อุตสาหกรรมไทยไหนบ้างที่ "ขายได้จริง" ในลาตินอเมริกา: วิเคราะห์ 5 เซกเตอร์ที่มีความได้เปรียบ (ตอนที่ 2)

อุตสาหกรรมไทยไหนบ้างที่ "ขายได้จริง" ในลาตินอเมริกา: วิเคราะห์ 5 เซกเตอร์ที่มีความได้เปรียบ (ตอนที่ 2)

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

การรู้ว่าลาตินอเมริกามีตลาดใหญ่นั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้น คำถามที่ท้าทายกว่าคือ: "ไทยมีอะไรที่ภูมิภาคนั้นต้องการจริงๆ และสามารถแข่งขันได้?" ไม่ใช่ทุกสินค้าและบริการของไทยจะเหมาะกับทุกตลาด การวิเคราะห์ข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) อย่างซื่อสัตย์จึงเป็นสิ่งจำเป็นก่อนลงทุนใดๆ

เซกเตอร์ที่ 1 อาหารและเครื่องดื่ม: ไพ่ใบเก่าที่ยังแรงอยู่

อาหารไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งในระดับโลก แต่ในลาตินอเมริกา ผลิตภัณฑ์อาหารไทยยังมีการเจาะตลาดต่ำอย่างน่าแปลกใจ นี่คือทั้งปัญหาและโอกาส

ศักยภาพที่จับต้องได้: ประเทศในลาตินอเมริกา โดยเฉพาะบราซิลและโคลอมเบีย มีการเติบโตของ wellness culture และความสนใจในอาหารจากเอเชียอย่างชัดเจน เครื่องปรุงรส (nam pla, นำ้มันมะพร้าว, กะทิ), ข้าวหอมมะลิ, ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย และอาหารกระป๋อง/แปรรูปมูลค่าสูง ล้วนมีช่องว่างตลาดที่ชัดเจน

ความท้าทายด้านกฎระเบียบ: บราซิลมีกระบวนการขึ้นทะเบียนอาหารนำเข้า (ANVISA) ที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน ขณะที่หลายประเทศในภูมิภาคมีภาษีนำเข้าสูงสำหรับสินค้าอาหาร ผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องเตรียมเอกสารรับรองมาตรฐาน (เช่น Halal หากต้องการเจาะตลาดมุสลิมในบางพื้นที่) และพิจารณาการทำ local partnership เพื่อลดต้นทุนด้านการขึ้นทะเบียน

โมเดลที่น่าสนใจ: หลายแบรนด์อาหารเอเชียในลาตินอเมริกาเลือกใช้โมเดล white-label ผ่านผู้นำเข้าในท้องถิ่น แทนการสร้างแบรนด์เองตั้งแต่ต้น ซึ่งลดความเสี่ยงด้านการตลาดแต่แลกกับ margin ที่ต่ำกว่า

เซกเตอร์ที่ 2 อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน: โอกาสในยุค EV Transition

ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์รายใหญ่อันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การผลิต EV อย่างจริงจัง ขณะที่ลาตินอเมริกาเองก็อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านยานยนต์ไฟฟ้า

มิติการส่งออกชิ้นส่วน: ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยที่มีโรงงานในเม็กซิโก หรือที่ส่งออกไปยังเม็กซิโกเพื่อประกอบในโรงงานของ OEM อย่าง GM, Ford หรือ Toyota นั้นมีอยู่บ้างแล้ว แต่ยังน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อพิจารณาขีดความสามารถการผลิตของไทย

มิติการลงทุน: นี่อาจเป็นโอกาสที่น่าสนใจที่สุดสำหรับบริษัทไทยขนาดกลาง-ใหญ่: การลงทุนตั้งโรงงานชิ้นส่วนในเม็กซิโกเพื่อรองรับห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ที่กำลัง re-configure ตัวเองภายใต้กระแส nearshoring บริษัทไทยที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตชิ้นส่วนเพื่อ OEM สามารถเสนอตัวเป็น Tier 2 หรือ Tier 3 supplier ให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ที่ขยายตัวอยู่ในเม็กซิโก

ข้อพิจารณา USMCA: ต้องตระหนักว่า USMCA มีกฎ Rules of Origin ที่เข้มงวดสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ (ต้องใช้วัตถุดิบจากอเมริกาเหนือในสัดส่วนสูง) ซึ่งอาจจำกัดความได้เปรียบด้านต้นทุนของบริษัทไทยบางราย ต้องศึกษาโครงสร้างความต้องการอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน

เซกเตอร์ที่ 3 เครื่องมือแพทย์และสุขภาพ: ตลาดที่ยังขาดแคลนคู่แข่งเอเชีย

ระบบสาธารณสุขในลาตินอเมริกากำลังขยายตัวตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในโรงพยาบาลเอกชน คลินิก และอุปกรณ์การแพทย์

ช่องว่างตลาดของไทย: ไทยพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ที่มีความสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ตั้งแต่ถุงมือยางทางการแพทย์, อุปกรณ์ตรวจวัด ไปจนถึง consumables ทางการแพทย์ต่างๆ บางหมวดหมู่ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว แต่ลาตินอเมริกากลับไม่ใช่ตลาดส่งออกหลัก

ข้อได้เปรียบด้านราคา: เครื่องมือแพทย์จากไทยมักมีราคาต่ำกว่าคู่แข่งจากยุโรปและสหรัฐฯ 20–40% ขณะที่มีมาตรฐานคุณภาพระดับสากล (ISO, CE Marking) ซึ่งตอบสนองความต้องการของตลาดที่กำลังพัฒนาระบบสาธารณสุขได้ดี

ความท้าทาย: การขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ในแต่ละประเทศมีขั้นตอนที่แตกต่างกัน บราซิลต้องขึ้นทะเบียนกับ ANVISA ซึ่งอาจใช้เวลา 1–3 ปี เม็กซิโกต้องผ่าน COFEPRIS การมีตัวแทนหรือพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่นที่มีประสบการณ์ด้านการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์จึงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเข้าตลาดนี้

เซกเตอร์ที่ 4 เทคโนโลยีและ Software: ตลาดที่เปิดกว้างที่สุดสำหรับผู้เล่นใหม่

Fintech, agritech, healthtech และ SaaS กลายเป็นจุดแข็งของ startup ecosystem ในไทย ขณะที่ลาตินอเมริกาเองก็กำลังเดินหน้าด้วย digital transformation อย่างเต็มสูบ

โอกาสในพื้นที่ที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ: ไทยมี track record ที่ดีในด้าน payment technology (PromptPay เป็นหนึ่งในระบบ real-time payment ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก) และ agritech ในฐานะประเทศเกษตรกรรมชั้นนำ ความเชี่ยวชาญเหล่านี้อาจ transfer ได้ดีในตลาดที่มีบริบทใกล้เคียง อย่างโคลอมเบีย, เปรู หรือบราซิล ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมขนาดใหญ่เช่นกัน

ข้อได้เปรียบในการแข่งขัน: Software และ SaaS มีต้นทุนโลจิสติกส์ต่ำมาก (ไม่มีปัญหาการขนส่ง) และสามารถ localize ภาษาได้ง่ายกว่าสินค้ากายภาพ ทำให้เป็นโมเดลที่เหมาะสมสำหรับบริษัท tech ไทยที่ต้องการทดสอบตลาดลาตินอเมริกาโดยไม่ต้องลงทุนสูง

ตัวอย่างโมเดลที่น่าศึกษา: บริษัท tech เอเชียบางรายเลือกเข้าลาตินอเมริกาผ่านโปรแกรม accelerator ในเม็กซิโกซิตี้หรือเซาเปาลู ซึ่งช่วยให้เข้าถึงเครือข่ายและ talent pool ในท้องถิ่นได้เร็วขึ้น

เซกเตอร์ที่ 5 การท่องเที่ยวและบริการ: ดึงลาตินอเมริกามาไทย ไม่ใช่แค่ส่งออก

แนวคิดนี้อาจฟังดูตรงข้ามกับบทความ แต่สำหรับผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม การแพทย์ และ wellness นั้น การดึงนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการจากลาตินอเมริกาเข้ามาในประเทศก็ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการ "ส่งออกบริการ" ที่มีมูลค่าสูง

นักท่องเที่ยวจากลาตินอเมริกาในไทยยังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับยุโรปหรือจีน แต่กลุ่มที่มาใช้บริการ medical tourism และ luxury travel มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปสูงกว่าค่าเฉลี่ย การลงทุนทางการตลาดในภาษาสเปน/โปรตุเกสผ่านช่องทางดิจิทัลจึงอาจให้ ROI (ผลตอบแทนจากการลงทุน) ที่คุ้มค่าสำหรับผู้ประกอบการในเซกเตอร์นี้

มุมมองเชิงวิจารณ์: อย่า Overestimate ความได้เปรียบไทย

การวิเคราะห์โอกาสต้องมาพร้อมกับความซื่อสัตย์เกี่ยวกับจุดอ่อน ในหลายเซกเตอร์ ไทยกำลังแข่งขันกับจีนซึ่งมีเม็ดเงินลงทุนสูงกว่า เครือข่ายกว้างกว่า และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเป็นระบบกว่า นอกจากนี้ เกาหลีใต้มีซอฟต์พาวเวอร์สูงมากในลาตินอเมริกา (K-Pop, K-drama, K-beauty) ซึ่งช่วย amplify สินค้าเกาหลีอย่างได้เปรียบ

ไทยจึงจำเป็นต้องหา "niche" ที่ตัวเองได้เปรียบจริงๆ ไม่ใช่แข่งกับจีนหรือเกาหลีในสนามเดิม ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (เช่น ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยาง ชิ้นส่วนยานยนต์ระดับ Tier 2 หรืออาหารเพื่อสุขภาพ) คือจุดที่ไทยน่าจะสู้ได้มากกว่าการพยายามเล่น volume game เหมือนจีน

บทสรุปตอนที่ 2: เลือกจุดสู้ อย่ากระจายแรงเกินไป

ผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดลาตินอเมริกาควรเริ่มด้วยการถามตัวเองสามคำถาม:

  1. สินค้า/บริการของเราแก้ปัญหาอะไรในลาตินอเมริกาที่คู่แข่งท้องถิ่นหรือคู่แข่งจีน/เกาหลีแก้ได้ไม่ดีพอ?
  2. เราพร้อมลงทุนเวลาและทรัพยากรในการ "ตั้ง" ตลาดอย่างน้อย 3–5 ปีหรือไม่?
  3. เรามีพาร์ทเนอร์หรือเครือข่ายในท้องถิ่นหรือเปล่า?

ในตอนที่ 3 เราจะลงรายละเอียดว่า "จะเริ่มต้นอย่างไร" ในทางปฏิบัติ: เครื่องมือจากภาครัฐไทยที่ใช้ประโยชน์ได้, โมเดลการเข้าตลาด (market entry model) ที่เหมาะกับแต่ละขนาดธุรกิจ และกรณีศึกษาจากบริษัทที่เข้าไปแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อบรบออนไลน์​ : ลักสูตร Jewelry Export Excellence ยกระดับผู้ประกอบการอัญมณีไทย

อบรบออนไลน์​ : ลักสูตร Jewelry Export Excellence ยกระดับผู้ประกอบการอัญมณีไทย

NEA เปิดตัวหลักสูตร Jewelry Export Excellence ยกระดับผู้ประกอบการอัญมณีไทย สร้างแบรนด์–เพิ่มมูลค่า–ขยายตลาดโลก เจาะกลุ่มลักชัวรี่ด้วยกลยุทธ์ครบวงจร

4 นาที
พลิกเกมธุรกิจไทย เจาะขุมทรัพย์แดนชมพูทวีป! DITP ชวนร่วมงาน “NEA BIZ TALK @KHONKAEN - INDIA ACCESS” ยกระดับผู้ประกอบการสู่ตลาดอินเดีย

พลิกเกมธุรกิจไทย เจาะขุมทรัพย์แดนชมพูทวีป! DITP ชวนร่วมงาน “NEA BIZ TALK @KHONKAEN - INDIA ACCESS” ยกระดับผู้ประกอบการสู่ตลาดอินเดีย

DITP ชวนผู้ประกอบการภาคอีสาน SME และ Startups ร่วมงาน NEA BIZ TALK @KHONKAEN - INDIA ACCESS ติวเข้มกลยุทธ์เจาะขุมทรัพย์ตลาดอินเดีย เติมอาวุธทางปัญญาปรับโฉมสินค้าและเจรจาการค้ากับกูรูระดับประเทศ จัดเต็ม 3 วัน ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย วันที่ 22-24 ก.ค. 2569 ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น

5 นาที
DITP เปิดเวที NEA BIZ TALK 2026 รวมทัพ "ศุภวุฒิ-ธิติพล-วีรณัฐ" พลิกเกมส่งออกไทย พร้อม Workshop แผนกลยุทธ์ 90 วัน

DITP เปิดเวที NEA BIZ TALK 2026 รวมทัพ "ศุภวุฒิ-ธิติพล-วีรณัฐ" พลิกเกมส่งออกไทย พร้อม Workshop แผนกลยุทธ์ 90 วัน

DITP โดยสถาบัน NEA จัดงาน "NEA BIZ TALK 2026: THE NEXT HORIZON ขอบฟ้าใหม่แห่งการค้า" วันที่ 6–8 พฤษภาคม 2569 ณ รัชดาภิเษก รวมวิทยากรระดับแนวหน้า อาทิ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ, ดร.วีรณัฐ โรจนประภา และ Workshop สร้างแผนส่งออก 90 วัน เข้าร่วมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

4 นาที
ทางลัดสู่ตลาดโลก: ถอดรหัสลับจากการฝึกอบรมเพื่อผู้ส่งออกมือใหม่

ทางลัดสู่ตลาดโลก: ถอดรหัสลับจากการฝึกอบรมเพื่อผู้ส่งออกมือใหม่

การนำธุรกิจขยายออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสูงสุดของผู้ประกอบการยุคใหม่ แต่การก้าวไปสู่เวทีระดับโลกนั้นไม่ได้มีเพียงการหาคู่ค้าหรือการมีผลิตภัณฑ์ที่ดีเพียงอย่างเดียว ทว่ายังเต็มไปด้วยความซับซ้อนในเรื่องของกฎกติกาการค้าระหว่างประเทศ

9 นาที
อินเดีย ตลาดแห่งทศวรรษ: กลยุทธ์การเจาะตลาดและช่องทางกระจายสินค้าที่ผู้ส่งออกไทยต้องรู้

อินเดีย ตลาดแห่งทศวรรษ: กลยุทธ์การเจาะตลาดและช่องทางกระจายสินค้าที่ผู้ส่งออกไทยต้องรู้

เจาะลึกอินเดีย ตลาดแห่งทศวรรษที่ผู้ส่งออกไทยไม่ควรมองข้าม ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตแรง ชนชั้นกลางขยายตัว และระบบชำระเงินดิจิทัลที่ทันสมัย พร้อมวิเคราะห์ 7 อุตสาหกรรมเด่น พฤติกรรมผู้บริโภครายภูมิภาค และช่องทางค้าปลีกยุคใหม่อย่าง Quick Commerce พร้อมกลยุทธ์การสร้างพันธมิตรเพื่อคว้าโอกาสอย่างยั่งยืน

13 นาที
จากมือใหม่สู่โปรฯ ส่งออก ด้วยคอร์สฟรีกว่า 90 หลักสูตรบน NEA E‑Academy

จากมือใหม่สู่โปรฯ ส่งออก ด้วยคอร์สฟรีกว่า 90 หลักสูตรบน NEA E‑Academy

ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการพาสินค้าออกนอกประเทศ ต้องรู้จัก E-Academy แพลตฟอร์ม e-Learning ฟรีของ DITP ที่รวมกว่า 100 คอร์สด้านการส่งออก ตั้งแต่พื้นฐานจนถึง e-Commerce เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมรับประกาศนียบัตรเมื่อเรียนจบ

4 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง