ใช้อีเมลอย่างไรให้ปลอดภัย?

ใช้อีเมลอย่างไรให้ปลอดภัย?

สรุปประเด็น

  1. อีเมลคือเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ ทั้งฟิชชิงและการขโมยข้อมูล การป้องกันเริ่มจากรหัสผ่านที่แข็งแรง 12 ตัวอักษรขึ้นไป พร้อมใช้ Password Manager

  2. เปิด 2FA และ Passkey ทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook, Apple ID หรือ LINE เพื่อเพิ่มชั้นป้องกันที่มิจฉาชีพเจาะผ่านได้ยาก

  3. ต้องการ Privacy ขั้นสูง ให้ใช้ Proton Mail อีเมลจากสวิตเซอร์แลนด์ที่เข้ารหัสแบบ End-to-End แม้แต่ผู้ให้บริการก็อ่านข้อมูลไม่ได้

ในโลกออนไลน์อีเมลเหมือนเป็นเลขบัตรประชาชน เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงตัวตนของเราระหว่างโลกความเป็นจริงและโลกออนไลน์หรือโลกดิจิทัล อีเมลนอกจากจะเป็นเครื่องมือสำหรับการสื่อสารระหว่างกัน อีเมลถูกนำไปเพื่อกุญแจหลักในการเชื่อมโยงการมใช้บริการในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะใช้เพื่อสมัครเป็น Apple ID สำหรับสมัครใช้บริหารโทรศัพท์ Apple iPhone หรือการสมัครเพื่อใช้บริการของ Google Play จากค่าย Android ของ Google ที่เป็นระบบปฏิบัติงานมือถือ Samsung หรือ OPPO รวมทั้งการสมัครการใช้บริการออนไลน์ประเภทต่าง ๆ  รวมทั้งการสมัครการใช้งาน Online banking ของธนาคาร 

หลายองค์กรในปัจจุบันใช้อีเมลเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเก็บข้อมูลการใช้งานของเรา แม้แต่เจ้าของผู้ให้บริการอีเมลเจ้าใหญ่อย่างงอีเมล ก็อาจใช้ข้อมูลจากอีเมลที่มีการส่งหรือรับ เพื่อประโยชน์ทางการค้าและการแสดงผลโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ สำหรับมิจฉาชีพก็ใช้อีเมลสำหรับการเก็บข้อมูลบุคคลของเรา เพื่อใช้ในการหลอกลวงให้เราตกเป็นเป้าหมายและสูญเสียทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนตัว นอกจากนี้มิจฉาชีพ หรือ นักหลอกลวงออนไลน์ (Scammer)  จะส่งอีเมลรูปแบบต่าง ๆ เพื่อหลอกเอาเงินจากเรา เช่น ฟิชชิง (Phishing): การปลอมแปลงเป็นธนาคารหรือหน่วยงานทางการ ส่งอีเมลหรือข้อความที่มีลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวเช่นรหัสการใช้บริการธนาคารออนไลน์ 

เพื่อป้องกันอีเมลให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ รวมทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หรือการป้องกันการติดตามการใช้งานออนไลน์ (Online tracking) หรือการโจรกรรมอีเมลของเรา สามารถทำได้หลายระดับดังนี้

ระดับเบื้องต้น

สร้างรหัสผ่านที่แข็งแรง (Strong Passwords)

ใช้รหัสผ่านที่ยาว 12 ตัวอักษรขึ้นไป และประกอบด้วย ตัวพิมพ์ใหญ่, ตัวพิมพ์เล็ก, ตัวเลข และอักขระพิเศษ ห้ามใช้รหัสผ่านเดิมซ้ำกับบัญชีอื่น ๆ และ ใช้ Password Manager เพื่อช่วยจำรหัสผ่านที่ซับซ้อน เช่น Apple Password

เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication - 2FA)

การเปิดใช้งาน การยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication - 2FA) เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีของคุณ โดยต้องใช้วิธีการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมนอกเหนือจากรหัสผ่าน เช่น รหัส OTP ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล หรือการยืนยันผ่านแอปพลิเคชัน โดยทั่วไปสามารถเปิดใช้งานได้ผ่านการตั้งค่าความปลอดภัยของแต่ละแพลตฟอร์ม

วิธีเปิดใช้งาน 2FA ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ

Google (Gmail, YouTube, Google Drive ฯลฯ)
- ไปที่ Google Account
- ไปที่ Security (ความปลอดภัย)
- เลือก 2-Step Verification และทำตามขั้นตอน

Facebook
- ไปที่ Settings & Privacy (การตั้งค่าและความเป็นส่วนตัว) > Settings (การตั้งค่า)
- เลือก Security and Login (ความปลอดภัยและการเข้าสู่ระบบ)
- เปิด Two-Factor Authentication

Instagram
- ไปที่ Settings (การตั้งค่า) > Security (ความปลอดภัย)
- เลือก Two-Factor Authentication และเปิดใช้งาน

LINE
-ไปที่ Settings (การตั้งค่า) > Account (บัญชี)
- เปิดใช้งาน Login Verification (การยืนยันการเข้าสู่ระบบ)

Apple ID
- ไปที่ Settings (การตั้งค่า) > [ชื่อของคุณ] > Password & Security (รหัสผ่านและความปลอดภัย)
- เปิด Two-Factor Authentication
- บัญชีอื่น ๆ เช่น Microsoft, Twitter, PayPal, Binance ฯลฯ มีวิธีคล้ายกัน โดยสามารถเปิดใช้งานได้ในส่วน Security Settings

วิธีการรับรหัส 2FA
- ผ่าน SMS (รหัส OTP)
- ผ่าน แอปยืนยันตัวตน เช่น Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator
- ผ่าน กุญแจความปลอดภัย (Security Key) เช่น YubiKey

เปิดการงาน Passkey เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้แทนรหัสผ่าน

เพื่อให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกยิ่งขึ้น โดยใช้การยืนยันตัวตนด้วย ไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือ, สแกนใบหน้า) หรือ PIN แทนการพิมพ์รหัสผ่าน ซึ่งระบบสามารถติดตั้งผ่านการใช้มือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสแกนลายนิ้วมือ หรือ สแกนใบหน้า

Passkey
 

สำหรับผู้ทีต้องความปลอดภัยระดับสูง

สำหรับท่านที่ต้องการความปลอดภัยที่สูงขึ้น เช่นการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลจากอีเมล ปกป้องการถูกขโมยอีเมลเพื่อเข้าใช้บริการออนไลน์ หรือปากปกติตัวต้นจากการใช้งานบริการออนไลน์ไม่ให้เชื่อมถึงตัวเองได้ สามารถใช้บริการอีเมลที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของการเข้าใช้งานและข้อมูลมูลส่วนบุคลของเรา สามารถใช้บริการอีเมลอื่น ๆ เช่น Pronton Mail ถือเป็นหนึ่งในบริการอีเมลที่ปลอดภัยที่สุดที่มีอยู่ในขณะนี้ มีเครื่องมือต่าง ๆ ที่สามารถยกระดับความปลอดภัยให้สูงขึ้น

Pronton email เป็นระบบอีเมลที่มุ่งเน้น ความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก การที่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ช่วยให้มีการคุ้มครองข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากกฎหมายของสวิตเซอร์แลนด์:  บังคับให้ผู้ให้บริการอย่าง Proton mail ห้ามสอดแนมผู้ใช้ กำหนดให้ต้องแจ้งผู้ใช้ หากหน่วยงานทางการร้องขอข้อมูลของพวกเขา  และ ไม่ยอมรับคำสั่งศาลจากต่างประเทศ  เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากศาลสวิส

Pronto Email ดีอย่างไร

Pronton Email สามารถใช้บริการได้ทั้งแบบฟรี และ มีค่าบริการ สำหรับแบบฟรี มีเนื้อที่ให้บริการ 1 GB และความปลอดภัยพื้นฐานเช่น 
1.    การเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง (E2EE)
-    อีเมลทั้งหมดระหว่างผู้ใช้ Proton Mail จะถูกเข้ารหัสโดยอัตโนมัติ
-    อีเมลที่ส่งถึงผู้ใช้ที่ไม่ใช่ Proton สามารถส่งพร้อมการเข้ารหัสโดยใช้รหัสผ่าน
-    แม้แต่ทีมงาน Proton Mail ก็ไม่สามารถอ่านอีเมลที่เข้ารหัสของคุณได้
2.    การเข้ารหัสแบบไม่สามารถเข้าถึงได้ (Zero-access encryption)
-    อีเมลของคุณถูกเข้ารหัสโดยใช้รหัสผ่านของคุณ
-    ไม่มีใครสามารถเข้าถึงอีเมลของคุณได้โดยไม่มีรหัสผ่าน แม้แต่ Proton Mail เอง
3.    คุณสมบัติความเป็นส่วนตัวไม่มีการบันทึก IP โดยค่าเริ่มต้น
-    ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการสร้างบัญชี
-    ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีกฎหมายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวด
-    โค้ดเป็นแบบโอเพนซอร์สที่สามารถตรวจสอบได้
4.    มาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม
-    มีการยืนยันตัวตนสองชั้น
-     ตัวเลือกข้อความทำลายตัวเอง
-    ไม่ติดตามผู้ใช้หรือแสดงโฆษณา
-    ไม่แบ่งปันข้อมูลผู้ใช้กับบุคคลที่สาม

สำหรับการใช้บริการแบบมีค่าใช้จ่ายจะมีเครื่องมือด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมเช่น

1.    การสร้างอีเมลนามแฝง (Email aliases) สำหรับการใช้บริการออนไลน์อื่น ๆ เช่น Shopee ป้องกันจากเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลของเรา
2.    ระบบการจัดการ Password ภายใต้การเข้ารหัสแบบไม่สามารถเข้าถึงได้ (Zero-access encryption)
3.    มีบริการ VPN 
4.    มีบริการพื้นที่จัดเก็บไฟล์ออนไลน์ Pronton Drive
5.    สามารถใช้บริการผ่าน Pronton Email App ที่มีระบบป้องกันเพิ่มเติมใช้การตั้งรหัส PIN ก่อนเข้าใช้งาน 

Zero-access Encryption คือระบบการเข้ารหัสที่ทำให้แม้แต่ผู้ให้บริการ (ในที่นี้คือ Proton Mail) ก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ มาดูว่ามันทำงานอย่างไร:

อีเมลของคุณถูกเข้ารหัสด้วยรหัสผ่านของคุณบนอุปกรณ์ของคุณ ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสแล้วจะถูกเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ เฉพาะรหัสผ่านของคุณเท่านั้นที่สามารถถอดรหัสข้อมูลได้

ข้อดี:
แม้แต่พนักงาน Proton Mail ก็ไม่สามารถอ่านอีเมลของคุณได้
ถ้าเซิร์ฟเวอร์ถูกแฮ็ก แฮ็กเกอร์จะเห็นแค่ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส
ถ้ามีคำสั่งศาล Proton Mail ไม่สามารถส่งมอบข้อมูลที่อ่านได้


ข้อควรระวัง:
ต้องเก็บรักษารหัสผ่านให้ดี เพราะถ้าลืมจะไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้
ต้องออกจากระบบทุกครั้งเมื่อใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ

เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ คือเหมือนกับการเก็บของในตู้เซฟที่มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้รหัส แม้แต่บริษัทที่ผลิตตู้เซฟก็ไม่สามารถเปิดได้

Proton Mail

ขั้นตอนการใช้งาน Proton Mail มีดังนี้:
1.    เข้าไปที่เว็บไซต์ proton.me
2.    คลิกที่ปุ่ม "Create Account" หรือ "Sign Up"
3.    กรอกข้อมูลที่จำเป็น:
o    อีเมลที่ต้องการ (@proton.me)
o    รหัสผ่าน
o    ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง
4.    เลือกแผนการใช้งาน (มีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน)
5.    ยืนยันตัวตนผ่านการกรอกรหัสที่ส่งไปยังอีเมลสำรอง หรือ SMS
6.    เมื่อสร้างบัญชีเสร็จแล้ว สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที

เว็บไซต์ proton.me

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

4 แนวทางเสริมความปลอดภัยอีเมล ปกป้องธุรกิจ SME ไทยจากภัยไซเบอร์

4 แนวทางเสริมความปลอดภัยอีเมล ปกป้องธุรกิจ SME ไทยจากภัยไซเบอร์

SME ไทยตกเป็นเป้าหมายภัยไซเบอร์ทางอีเมลสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 164% บทความนี้ชี้ช่องโหว่สำคัญพร้อม 4 แนวทางเร่งด่วนเพื่อสร้างเกราะป้องกันธุรกิจให้มั่นคง

5 นาที
คู่มือเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในชีวิตประจำวัน

คู่มือเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในชีวิตประจำวัน

คู่มือเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติตามแนวทางของ NHK ญี่ปุ่น ครอบคลุมวิธี Rolling Stock สำหรับสำรองน้ำ อาหาร และอุปกรณ์จำเป็น พร้อมเคล็ดลับรับมือไฟฟ้าดับและการอพยพที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง

5 นาที
แนะนำแอปพลิเคชันติดตามเแผ่นดินไหว

แนะนำแอปพลิเคชันติดตามเแผ่นดินไหว

การติดตามเหตุการณ์แผ่นดินไหวถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป เพราะแผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่เสี่ยง แม้ว่าในอดีตคนไทยอาจไม่คุ้นเคยกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่ปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูงหรือพื้นที่เสี่ยง คงต้องเริ่มให้ความสำคัญกับการติดตามเหตุการณ์เหล่านี้มากขึ้น หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยแจ้งเตือนและติดตามเหตุแผ่นดินไหว แอปพลิเคชันที่น่าสนใจและเหมาะกับการใช้งานในประเทศไทยมีให้เลือกมากมาย

6 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง