
หลี่เฉียงชี้ 'จีน-รัสเซีย' พลังสำคัญหนุนเสถียรภาพโลกที่วุ่นวาย
สรุปประเด็น
-
หลี่เฉียงและปูตินพบปะที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ย้ำความร่วมมือจีน-รัสเซียเป็นพลังสำคัญหนุนเสถียรภาพโลกท่ามกลางความผันผวน
-
มุ่งขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 4 ด้านหลัก ได้แก่ พลังงาน, การค้าและการขนส่ง, เทคโนโลยี AI, และการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและประชาชน
-
เพิ่มการประสานงานผ่านกรอบพหุภาคี เช่น SCO และ BRICS เพื่อร่วมมือกับประเทศโลกใต้และส่งเสริมความเป็นธรรมในเวทีระหว่างประเทศ
เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, 22 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้พบปะหารือกับวลาดีเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย
ท่ามกลางความผันผวนของการเมืองระหว่างประเทศ การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามอง โดยเฉพาะการขยายความร่วมมือด้านพลังงาน การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และการประสานงานผ่านเวทีระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2026 หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เข้าพบหารือกับ วลาดีเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยหลี่ระบุว่า จีนและรัสเซียยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงและซับซ้อน พร้อมย้ำว่าความร่วมมือระหว่างสองประเทศเป็นพลังสำคัญต่อเสถียรภาพของโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการเปลี่ยนแปลง
ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความร่วมมือทางการเมือง แต่กำลังขยายไปสู่พลังงาน การค้า การลงทุน และเทคโนโลยี ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกและการจัดวางความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจ
จีน-รัสเซียย้ำความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนโลก
หลี่เฉียงได้ส่งคำทักทายจากสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ถึงปูติน พร้อมระบุว่าผู้นำทั้งสองประเทศได้พบปะกันหลายครั้งในปี 2026 และวางแนวทางเพิ่มเติมเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน
ฝ่ายจีนแสดงความพร้อมที่จะเสริมสร้างการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ เพิ่มความไว้วางใจทางการเมือง และขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาของทั้งสองประเทศและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน
ด้านปูตินกล่าวว่า ความสัมพันธ์รัสเซีย-จีนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียม การเคารพซึ่งกันและกัน และการคำนึงถึงผลประโยชน์ของอีกฝ่าย พร้อมยืนยันว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ควรถูกกำหนดโดยการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ระหว่างประเทศหรือการแทรกแซงจากประเทศที่สาม
ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนจุดยืนของทั้งสองประเทศที่ต้องการรักษาความต่อเนื่องของความสัมพันธ์ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การประเมินว่าความร่วมมือนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพโลกมากน้อยเพียงใด ยังต้องพิจารณาจากการดำเนินนโยบายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงควบคู่กันไป
4 ด้านเศรษฐกิจที่จีน-รัสเซียต้องการขยายความร่วมมือ
นอกเหนือจากความสัมพันธ์ทางการเมือง การหารือครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจหลายด้าน
1. พลังงานและทรัพยากร
จีนระบุถึงความพร้อมในการใช้ประโยชน์จากความเกื้อกูลกันทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านพลังงานและทรัพยากร ขณะที่รัสเซียต้องการขยายความร่วมมือด้านพลังงานและพลังงานนิวเคลียร์เพื่อพลเรือน
ประเด็นนี้ทำให้ความร่วมมือด้านพลังงานเป็นหนึ่งในมิติที่ควรติดตาม ทั้งในแง่การพัฒนาโครงการระหว่างสองประเทศ และผลที่อาจมีต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
2. การค้า การลงทุน และการขนส่ง
ทั้งสองฝ่ายแสดงความพร้อมที่จะส่งเสริมการค้า การลงทุน และการขนส่ง เพื่อเพิ่มความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ
หากความร่วมมือสามารถต่อยอดเป็นโครงการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ก็อาจสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ขนาดของโอกาสทางธุรกิจยังขึ้นอยู่กับรายละเอียดของข้อตกลง เงื่อนไขทางการค้า และปัจจัยแวดล้อมของแต่ละตลาด
3. เทคโนโลยีสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์
รัสเซียระบุถึงความพร้อมในการขยายความร่วมมือกับจีนในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับอุตสาหกรรมอื่น เช่น เกษตรกรรมและอวกาศ
ความร่วมมือในด้านเหล่านี้เป็นอีกประเด็นที่น่าจับตา เพราะเทคโนโลยีมีบทบาทต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภาคธุรกิจ แต่ระดับความร่วมมือและผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจำเป็นต้องติดตามจากโครงการที่ดำเนินการจริง
4. การศึกษาและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน
ทั้งสองประเทศยังให้ความสำคัญกับปีแห่งการศึกษาจีน-รัสเซีย ตลอดจนการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว กีฬา และเยาวชน
แม้ความร่วมมือด้านนี้อาจไม่ส่งผลทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วเท่าการค้าและการลงทุน แต่สามารถช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนและสนับสนุนความสัมพันธ์ระยะยาวได้
ประเด็นความร่วมมือทั้งสี่ด้านเป็นไปตามแนวทางที่ผู้นำทั้งสองประเทศกล่าวถึงในการหารือครั้งนี้ โดยผลสำเร็จในทางปฏิบัติยังต้องพิจารณาจากความคืบหน้าของโครงการและความร่วมมือในแต่ละสาขา
SCO และ BRICS กับบทบาทของประเทศโลกใต้
อีกประเด็นสำคัญคือความตั้งใจของจีนและรัสเซียที่จะเพิ่มการประสานงานผ่านกรอบพหุภาคี โดยหลี่เฉียงกล่าวถึงองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) และกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับประเทศโลกใต้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ร่วมและส่งเสริมความเป็นธรรมในเวทีระหว่างประเทศ
การใช้เวทีพหุภาคีเป็นช่องทางประสานงานช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถหารือประเด็นที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับประเทศอื่นได้ในวงกว้างขึ้น แต่บทบาทของแต่ละกลุ่มยังขึ้นอยู่กับความเห็นพ้องของสมาชิกและความสามารถในการเปลี่ยนข้อเสนอให้เป็นความร่วมมือที่เกิดผลจริง
สำหรับรัสเซีย ปูตินยังแสดงการสนับสนุนจีนในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ในปี 2026 และรับตำแหน่งประธานกลุ่ม BRICS ในปี 2027 ตามที่ระบุในการหารือครั้งนี้
นัยต่อเศรษฐกิจโลก: จับตาผลลัพธ์มากกว่าถ้อยแถลง
การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียสะท้อนความพยายามรักษาความต่อเนื่องของความร่วมมือระหว่างสองประเทศในช่วงที่สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศมีความไม่แน่นอน โดยมีทั้งมิติทางการเมือง เศรษฐกิจ และความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง
สำหรับภาคธุรกิจ ประเด็นที่ควรติดตามไม่ใช่เพียงระดับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำ แต่รวมถึงผลที่เกิดขึ้นจริงในด้านการค้า การลงทุน พลังงาน การขนส่ง และเทคโนโลยี เพราะความคืบหน้าในแต่ละด้านอาจมีผลต่อโอกาสและความเสี่ยงของผู้ประกอบการแตกต่างกันไป
ขณะเดียวกัน การขยายความร่วมมือของสองประเทศไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ความไม่แน่นอนของโลกคลี่คลายลงโดยอัตโนมัติ เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ท้ายที่สุด สิ่งที่ต้องจับตาคือการเปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดได้ ตั้งแต่โครงการลงทุนและความร่วมมือทางเทคโนโลยี ไปจนถึงการประสานงานในเวทีระหว่างประเทศ เพราะผลลัพธ์เหล่านี้จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าความร่วมมือจีน-รัสเซียจะมีบทบาทต่อเศรษฐกิจและระเบียบโลกในระยะต่อไปมากเพียงใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนจัดเวทีประชุมวางแผนพื้นที่ทางทะเล กระชับความร่วมมือประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเล
จีนจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการวางแผนพื้นที่ทางทะเล (MSP) ครั้งที่ 4 ร่วมกับประเทศพันธมิตรเส้นทางสายไหมทางทะเล มุ่งสร้างความร่วมมือบริหารจัดการทรัพยากร มหาสมุทร และชายฝั่งเพื่อรับมือวิกฤตภูมิอากาศ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองระบบนิเวศและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีน้ำเงินอย่างยั่งยืน

จีนออกมาตรการกระตุ้นใช้ 'AI-เทคโนโลยีขั้นสูง' ในภาคการค้า
จีนเดินหน้าผสานปัญญาประดิษฐ์เข้ากับการค้า ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การตลาด คลังสินค้า ไปจนถึงประสบการณ์ซื้อสินค้าเสมือนจริง พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและเงินทุน เพื่อขยายการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในภาคธุรกิจ

จีนพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ หนุนสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์
หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ย้ำจีนพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อผลักดันความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ ระหว่างหารือกับภาคธุรกิจและแวดวงยุทธศาสตร์สหรัฐฯ ในนิวยอร์ก พร้อมเน้นความสำคัญของหลักการจีนเดียวและการบริหารความแตกต่างระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ

สีจิ้นผิงนำทางสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ท่ามกลางโลกผันผวน จับตาพบทรัมป์ที่ปักกิ่ง
วิเคราะห์ทิศทางความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ก่อนการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางความท้าทายด้านการค้า ไต้หวัน และเสถียรภาพโลก

Alphabet เผชิญแรงขายหุ้น หลังผลประกอบการต่ำกว่าคาดและลงทุน AI สูง
หุ้น Alphabet บริษัทแม่ของ Google เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ แม้ธุรกิจคลาวด์และบริการ AI จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ต้นทุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

กระทรวงการคลังเดินหน้าเวที IMF-World Bank 2026 เปิด 4 เวทีใหญ่ จับตา 30 เจรจาทวิภาคี ดึงความเชื่อมั่นการเงินโลก
กระทรวงการคลังกางแผนเตรียมพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank Group 2026 ชูบทบาท "Trusted Connector" ขับเคลื่อนวาระการเงินโลกผ่าน 4 เวทีใหญ่และ 30 การเจรจาทวิภาคี ดึงความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศอย่างยุทธศาสตร์
