รูปปก สีจิ้นผิงเสนอ 4 ข้อริเริ่ม สร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง: จีนกำลังเขียนกติกาใหม่ของภูมิภาคหรือแค่ถ่วงดุลอเมริกา?
Episode

International

สีจิ้นผิงเสนอ 4 ข้อริเริ่ม สร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง: จีนกำลังเขียนกติกาใหม่ของภูมิภาคหรือแค่ถ่วงดุลอเมริกา?

สีจิ้นผิงเยือนอียิปต์พร้อมเสนอข้อริเริ่ม 4 ประการเพื่อสร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง ชูแนวทางแก้ปัญหาจากภายใน ใช้เศรษฐกิจนำสันติภาพ และยึดปัญหากลางปาเลสไตน์ สะท้อนยุทธศาสตร์รุกคืบของจีนเพื่อท้าทายและถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในภูมิภาค

3:39

รายละเอียด

  • Xinhua. (2 September 2026). "Xinhua Headlines: Xi calls for deepening China-Egypt cooperation, raises Mideast proposal." english.news.cn
  • Global Times. (2 September 2026). "Xi raises four-point proposal on new security architecture for Middle East during meeting with Egyptian president in state visit." globaltimes.cn
  • businessleader.co. (3 September 2026). "สีจิ้นผิงเสนอ 4 ข้อริเริ่ม สร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง." businessleader.co/international/international/xi-jinping-proposes-four-initiatives
  • Hines, L. (6 July 2026). "Choosing Orbits: China's Space Diplomacy in the Middle East." Texas National Security Review.

เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569 สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เดินทางเยือนกรุงไคโรในฐานะการเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ และนั่นไม่ใช่แค่การทูตตามพิธีการ แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าจีนพร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในสมการความมั่นคงของตะวันออกกลาง ภูมิภาคที่ครั้งหนึ่งถือเป็น "สนามเหย้า" ของอิทธิพลตะวันตก

ระหว่างการพบปะกับประธานาธิบดีอับดุล ฟัตตาห์ อัลซีซี สีจิ้นผิงเสนอข้อริเริ่ม 4 ประการ (four-point proposal) เพื่อสร้างกรอบความมั่นคงรูปแบบใหม่ในตะวันออกกลาง โดยยึดวิสัยทัศน์ "ความมั่นคงร่วมกันอย่างครอบคลุมรอบด้าน อาศัยความร่วมมือ และมีความยั่งยืน" (common, comprehensive, cooperative and sustainable security) ซึ่งในแง่ของภาษาทางการทูต ถือว่าตรงข้ามกับแนวทางสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง

บทความนี้จะวิเคราะห์ว่าข้อริเริ่ม 4 ประการนี้มีสาระสำคัญอย่างไร เหตุใดจึงเกิดขึ้น ณ เวลานี้ และนัยสำคัญต่อดุลอำนาจในภูมิภาคและผลประโยชน์ของประเทศในตะวันออกกลางคืออะไร

บริบท: ทำไมอียิปต์ ทำไมตอนนี้

ก่อนจะเจาะแต่ละข้อริเริ่ม ต้องเข้าใจก่อนว่าเหตุใดสีจิ้นผิงจึงเลือกไคโรเป็นจุดประกาศวิสัยทัศน์นี้

อียิปต์ไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันเหมือนซาอุดีอาระเบียหรือ UAE แต่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์สูงมาก ทั้งในฐานะประตูเชื่อมแอฟริกากับตะวันออกกลาง ผู้ควบคุมคลองสุเอซที่มีสินค้าผ่านมากกว่า 12% ของการค้าโลก และในฐานะประเทศอาหรับที่ใหญ่ที่สุดทั้งในแง่ประชากรและอิทธิพลทางการเมือง การที่จีนเลือกไคโรเป็น "เวที" ประกาศข้อเสนอกรอบความมั่นคงใหม่ จึงมีนัยทางสัญลักษณ์ที่ทรงพลังมาก

นอกจากนี้ การเยือนครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของสำนักข่าว Xinhua สีจิ้นผิงยังได้เดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอด SCO ที่บิชเคก ก่อนต่อสู่ไคโร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทริปนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทูตแบบ "marathon diplomacy" ที่มีการวางแผนรอบด้าน

4 ข้อริเริ่มสีจิ้นผิง: รายละเอียดและนัยวิเคราะห์

ข้อที่ 1: ส่งเสริมแรงขับเคลื่อนจากภายใน ปฏิเสธการแทรกแซงจากภายนอก

ข้อแรกและแหลมคมที่สุดทางการเมือง: สีจิ้นผิงระบุว่าประชาชนในตะวันออกกลางต้องเป็น "เจ้านายในกิจการของตนเอง" (remain masters of their own affairs) และเรียกร้องให้ปฏิเสธการแทรกแซงจากภายนอก พร้อมสนับสนุนให้ประเทศในภูมิภาคสร้างกรอบความมั่นคงโดยตนเอง

ในแง่ภาษาทางการทูต ข้อนี้เป็นการโจมตีทางอ้อมที่ชัดเจนต่อนโยบายการแทรกแซงของสหรัฐฯ และ NATO ในภูมิภาค จีนกำลังบอกว่า "ปัญหาตะวันออกกลางควรได้รับการแก้ไขโดยคนในภูมิภาค ไม่ใช่โดยมหาอำนาจข้ามน้ำข้ามทะเล"

สิ่งที่น่าสนใจคือ สีจิ้นผิงเสนอให้ประเทศในภูมิภาคเปิด "บทสนทนาด้านสันติภาพและความมั่นคง" กัน ซึ่งเป็นสูตรเดียวกับที่จีนใช้ประสบความสำเร็จในการจัดเจรจาระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านในปี พ.ศ. 2566 — ดีลที่ทำให้โลกประหลาดใจและสร้างชื่อให้จีนในฐานะนักไกล่เกลี่ยระดับภูมิภาคคู่แข่งของสหรัฐฯ อย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก

ข้อที่ 2: ใช้แนวทางบูรณาการ ปัญหาปาเลสไตน์คือหัวใจสำคัญ

ข้อที่สองเรียกร้อง "comprehensive approach" หรือแนวทางแบบองค์รวมในการแก้ปัญหาความมั่นคง โดยเฉพาะการยืนยันอย่างชัดเจนว่า "ปัญหาปาเลสไตน์ยังคงเป็นแก่นกลางของคำถามตะวันออกกลาง (at the core of the Middle East question) และต้องไม่ถูกมองข้ามหรือดันออกไปชายขอบ"

ถ้อยคำนี้มีนัยสำคัญสองชั้น: ชั้นแรก จีนกำลังแสดงจุดยืนร่วมกับประเทศอาหรับส่วนใหญ่ที่มองว่าสหรัฐฯ ละเลยปัญหาปาเลสไตน์ ชั้นที่สอง จีนกำลังบอกว่าการแก้ปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคจะไม่ยั่งยืนหากไม่แก้ที่ต้นตอ — ซึ่งต่างจากแนวทางสหรัฐฯ ที่มักเจรจาเรื่องความมั่นคงแยกออกจากประเด็นปาเลสไตน์

สำหรับอียิปต์ซึ่งเป็นหนึ่งในสองประเทศอาหรับที่ทำสันติภาพกับอิสราเอล แต่ยังคงรักษาจุดยืนสนับสนุนรัฐปาเลสไตน์ — สาระข้อนี้ตรงกับท่าทีทางการเมืองในประเทศของซีซีพอดี

ข้อที่ 3: เสริมแกร่งรากฐานการพัฒนา ใช้เศรษฐกิจแก้ปัญหาความมั่นคง

ข้อสามโดดเด่นในเชิงวิเคราะห์มากที่สุด เพราะสีจิ้นผิงระบุชัดว่า "สันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลางขึ้นอยู่กับการพัฒนาเป็นพื้นฐาน" และจีนพร้อมร่วมมือในการ "ปกป้องความมั่นคงของเส้นทางการเดินเรือระหว่างประเทศ พัฒนาความร่วมมือ และส่งเสริมการบรรจบกันของผลประโยชน์"

นี่คือ "จีนโมเดล" ที่นำมาใช้กับตะวันออกกลาง: แก้ปัญหาความไม่มั่นคงผ่านการลงทุนและการพัฒนา ไม่ใช่ผ่านกำลังทหาร

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ระหว่างการเยือนครั้งนี้ จีนและอียิปต์ลงนามในเอกสารความร่วมมือกว่า 20 ฉบับ ครอบคลุมเศรษฐกิจดิจิทัล วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษา และการขนส่ง รวมถึงความร่วมมือในกรอบ Belt and Road Initiative (BRI) นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือในด้านพลังงานสีเขียว รถยนต์ไฟฟ้า อวกาศ และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่

ในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง แนวคิดนี้มีฐานจากประสบการณ์จีนเอง: การพัฒนาเศรษฐกิจในช่วง 40 ปีที่ผ่านมาช่วยลดความขัดแย้งภายในได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังมีข้อถกเถียงว่าโมเดลนี้ถ่ายทอดข้ามวัฒนธรรมได้แค่ไหน

ข้อที่ 4: ยกระดับการประสานงานระหว่างประเทศ ยึดกฎบัตรสหประชาชาติ ปฏิเสธ "มาตรฐานคู่"

ข้อสุดท้ายเรียกร้องให้ชุมชนระหว่างประเทศ "ละทิ้งมาตรฐานคู่ (double standards) ในตะวันออกกลาง เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศในภูมิภาค" พร้อมให้ UN มีบทบาทที่มีประสิทธิภาพ

ข้อนี้เป็นการส่งสัญญาณโดยตรงถึงสหรัฐฯ และชาติตะวันตก ที่จีนมองว่าใช้มาตรฐานสองชุด เช่น ประณามรัสเซียเรื่องอธิปไตยยูเครน แต่ไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันกับอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์

ใครได้ประโยชน์จากข้อเสนอนี้ และใครต้องระวัง

ผู้รับประโยชน์ชัดเจนที่สุด คือประเทศอาหรับที่ต้องการลดการพึ่งพาสหรัฐฯ แต่ไม่อยากอยู่ใต้อิทธิพลของอิหร่าน กลุ่ม Gulf States หลายประเทศ รวมถึงอียิปต์ จอร์แดน และโมร็อกโก มีแนวโน้มตอบรับกรอบนี้ในเชิงบวก เพราะเป็นการเปิดทางเลือกที่สาม

ฝ่ายที่ต้องจับตา คืออิสราเอล ซึ่งข้อเสนอของสีจิ้นผิงวางปัญหาปาเลสไตน์ไว้ที่ "แกนกลาง" ซึ่งขัดกับนโยบายของรัฐบาลอิสราเอลที่ต้องการแยกการเจรจาความมั่นคงออกจากประเด็นปาเลสไตน์

อิหร่าน เป็นกรณีซับซ้อน ข้อเสนอของจีนเรียกร้อง "good-neighborly and friendly relations" และการแก้ปัญหาด้วยการเจรจา ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันจากสงครามในภูมิภาค แต่ขณะเดียวกัน จีนก็ไม่ต้องการให้อิหร่านครอบงำตะวันออกกลางเพราะจะทำให้ภูมิภาคไม่เสถียรและกระทบเส้นทางพลังงานที่จีนพึ่งพา

มุมมองตรงข้าม: ข้อจำกัดของวิสัยทัศน์นี้

เพื่อความสมดุลในการวิเคราะห์ ต้องตั้งคำถามสำคัญว่า: ข้อริเริ่ม 4 ประการนี้มีกลไกบังคับใช้ได้จริงแค่ไหน?

ในทางปฏิบัติ จีนยังขาดโครงสร้างพื้นฐานทางทหารในภูมิภาคเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่มีฐานทัพกระจายอยู่ทั่วตะวันออกกลาง (Bahrain, Qatar, UAE, Kuwait ฯลฯ) ความสามารถของจีนในการ "ค้ำประกัน" ความมั่นคงจึงยังเป็นคำถามที่เปิดอยู่ นักวิเคราะห์หลายสำนัก อาทิ Texas National Security Review มองว่าจีนยังอยู่ในระยะ "Space Diplomacy" — ใช้โครงการพัฒนาและสัญลักษณ์ทางการทูตสร้างอิทธิพล แต่ยังไม่มีความสามารถรองรับบทบาทรักษาความมั่นคงในระดับที่อเมริกาทำอยู่

นอกจากนี้ ข้อเสนอยังค่อนข้าง "กว้างและนามธรรม" — ไม่มีกรอบเวลา ไม่มีกลไกตรวจสอบ และไม่มีคำนิยามชัดเจนว่า "กรอบความมั่นคงใหม่" จะมีโครงสร้างอย่างไรในทางปฏิบัติ เปรียบเทียบกับข้อตกลง Abraham Accords ของสหรัฐฯ ที่แม้จะมีปัญหาเรื่องการครอบคลุม แต่มีผลทางกฎหมายและการทูตที่ชัดเจนกว่า

บทสรุป: จีนกำลังเปลี่ยนเกม ไม่ใช่แค่เล่นเกม

ข้อริเริ่ม 4 ประการของสีจิ้นผิงในไคโรเป็นมากกว่าการแถลงทางการทูต มันคือการประกาศ "doctrine" ด้านความมั่นคงของจีนสำหรับตะวันออกกลาง ที่ตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก: ปฏิเสธการแทรกแซงภายนอก ใช้การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพ และยึดกติกาสากลที่จีนพิจารณาว่าเป็นธรรม

สิ่งที่ต้องจับตาในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้าคือว่า ข้อเสนอนี้จะเปลี่ยนจาก "วิสัยทัศน์" ไปสู่ "กลไกที่มีผลจริง" ได้แค่ไหน โดยเฉพาะการที่จีนจะสามารถระดมประเทศในภูมิภาคให้มาร่วมพูดคุยเรื่องสถาปัตยกรรมความมั่นคงได้หรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงว่าจีนกำลัง "เปลี่ยนเกม" อย่างจริงจัง หรือเพียงแค่ส่งสัญญาณทางการทูตที่ฟังดูดีแต่ไม่มีน้ำหนักจริง

บทถอดเสียง

สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นะคะ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่ส่งสัญญาณว่าจีนกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในเวทีความมั่นคงของตะวันออกกลางอย่างเต็มตัวค่ะ

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน ได้เดินทางเยือนกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ และนั่นไม่ใช่เพียงแค่การเยือนตามพิธีการนะคะ แต่เป็นการประกาศข้อริเริ่มสี่ประการ เพื่อสร้างกรอบความมั่นคงรูปแบบใหม่ในภูมิภาคนี้ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่อิทธิพลของชาติตะวันตกมาโดยตลอดค่ะ

คำถามสำคัญคือ ทำไมต้องเป็นอียิปต์และทำไมต้องเป็นตอนนี้ อียิปต์แม้จะไม่ใช่ประเทศร่ำรวยน้ำมัน แต่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์สูงมากในฐานะประตูเชื่อมต่อระหว่างแอฟริกากับตะวันออกกลาง เป็นผู้ควบคุมคลองสุเอซ ซึ่งมีสินค้าผ่านกว่าหนึ่งในแปดของการค้าโลก การเลือกไคโรเป็นเวทีประกาศวิสัยทัศน์นี้จึงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ทรงพลังมากค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ในตะวันออกกลางก็กำลังตึงเครียด โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน จีนจึงเข้ามาเสนอตัวเป็นผู้เล่นหลักในการรักษาสมดุลค่ะ

ข้อริเริ่มทั้งสี่ประการนี้สะท้อนแนวคิดของจีนที่แตกต่างจากมหาอำนาจตะวันตกอย่างชัดเจนนะคะ

ประการแรก จีนเน้นย้ำเรื่องการปฏิเสธการแทรกแซงจากภายนอก ให้ประเทศในตะวันออกกลางเป็นเจ้าของกิจการของตนเอง และส่งเสริมให้ประเทศในภูมิภาคสร้างกรอบความมั่นคงด้วยตัวเอง นี่คือการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาและนาโต้ทางอ้อม และเสนอให้มีการเจรจาด้านสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศในภูมิภาคเอง เหมือนที่จีนเคยไกล่เกลี่ยให้ซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านกลับมาเจรจากันได้เมื่อสองสามปีที่แล้วค่ะ

ประการที่สอง จีนเรียกร้องให้ใช้แนวทางแบบบูรณาการ โดยระบุว่าปัญหาปาเลสไตน์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของคำถามตะวันออกกลางและต้องไม่ถูกละเลย จุดยืนนี้สอดคล้องกับประเทศอาหรับส่วนใหญ่ ที่มองว่าการแก้ปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคจะไม่ยั่งยืนหากไม่แก้ที่ต้นตอของความขัดแย้งค่ะ

ประการที่สาม ที่น่าสนใจมากที่สุดคือการเสริมสร้างรากฐานการพัฒนา จีนเชื่อว่าสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลางขึ้นอยู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นพื้นฐาน นี่คือการนำ "จีนโมเดล" มาใช้ โดยการแก้ปัญหาความไม่มั่นคงผ่านการลงทุนและการพัฒนา ไม่ใช่ผ่านกำลังทหาร เราเห็นตัวอย่างชัดเจนจากการที่จีนและอียิปต์ลงนามในเอกสารความร่วมมือกว่ายี่สิบฉบับ ครอบคลุมหลายภาคส่วน ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสีเขียว และการขนส่ง ในกรอบความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางค่ะ

และประการสุดท้าย จีนเรียกร้องให้ยกระดับการประสานงานระหว่างประเทศ ยึดกฎบัตรสหประชาชาติ และปฏิเสธการใช้มาตรฐานสองชุด ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงชาติตะวันตกให้เคารพอธิปไตยของประเทศในภูมิภาคค่ะ

แล้วใครจะได้ประโยชน์จากข้อเสนอนี้ และใครต้องจับตาบ้างคะ ประเทศอาหรับที่ต้องการลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ต้องการอยู่ใต้อิทธิพลของอิหร่าน จะได้ประโยชน์จากทางเลือกที่สามนี้ค่ะ ส่วนอิสราเอลจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะข้อเสนอของจีนที่ให้ปัญหาปาเลสไตน์เป็นแกนกลางนั้นขัดกับนโยบายของรัฐบาลอิสราเอลค่ะ

อย่างไรก็ตาม เราต้องถามถึงข้อจำกัดของวิสัยทัศน์นี้ด้วยนะคะ ในทางปฏิบัติ จีนยังขาดโครงสร้างพื้นฐานทางทหารในภูมิภาคเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา ที่มีฐานทัพกระจายอยู่ทั่วตะวันออกกลาง ความสามารถของจีนในการค้ำประกันความมั่นคงจึงยังเป็นคำถามค่ะ นอกจากนี้ ข้อเสนอยังค่อนข้างกว้างและเป็นนามธรรม ขาดกลไกการบังคับใช้ที่เป็นรูปธรรม เมื่อเทียบกับข้อตกลงที่นำโดยสหรัฐอเมริกา

โดยสรุปแล้ว ข้อริเริ่มสี่ประการของสีจิ้นผิงไม่ใช่แค่การแถลงทางการทูตทั่วไปค่ะ แต่เป็นการประกาศหลักการด้านความมั่นคงของจีนสำหรับตะวันออกกลาง ที่ตั้งอยู่บนสามเสาหลักคือ การปฏิเสธการแทรกแซงภายนอก การใช้การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพ และการยึดกติกาสากล สิ่งที่เราต้องจับตาในช่วงสิบสองถึงสิบแปดเดือนข้างหน้าคือ ข้อเสนอเหล่านี้จะเปลี่ยนจาก "วิสัยทัศน์" ไปสู่ "กลไกที่มีผลจริง" ได้แค่ไหนค่ะ นี่จะเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงว่าจีนกำลังเปลี่ยนเกมในตะวันออกกลาง หรือเป็นเพียงแค่การส่งสัญญาณทางการทูตที่น่าสนใจเท่านั้นนะคะ

สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

ตอนอื่นจากรายการนี้

4 ตอน
รูปปก ฮ่องกงออกแผนพัฒนาฯ ระยะ 5 ปี ฉบับแรก มุ่งเปิดกว้าง รุ่งเรือง ปลอดภัยยิ่งขึ้น

Episode

ฮ่องกงออกแผนพัฒนาฯ ระยะ 5 ปี ฉบับแรก มุ่งเปิดกว้าง รุ่งเรือง ปลอดภัยยิ่งขึ้น

2:11
รูปปก สีจิ้นผิง-โมดีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก เห็นพ้องจีน-อินเดียควรเป็นหุ้นส่วนกัน

Episode

สีจิ้นผิง-โมดีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก เห็นพ้องจีน-อินเดียควรเป็นหุ้นส่วนกัน

2:35
รูปปก สีจิ้นผิงเสนอ 4 ข้อริเริ่ม สร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง

Episode

สีจิ้นผิงเสนอ 4 ข้อริเริ่ม สร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง

1:15
รูปปก บทความคิดเห็น : จีน-อียิปต์เดินหน้าสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันในยุคใหม่

Episode

บทความคิดเห็น : จีน-อียิปต์เดินหน้าสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันในยุคใหม่

2:11