
ลดหย่อนภาษี 2568 กับ SCB Wealth
เอสซีบี เวลท์ (SCB WEALTH) เปิดแผนกลยุทธ์การลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีปี 2568 ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยนำเสนอสูตรการลงทุน 3 สไตล์ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการออมและการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งในด้านความมั่นคง ความสมดุล และการเติบโต ท่ามกลางภาวะตลาดการเงินทั่วโลกที่คาดการณ์ว่าจะยังคงมีความผันผวนสูงในปีหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว นายศรชัย สุเนต์ตา CFA รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงได้เน้นย้ำกลยุทธ์สำคัญว่า การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีไม่ควรมุ่งเน้นการจับจังหวะตลาด แต่ควรให้ความสำคัญกับระยะเวลาและวินัยในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มที่
การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีไม่ควรมุ่งเน้นการจับจังหวะตลาด แต่ควรให้ความสำคัญกับระยะเวลาและวินัยในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มที่ - นายศรชัย สุเนต์ตา CFA รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product
ผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษีปี 2568 จาก SCB WEALTH: ครบทั้งประกันชีวิต กองทุน RMF และ Thai ESG
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมรายการลดหย่อนภาษีปี 2568 ภายใต้การแนะนำของ SCB WEALTH ประกอบด้วย ประกันชีวิตและกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ควบคู่กับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภาษี โดยธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ได้อัปเดตรายการลดหย่อนภาษีปี 2568 ฉบับล่าสุดอย่างครอบคลุม ทั้งในหมวดประกัน การลงทุน การบริจาค ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับครอบครัว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ครบวงจร นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเลือกประกันชีวิตให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และช่วงวัยของผู้ลงทุน เช่น กลุ่มวัยเริ่มต้นทำงานที่ควรพิจารณาประกันชีวิตทั่วไปหรือประกันสะสมทรัพย์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างรอบด้าน และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างลงตัว
ด้วยทิศทางตลาดการเงินโลกในปี 2568 ที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากความผันผวน SCB WEALTH จึงได้วางกลยุทธ์การลงทุนลดหย่อนภาษีโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนอย่างมีวินัยและระยะยาว การรวมกันระหว่างการซื้อประกันชีวิตควบคู่กับการลงทุนในกองทุน RMF และ Thai ESG จึงไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือในการลดภาระภาษี แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินและโอกาสในการเติบโตของสินทรัพย์ในระยะยาวอีกด้วย กลยุทธ์นี้สะท้อนถึงความเข้าใจในสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และมุ่งมั่นที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถฝ่าฟันความไม่แน่นอน สร้างผลตอบแทน และบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างยั่งยืน ด้วยผลิตภัณฑ์และคำแนะนำที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีจากผู้เชี่ยวชาญของ SCB WEALTH
ข้อมูลกองทุนประกอบด้วย
-
กองทุน Thai ESG เน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ลงทุนขั้นต่ำ 5 ปี ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท ไม่เกิน 30% ของรายได้ ตามเงื่อนไขปี 2568
-
กองทุน RMF เพื่อการเกษียณ มีทั้งแบบลงทุนหุ้นไทย หุ้นสหรัฐฯ หรือตราสารหนี้ ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท ไม่เกิน 30% ของรายได้ ต้องถือจนครบ 55 ปีบริบูรณ์
-
กองทุนแต่ละประเภทมีระดับความเสี่ยงและนโยบายต่างกัน เช่น กองทุน ESG แบบผสม หุ้น หรือตราสารหนี้ เช่น SCBTB(ThaiESGA), SCBTM(ThaiESGA), SCBTA(ThaiESGA), SCBTP (ThaiESGA)
SCB WEALTH สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางหลักดังนี้
-
โทรศัพท์ SCB Call Center: 0 2777 7777 (บริการ 24 ชั่วโมง)
-
อีเมล: [email protected]
-
สาขาธนาคารไทยพาณิชย์ทั่วประเทศ
-
และผ่าน LINE SCB WEALTH OFFICIAL หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำสาขา
สำหรับกลุ่มลูกค้า SCB WEALTH หรือ SCB PRIVATE BANKING อาจมีเบอร์พิเศษให้บริการเพิ่มเติม เช่น 02-777-7799 สำหรับลูกค้า Private Banking
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

SCB WEALTH ถอดรหัส "Dollar Reset" วางกลยุทธ์ลงทุนครึ่งปีหลัง แนะถือหุ้นสหรัฐฯ-ตลาดเกิดใหม่
SCB WEALTH ได้เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนสำหรับครึ่งปีหลัง โดยมุ่งเน้นที่แนวคิด "Dollar Reset" เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญของค่าเงินและพลวัตทางเศรษฐกิจโลก

จีนโต้กลับสงครามการค้า ถอนการลงทุนกองทุนสหรัฐฯ
รัฐบาลจีนถอนการลงทุนจากกองทุน Private Equity ของสหรัฐฯ ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกย้ายเงินเข้าตลาดยุโรปและเอเชีย เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

งบประมาณปี 2569: อนาคตไทยบนเส้นด้ายแห่งวินัยการคลังไทย
บทวิเคราะห์งบประมาณปี 2569 ของไทยที่ลดงบลงทุนแลกกับการใช้หนี้ การขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง ถือเป็นทางสองแพร่งสำคัญทางการคลัง ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความท้าทายระยะยาวของประเทศ

วิเคราะห์แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท ประจำสัปดาห์: เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 32.39–32.51 บาทต่อดอลลาร์
เจาะลึกทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนบาท-ดอลลาร์ ปัจจัยกระทบธุรกิจ แนะนำแนวทางจัดการความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการไทยยุคใหม่

เปิดภูมิทัศน์ต่างชาติลงทุนไทยเทรนด์เปลี่ยน จากภาคผลิตสู่ภาคบริการ
วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการลงทุนจากต่างชาติในไทย (2543-2567) เผยจีนและสิงคโปร์ขึ้นแท่นผู้ลงทุนหลัก แทนที่ญี่ปุ่น พร้อมเจาะลึกการเปลี่ยนผ่านจากการลงทุนในภาคการผลิตสู่ภาคบริการ

สงครามภาษีสหรัฐฯ: ความเสี่ยงและโอกาสส่งออกไทย
สหรัฐฯเปิดสงครามการค้า ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโก สร้างทั้งความเสี่ยงและโอกาสสำหรับไทย ต้องเฝ้าระวังการลักลอบปลอมแปลงถิ่นกำเนิดสินค้า พร้อมกับใช้โอกาสในการดึงดูดการลงทุน พัฒนาอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง และขยายตลาดการส่งออกไทย
