถึง 73.53% คือเพื่อนหรือนักเรียนรุ่นเดียวกันเอง ตัวเลขนี้สะท้อนว่า "การบุลลี" ในโรงเรียนไทยยังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลุกลามกว้าง ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่มองข้ามได้
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอีกครั้งในรายการ "ก็มันคาใจ" ทางไทยพีบีเอส ตอน "ความรุนแรงในโรงเรียน" พ่อ แม่ ครู ผู้ใหญ่ รับมืออย่างไร? โดยมี นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมให้มุมมองเกี่ยวกับสัญญาณเตือนและแนวทางป้องกันเหตุรุนแรงในสถานศึกษา ตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน ไปจนถึงเพื่อนนักเรียนด้วยกันเอง
ความปลอดภัยในโรงเรียนเริ่มต้นก่อนพบอาวุธ
แก่นของการพูดคุยในตอนนี้อยู่ที่มุมมองว่า ความปลอดภัยในโรงเรียนจากเหตุการณ์ลักษณะ "School Shooting" ไม่ได้เริ่มต้นในวันที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบอาวุธ แต่อาจเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ครูสังเกตเห็นว่านักเรียนคนหนึ่งเงียบขรึมผิดปกติ วันที่เพื่อนตัดสินใจไม่นิ่งเฉยเมื่อเห็นการบุลลี หรือวันที่เด็กคนหนึ่งกล้าเล่าให้ผู้ใหญ่ฟังว่ากำลังเผชิญปัญหาบางอย่างอยู่
เยาวชนไทย 65.54% เคยถูกกลั่นแกล้งรังแก และกว่า 83.35% ของเหตุเกิดขึ้นในสถานศึกษา — สะท้อนว่าโรงเรียนคือจุดเสี่ยงหลักที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุด
สถิติในอดีตก็ชี้ไปทิศทางเดียวกัน โดยข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตเคยระบุว่า เด็กไทยถูกรังแกกันในสถานศึกษาปีละราว 600,000 คน และไทยติดอันดับ 2 ของโลกในด้านนี้ แสดงให้เห็นว่าปัญหาการบุลลีในโรงเรียนไทยไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะกรณี แต่เป็นปัญหาเรื้อรังที่สะสมมานาน และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงรุนแรงกว่าเดิมหากไม่ได้รับการแก้ไข
บทบาทของพ่อ แม่ ครู และเพื่อนนักเรียน
ประเด็นที่รายการชวนสังคมตั้งคำถามคือ ทุกคนควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ และทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น:
- ไม่เพิกเฉยเมื่อเห็นใครถูกบุลลี
- หยุดวัฒนธรรม "มองหาคนผิด" หลังเกิดเหตุแล้วเท่านั้น โดยไม่ป้องกันล่วงหน้า
- ไม่ส่งต่อหรือขยายความรุนแรงต่อในโลกออนไลน์และออฟไลน์
มุมมองนี้วางน้ำหนักไว้ที่ "ผู้ใหญ่รอบตัวเด็ก" ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือครู ในฐานะด่านแรกที่จะสังเกตเห็นสัญญาณผิดปกติได้ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย
ช่องทางรับชม
ตอน "ความรุนแรงในโรงเรียน" พ่อ แม่ ครู ผู้ใหญ่ รับมืออย่างไร? ออกอากาศทางออนไลน์ผ่าน Facebook และ YouTube ของไทยพีบีเอส และออกอากาศซ้ำทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30 น. โดยรายการ "ก็มันคาใจ" เวอร์ชันเต็มแบบ Uncut ออกอากาศทุกวันพุธ เวลา 21.30 น. ทางช่องทางออนไลน์เช่นกัน ผู้สนใจสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ไทยพีบีเอส
บทสรุป
เหตุการณ์รุนแรงในโรงเรียนมักถูกมองว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่ข้อมูลและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตชี้ว่า สัญญาณเตือนมักปรากฏล่วงหน้าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของเด็ก หรือรูปแบบการกลั่นแกล้งที่สะสมต่อเนื่อง การรับมือที่ได้ผลจึงไม่ใช่การตั้งรับหลังเกิดเหตุ แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่ผู้ใหญ่และเพื่อนนักเรียนกล้าเข้าไปแทรกแซงตั้งแต่สัญญาณแรก — และนั่นคือคำถามที่สังคมไทยยังต้องหาคำตอบร่วมกันต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง:
- กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.). (2568). ผลสำรวจสถานการณ์การบุลลีในเด็กและเยาวชนไทย. อ้างถึงใน "บุลลี ≠ ล้อเล่น เปิดวิธีป้องกันและรับมือ 'การบุลลี'". Thai PBS. https://www.thaipbs.or.th/now/content/4306
- ไทยพีบีเอส. (2569, 9 กันยายน). "ก็มันคาใจ" ตอน "ความรุนแรงในโรงเรียน" พ่อ แม่ ครู ผู้ใหญ่ รับมืออย่างไร?. Thai PBS. https://www.thaipbs.or.th/program/KmanKaJai/episodes/117661
- กรมสุขภาพจิต. (2561). สถานการณ์การรังแกกันในโรงเรียน. อ้างถึงใน "เด็กไทยถูกแกล้งใน ร.ร.สูงสุด อันดับ 2 ของโลก". Thai PBS. https://www.thaipbs.or.th/news/content/275069
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงเวลาทบทวน: ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ "ทุกโรงเรียน" ต้องมี
เหตุความรุนแรงในโรงเรียนเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการกลั่นแกล้ง สุขภาพจิต และปัญหายาเสพติด นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ จึงเสนอให้ยกระดับ "ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน" เป็นนโยบายมาตรฐานระดับประเทศที่ทุกโรงเรียนต้องมี เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและการพึ่งพาที่ยั่งยืน

"สัญญาณเตือน" ก่อนโศกนาฏกรรม: นักจิตวิทยาเด็กแนะพ่อแม่-ครู สังเกตอะไรในตัวเด็ก
ถอดบทเรียนแนวทางสังเกตและป้องกันความรุนแรงในโรงเรียนผ่าน 4 กลุ่มสัญญาณเตือนสำคัญ ทั้งการสื่อสาร (Leakage) อารมณ์ พฤติกรรม และการเรียน พร้อมข้อแนะนำสำหรับพ่อแม่ ครู และโรงเรียน ในการรับมือ ร่วมมือ และสร้างพื้นที่ปลอดภัย เพื่อหยุดยั้งโศกนาฏกรรมก่อนสายเกินไป

เหตุสลดเทพศิรินทร์ฯ "สังคมไทยต้องทำอย่างไร" ถอดบทเรียน 5 ข้อจาก "สหรัฐอเมริกา"
ถอดบทเรียนสำคัญ 5 ข้อจากสหรัฐอเมริกาเพื่อยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียนไทย จากกรณีโศกนาฏกรรม มุ่งเน้นการตั้งศูนย์โรงเรียนปลอดภัยแห่งชาติ คุมเข้มการเข้าถึงอาวุธปืน วางแผนรับมือเหตุร้าย นำเทคโนโลยี AI มาช่วยเตือนภัย และการสังเกตสัญญาณความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุรุนแรง

ทางออกที่ยั่งยืนจากรากฐาน: ถอดบทเรียนความรุนแรงในโรงเรียน สู่การฟื้นฟูระบบดูแลสุขภาพจิตเด็กไทย
ถอดบทเรียนความรุนแรงในโรงเรียนที่เปรียบเหมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง ชี้รากเหง้าแท้จริงมาจากวิกฤตสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ที่ถูกละเลย พร้อมเสนอทางออกเชิงระบบด้วยโมเดลต้นไม้ใหญ่ 5 ปฏิบัติการของครูประจำชั้น และการผนึกกำลัง 3 ประสานระหว่างโรงเรียน เพื่อน และครอบครัว เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ยั่งยืนให้เด็กไทย

เมื่อเหตุรุนแรงในสถานศึกษา กลายเป็นคำถามถึงรัฐ: ไทยต้องปฏิรูปกฎหมายควบคุมปืน แค่ไหนถึงจะพอ?
ข้อเสนอปฏิรูปกฎหมายควบคุมอาวุธปืนในไทยอย่างเป็นระบบ จากบทเรียนเหตุความรุนแรงในสถานศึกษา โดยเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ทั้งการกำหนดมาตรฐาน Safe Storage จัดเก็บปืนและกระสุนในบ้านแยกกัน การนำระบบ Threat Assessment และ Red Flag Laws มาคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงปฏิรูประบบใบอนุญาตทั้งวงจร

เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นในโรงเรียน: IDG จะช่วยสร้าง "ภูมิคุ้มกันจากภายใน" ให้เด็ก ครู และครอบครัวได้อย่างไร
เมื่อ School Safety ทางกายภาพอาจไม่เพียงพอ ชวนสำรวจแนวทาง Inner Development Goals (IDG) ในการสร้าง "ภูมิคุ้มกันจากภายใน" ให้เด็ก ครู และครอบครัว ผ่าน 5 มิติสำคัญ เพื่อรับฟังความรู้สึก เชื่อมโยงความสัมพันธ์ และร่วมกันป้องกันความรุนแรงในโรงเรียนอย่างยั่งยืน
