

International
การทูตสีจิ้นผิง : จากคำมั่นสัญญาสู่ความก้าวหน้า
องฟ้าสีครามสดใสเหนือกรุงปักกิ่งของจีนขณะบรรดาผู้นำโลกเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ปี 2014 กลายเป็นปรากฏการณ์ "สีฟ้าแห่งเอเปค" (APEC blue) ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนทั่วโลก โดยสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน
รายละเอียด
-
ปรากฏการณ์ "สีฟ้าแห่งเอเปค" สู่ปาฏิหาริย์แห่งปักกิ่ง: รักษาคำมั่นสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี 2014 ลดค่า PM2.5 ในปักกิ่งลงร้อยละ 69.8 จน UNEP ยกย่องเป็น "Beijing Miracle"
-
สร้างความร่วมมือและการเปิดกว้างระดับสูง: เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลกผ่านมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE), ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน และนโยบายเดินทางเข้าประเทศแบบฟรีวีซ่า
-
สนับสนุนการพัฒนาทวีปแอฟริกา: ส่งเสริมความทันสมัยด้วยนโยบายภาษีศุลกากรเป็นศูนย์แก่ 53 ประเทศ และดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
-
รับผิดชอบต่อวิกฤตโลกและเป้าหมายความยั่งยืน: ผลักดันวัคซีนโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะระดับโลก พร้อมเดินหน้าสร้างระบบพลังงานหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนก่อนปี 2060
ท้องฟ้าสีครามสดใสเหนือกรุงปักกิ่งของจีนขณะบรรดาผู้นำโลกเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ปี 2014 กลายเป็นปรากฏการณ์ "สีฟ้าแห่งเอเปค" (APEC blue) ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนทั่วโลก โดยสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวที่งานเลี้ยงต้อนรับคณะผู้นำนานาชาติว่าสีฟ้าแห่งเอเปคนี้จะคงอยู่ต่อไปด้วยความมุ่งมั่นพยายามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคำมั่นสัญญาดังกล่าวของสีจิ้นผิงกลายเป็นความจริงด้วยการลงมือปฏิบัติตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา
คุณภาพอากาศของกรุงปักกิ่งพัฒนาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความเข้มข้นของฝุ่นพีเอ็ม2.5 (PM2.5) โดยเฉลี่ยลดลงร้อยละ 69.8 ในช่วงปี 2013-2025 ทำให้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ยกย่องการปรับปรุงคุณภาพอากาศของกรุงปักกิ่งเป็น "ปาฏิหาริย์แห่งปักกิ่ง" (Beijing Miracle) โดยเรื่องราว "สีฟ้าแห่งเอเปค" สะท้อนค่านิยมที่ประชาชนชาวจีนส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น นั่นคือการรักษาคำมั่นสัญญาด้วยการลงมือทำ
ปรัชญานี้ยังชี้นำความพยายามของจีนในการเชื่อมต่อกับโลกทั้งใบอย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้น ตัวอย่างคืองานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) ที่กลายเป็นเวทีชั้นนำของการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งเชื่อมโยงภาคธุรกิจ นักสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และผู้บริโภคจากทั่วโลกตามคำสัญญาที่สีจิ้นผิงเคยให้ไว้ที่การจัดงานมหกรรมฯ ครั้งแรกในปี 2018 ว่างานนี้ที่จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีจะสร้างผลลัพธ์อันงดงามและผลสำเร็จต่อเนื่องตลอดหลายปีข้างหน้า
งานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน รวมถึงมาตรการอันเป็นรูปธรรมอื่นๆ ตั้งแต่การดำเนินงานศุลกากรแบบพิเศษทั่วเกาะในท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานจนถึงการขยายนโยบายเดินทางผ่านและเดินทางเข้าจีนแบบฟรีวีซ่า ได้สะท้อนคำมั่นสัญญาของสีจิ้นผิงในการเปิดกว้างระดับสูงอย่างต่อเนื่องของจีน รวมถึงการสร้างความเป็นหุ้นส่วนระยะยาวบนพื้นฐานของการพัฒนาร่วมกัน ท่ามกลางโลกทุกวันนี้ที่เกิดความไม่แน่นอนและการแบ่งแยกเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันความมุ่งมั่นพยายามของจีนกำลังแปรเปลี่ยนคำมั่นสัญญาเป็นความก้าวหน้าในแอฟริกา ซึ่งสนับสนุนความพยายามสร้างความทันสมัยของทวีปแห่งนี้ ตั้งแต่นโยบายภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ที่ครอบคลุมทั้ง 53 ประเทศในแอฟริกาที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนจนถึงโครงการชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนอย่างห้องปฏิบัติการหลู่ปันและเทคโนโลยีหญ้าจวิ้นเฉ่า ความร่วมมือของจีนกับแอฟริกามุ่งเน้นการส่งมอบผลประโยชน์ที่จับต้องได้เพิ่มขึ้น
ยังรักษาคำมั่นสัญญาแม้ยามเกิดวิกฤตการณ์ ดังเช่นการระบาดใหญ่ทั่วโลกของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สีจิ้นผิงเน้นย้ำความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของจีนในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในฐานะประเทศใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ โดยจีนเป็นประเทศแรกที่เสนอวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นผลิตภัณฑ์สาธารณะระดับโลก และทำงานร่วมกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเพื่อผลิตวัคซีนในท้องถิ่น ระดมทรัพยากรมาอุดช่องโหว่ด้านภูมิคุ้มกันในระดับโลก
ความมุ่งมั่นของสีจิ้นผิงในการรักษาคำมั่นสัญญายังได้รับการพิสูจน์ด้วยความพยายามต่อเนื่องของจีนในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดียิ่งขึ้นเพื่อทุกคน โดยเมื่อเดือนกันยายน 2020 สีจิ้นผิงประกาศเป้าหมายของจีนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แตะระดับสูงสุดก่อนปี 2030 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนก่อนปี 2060 ซึ่งจีนได้แปลงวิสัยทัศน์นี้เป็นการลงมือปฏิบัติตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งสร้างระบบพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดที่ครอบคลุมมากที่สุด
ทั้งนี้ สีจิ้นผิงเคยกล่าวไว้ว่า "ประชาชนชาวจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการลงมือทำเพื่อรักษาคำมั่นสัญญา และจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาต่างๆ ที่ให้ไว้"
บทถอดเสียง
สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นำเสนอข่าวจากสำนักข่าวซินหัว นะคะ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงบทบาทของจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับคำมั่นสัญญาที่กลายมาเป็นความจริงในหลากหลายมิติค่ะ
เริ่มจากเมื่อสิบปีก่อน การประชุมเอเปคที่กรุงปักกิ่งได้สร้างปรากฏการณ์ "สีฟ้าแห่งเอเปค" นะคะ ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็ให้คำมั่นว่าจะรักษาสภาพอากาศที่ดีนี้ไว้ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณภาพอากาศในปักกิ่งก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติยกย่องว่าเป็น "ปาฏิหาริย์แห่งปักกิ่ง" เลยค่ะ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาสัญญาได้อย่างแท้จริง
ด้านการเปิดประเทศและการเชื่อมโยงกับโลก จีนก็ยังคงรักษาสัญญาที่ให้ไว้ค่ะ อย่างงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เคยให้คำมั่นไว้เมื่อปีสองพันสิบแปดว่าจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและสร้างผลลัพธ์ที่งดงาม ซึ่งงานนี้ก็ได้กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับโลกอย่างต่อเนื่องนะคะ รวมถึงมาตรการต่างๆ เช่น การดำเนินงานศุลกากรพิเศษที่ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน และการขยายนโยบายฟรีวีซ่า ก็ตอกย้ำถึงความตั้งใจของจีนในการเปิดกว้างและสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาร่วมกันค่ะ
นอกจากนี้ จีนยังได้แปรเปลี่ยนคำมั่นสัญญาเป็นการสนับสนุนความก้าวหน้าในแอฟริกาอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยนโยบายภาษีศุลกากรเป็นศูนย์สำหรับห้าสิบสามประเทศในแอฟริกาที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ตอกย้ำถึงการสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ในความร่วมมือระหว่างกันค่ะ
แม้ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-สิบเก้า จีนก็ยังคงแสดงบทบาทในฐานะประเทศใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ โดยเป็นประเทศแรกที่เสนอวัคซีนป้องกันโรคโควิด-สิบเก้าเป็นสินค้าสาธารณะระดับโลก เพื่อช่วยอุดช่องว่างภูมิคุ้มกันทั่วโลกนะคะ และที่สำคัญ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังได้ประกาศเป้าหมายใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อเดือนกันยายนปีสองพันยี่สิบ คือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แตะระดับสูงสุดก่อนปีสองพันสามสิบ และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนก่อนปีสองพันหกสิบ ซึ่งจีนก็ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้วยการสร้างระบบพลังงานหมุนเวียนและห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ ทั้งหมดนี้สะท้อนปรัชญาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กล่าวไว้ว่า ชาวจีนให้ความสำคัญกับการลงมือทำเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาเป็นอย่างยิ่งนะคะ สำหรับวันนี้ ดิฉันต้องขอลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ


