ManagementEpisode
รูปปก บทบาทใหม่ของ CEO: ผู้นำแห่งความยืดหยุ่น
Episode

Management

บทบาทใหม่ของ CEO: ผู้นำแห่งความยืดหยุ่น

บทความนี้สรุปเนื้อหาจากบทความ The CEO as Chief Resilience Officer จาก McKinsey กับแนวคิดที่ CEO คือผู้นำที่อยู่ตรงกลางของกลยุทธ์ การเงิน และปฏิบัติการ จึงพร้อมที่สุดที่จะสร้างความยืดหยุ่นให้องค์กรรับมือกับความไม่แน่นอนและคว้าโอกาสจากวิกฤตได้ McKinsey พบว่า 84% ของผู้นำยังรู้สึกไม่พร้อมรับมืออนาคต และ 60% ของกรรมการเห็นว่าบริษัทยังไม่พร้อม CEO ต้องเข้าใจทั้ง 4 มิติของความยืดหยุ่น: การเงิน ปฏิบัติการ องค์กร และภายนอก รวมทั้งลงมือสร้างความยืดหยุ่นอย่างตั้งใจ เน้นการตัดสินใจเด็ดขาด สร้างทีมที่แข็งแกร่ง และสร้างพันธมิตรภายนอก

2:42

รายละเอียด

  • CEO ต้องเป็นผู้นำสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) ให้องค์กรพร้อมรับมือวิกฤตและพลิกเป็นโอกาสเติบโตในยุคความไม่แน่นอน

  • ต้องเข้าใจและพัฒนาความยืดหยุ่นครบ 4 มิติ ได้แก่ ด้านการเงิน การปฏิบัติการ โครงสร้างองค์กร และความสัมพันธ์ภายนอก

  • ขับเคลื่อนด้วย 5 กลยุทธ์หลัก ทั้งการผูกกับวิสัยทัศน์ การตัดสินใจเด็ดขาดในภาวะวิกฤต และการพัฒนาทีมงานให้พร้อมปรับตัว

  • ปรับวัฒนธรรมองค์กรสู่ Growth Mindset ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการทดลองสิ่งใหม่ เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

The CEO as Chief Resilience Officer” จาก McKinsey 

ในยุคที่องค์กรเผชิญกับความไม่แน่นอนและภาวะวิกฤตที่ต่อเนื่อง (permacrisis) ความยืดหยุ่นถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับองค์กร อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยของ McKinsey พบว่า 84% ของผู้นำรู้สึกว่าตนเองยังไม่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และ 60% ของกรรมการบริษัทเห็นว่า บริษัทยังไม่พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ใหญ่ที่จะเกิดขึ้น

CEO ต้องไม่เพียงแต่รับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้นฉับพลัน เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าโลก ความขัดแย้งในภูมิภาคยุโรปและตะวันออกกลาง หรือปัญหาเล็กๆ เช่น การแกว่งตัวของราคาหุ้นหรือข้อบกพร่องของสินค้า แต่ยังต้องลงทุนและสร้างความยืดหยุ่นอย่างตั้งใจ โดย McKinsey นิยามความยืดหยุ่นว่า “ความสามารถในการเตรียมพร้อม รับมือ และใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลง” ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของผลการดำเนินงานของบริษัทขึ้นอยู่กับภาวะผู้นำของ CEO

แนวทางปฏิบัติของ CEO ที่ประสบความสำเร็จ

- มองทั้งระยะสั้นและระยะยาว: CEO ต้องมี “ตาข้างหนึ่งมองกล้องจุลทรรศน์ อีกข้างมองกล้องโทรทรรศน์” คือมองรายละเอียดและภาพรวมไปพร้อมกัน
- เชื่อมโยงความยืดหยุ่นกับการเติบโต: ความยืดหยุ่นจะช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
- สร้างสถานการณ์จำลอง: CEO ควรใช้สถานการณ์สมมติ (what-if scenarios), premortem, และการซ้อมรับมือวิกฤต เพื่อทดสอบความพร้อมขององค์กร

“CEO อยู่ตรงจุดที่กลยุทธ์ การเงิน และการทำงานมาบรรจบกัน เลยทำให้พวกเขาติดอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะเป็นผู้นำและช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้บริษัท ทั้งป้องกันความวุ่นวายและยังคว้าโอกาสจากมันได้ด้วย”


4 ประเภทความยืดหยุ่นที่ CEO ต้องเข้าใจ


1. Financial Resilience (ความยืดหยุ่นด้านการเงิน)

Financial Resilience หรือ ความยืดหยุ่นด้านการเงิน สำคัญกับธุรกิจในยุคนี้มาก เพราะโลกธุรกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของตลาด หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การระบาดของโรค โควิด-19  สงครามการค้า หรือ การท่องเที่ยวไทยที่อาจอยู่ในช่วงขาลง ความยืดหยุ่นด้านการเงินช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหมุนเวียนไม่พอ การค้างชำระของลูกค้า หรือรายได้ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นด้านการเงินจะสามารถจ่ายค่าใช้จ่าย ค่าจ้างพนักงาน หรือซื้อวัตถุดิบได้ต่อเนื่อง แม้จะเจออุปสรรค ดังนั้นองค์กรมีความยืดหยุ่น มีเงินทุนและสภาพคล่องเพียงพอเพื่อฉวยโอกาสใหม่ๆ และ ต้องสร้างทางเลือกด้วยการเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล จัดสรรเงินทุนบ่อยครั้ง และเพิ่มเงินสำรอง

2.  Operational Resilience (ความยืดหยุ่นด้านปฏิบัติการ)

Operational Resilience หรือ ความยืดหยุ่นด้านปฏิบัติการ คือ ความสามารถขององค์กรในการปรับตัวและฟื้นตัวจากเหตุการณ์ที่กระทบต่อการดำเนินงานหลักได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่กระทบต่อลูกค้าหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากเกินไป ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การจัดการวิกฤต แต่รวมถึงการวางแผนเชิงรุกเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นองค์กรต้องสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานได้อย่างรวดเร็วและในวงกว้าง และ ใช้ข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อปกป้องและพัฒนาการดำเนินงานหลัก เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการ การขายและบริการหลังการขาย การจัดหาวัตถุดิบ และซัพพลายเชน

3. Organizational Resilience (ความยืดหยุ่นด้านองค์กร)

Organizational Resilience หรือ ความยืดหยุ่นขององค์กร คือ ความสามารถขององค์กรในการคาดการณ์ เตรียมพร้อม ตอบสนอง และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือต่อเนื่อง เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เพื่อให้องค์กรสามารถอยู่รอด ฟื้นตัว และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยองค์กรที่มีความยืดหยุ่นจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และกระบวนการทำงานได้อย่างรวดเร็ว และสร้างโอกาสใหม่ ๆ จากความเปลี่ยนแปลง องค์กรเหล่านี้มักมีแผนรองรับที่ชัดเจน วัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง และบุคลากรที่มีความยืดหยุ่นสูง ที่สำคัญต้องทำให้บุคคลและทีมมีความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและฟื้นตัวจากปัญหาต่างๆ และ ต้องกำหนดเป้าหมายหลัก เพื่อสร้างทิศทางที่ชัดเจน สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และความปลอดภัยทางจิตใจ (psychological safety)

4. External Resilience (ความยืดหยุ่นด้านภายนอก)

External Resilience หรือ ความยืดหยุ่นด้านภายนอก หมายถึง ความสามารถขององค์กรในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับคู่ค้า ลูกค้า ผู้กำกับดูแล นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกอื่น ๆ เพื่อให้องค์กรสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหรือวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับความช่วยเหลือหรือสนับสนุนจากภายนอกในยามที่จำเป็น โดยองค์กรที่มี External Resilience จะสามารถพึ่งพาหรือสร้างพันธมิตรกับบุคคลหรือองค์กรภายนอกได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบ การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย หรือวิกฤตที่ส่งผลต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นขององค์กร นอกจากนี้ การสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจร่วมกันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกยังช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและฟื้นตัวจากวิกฤตได้เร็วขึ้น และยังสามารถฉวยโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าคู่แข่งอีกด้วย และสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก เช่น ลูกค้า ผู้กำกับดูแล และนักลงทุน โดยยึดหลักความไว้วางใจและเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน
 

5 กลยุทธ์สำคัญของ CEO ในการสร้างความยืดหยุ่น

1. ผูกความยืดหยุ่นกับวิสัยทัศน์ของบริษัท
   - CEO ต้องเชื่อมโยงกลยุทธ์ขององค์กรกับระดับความยืดหยุ่นอย่างแน่นแฟ้น
   - องค์กรที่ทีมผู้บริหารทำงานสอดคล้องกัน มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคู่แข่งถึง 2 เท่า[1][8]

2. สร้างความยืดหยุ่นครบทุกมิติ
   - องค์กรต้องพัฒนาและดูแลความยืดหยุ่นในทุกมิติอย่างสมดุล
   - CEO ต้องติดตามและปรับปรุงเมื่อพบว่ามิติใดมิติหนึ่งอ่อนแอ[1][8]

3. แสดงภาวะผู้นำอย่างเด็ดขาดเมื่อความยืดหยุ่นถูกท้าทาย
   - ในช่วงวิกฤต CEO ต้องเข้าแทรกแซงและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
   - องค์กรที่มีผู้นำที่เด็ดขาดจะมีสุขภาพองค์กรที่ดีกว่าคู่แข่งถึง 4.2 เท่า

4. สร้างทีมที่แข็งแกร่งและลงทุนกับความยืดหยุ่นของบุคคล
   - CEO ต้องสรรหาและพัฒนาบุคลากรที่มีความยืดหยุ่นสูง
   - ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

5. สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก
   - CEO ต้องสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต


กรณีศึกษา Satya Nadella CEO ของบริษัท Microsoft

ก่อนที่ Satya Nadella จะขึ้นเป็น CEO ของ Microsoft ในปี 2014 วัฒนธรรมองค์กรของบริษัทมีลักษณะแข็งกร้าว แข่งขันสูง และแบ่งแยกเป็นส่วน ๆ ในองค์กร พนักงานต่างมุ่งเอาชนะกันเอง กลัวความผิดพลาด และไม่กล้าเสี่ยงกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ทำให้ Microsoft พลาดโอกาสสำคัญในตลาดใหม่ เช่น โทรศัพท์มือถือและ Cloud Computing

แต่เมื่อ Satya Nadella เข้ามา เขาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรอย่างสิ้นเชิง โดยเน้น “Growth Mindset” หรือกรอบความคิดแบบเติบโต พนักงานที่พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองเสมอ ส่งเสริมให้เกิดความหลากหลาย ความสามัคคีในองค์กร และให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนกล้าลองผิดลองถูกและร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ ส่งผลให้ Microsoft กลับมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและมีมูลค่าสูงสุดในโลกอีกครั้ง Satya Nadella เข้ารับตำแหน่ง CEO ในปี 2014 ขณะที่ Microsoft กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและการแข่งขันที่สูงขึ้น

แนวปฏิบัติและผลลัพธ์:

  • ปรับวัฒนธรรมองค์กร: เปลี่ยนวัฒนธรรมจาก “รู้ทุกอย่าง” เป็น “เรียนรู้ตลอดชีวิต” ส่งเสริมให้พนักงานกล้าลองผิดลองถูกและปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง
  • เน้น Cloud และ AI: ปรับกลยุทธ์องค์กรไปสู่ Cloud Computing และ AI ทำให้ Microsoft สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดใหม่ได้
  • ผลลัพธ์: Microsoft กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกและสามารถปรับตัวได้ดีกับทุกความเปลี่ยนแปลง


 

บทถอดเสียง

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ Businessleader Podcast ท่ามกลางยุคที่ความไม่แน่นอนถาโถมเข้ามาไม่หยุด คุณคิดว่าอะไรคือทักษะสำคัญที่สุดที่จะตัดสินความอยู่รอดของธุรกิจ? วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกบทบาทใหม่ของซีอีโอ กับการก้าวสู่การเป็น "ผู้นำแห่งความยืดหยุ่น" ที่พร้อมเปลี่ยนทุกวิกฤตให้เป็นโอกาสเติบโตค่ะ

ในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและวิกฤตการณ์ที่ต่อเนื่อง ผลวิจัยจากแมคคินซีย์ชี้ว่า ผู้นำถึงแปดสิบสี่เปอร์เซ็นต์ยังรู้สึกไม่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และกรรมการบริษัทกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์มองว่า ธุรกิจยังขาดความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ใหญ่ที่จะเกิดขึ้นค่ะ

ความยืดหยุ่นไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือความสามารถในการเตรียมพร้อม รับมือ และใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงนั้นนะคะ ซึ่งภาวะผู้นำของซีอีโอมีผลต่อผลการดำเนินงานของบริษัทเกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ ซีอีโอที่ประสบความสำเร็จจะมองทั้งรายละเอียดและภาพรวมไปพร้อมกัน เชื่อมโยงความยืดหยุ่นเข้ากับการเติบโต และสร้างสถานการณ์จำลองเพื่อทดสอบความพร้อมขององค์กรอยู่เสมอค่ะ

แล้วความยืดหยุ่นที่ซีอีโอต้องเข้าใจ มีอยู่สี่ประเภทด้วยกันนะคะ หนึ่งคือ ความยืดหยุ่นด้านการเงิน ซึ่งหมายถึงการมีเงินทุนและสภาพคล่องเพียงพอ เพื่อรับมือกับความผันผวนและคว้าโอกาสใหม่ๆ ค่ะ สอง ความยืดหยุ่นด้านปฏิบัติการ คือการที่องค์กรสามารถปรับตัวและฟื้นตัวจากการหยุดชะงักได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่กระทบต่อลูกค้าค่ะ สาม ความยืดหยุ่นด้านองค์กร คือความสามารถในการคาดการณ์ เตรียมพร้อม และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และความปลอดภัยทางจิตใจนะคะ และสี่ ความยืดหยุ่นด้านภายนอก คือการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับคู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อรับมือและฉวยโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงค่ะ

ดังนั้น ซีอีโอควรใช้ห้ากลยุทธ์สำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นนะคะ อย่างแรกคือผูกความยืดหยุ่นเข้ากับวิสัยทัศน์ของบริษัท สองคือสร้างความยืดหยุ่นให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล สามคือแสดงภาวะผู้นำอย่างเด็ดขาดเมื่อเจอความท้าทาย สี่คือสร้างทีมที่แข็งแกร่งและลงทุนกับความยืดหยุ่นของบุคลากร และห้าคือสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกค่ะ

ยกตัวอย่างคุณสัตยา นาเดลลา ซีอีโอของไมโครซอฟต์นะคะ ท่านได้เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรจากแบบ “รู้ทุกอย่าง” เป็น “เรียนรู้ตลอดชีวิต” ส่งเสริมกรอบความคิดแบบเติบโต ทำให้ไมโครซอฟต์กลับมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและมีมูลค่าสูงสุดในโลกอีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าการสร้างความยืดหยุ่นในองค์กรนั้น สำคัญต่อความสำเร็จอย่างยิ่งค่ะ

สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

ตอนอื่นจากรายการนี้

4 ตอน
รูปปก Storytelling: ทักษะทางธุรกิจที่เปลี่ยน "ข้อมูล" ให้กลายเป็น "ความเชื่อ"

Episode

Storytelling: ทักษะทางธุรกิจที่เปลี่ยน "ข้อมูล" ให้กลายเป็น "ความเชื่อ"

2:14
รูปปก ถอดรหัส 'Executive Presence': 5 กลยุทธ์การสื่อสารแบบซีอีโอพันล้าน ที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้ยืนหนึ่งในห้องประชุม

Episode

ถอดรหัส 'Executive Presence': 5 กลยุทธ์การสื่อสารแบบซีอีโอพันล้าน ที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้ยืนหนึ่งในห้องประชุม

3:24
รูปปก Autonomous Organization: ถอดรหัส Google Gemini และ Spark Agentic Workflow พลิกโฉมองค์กรยุคใหม่

Episode

Autonomous Organization: ถอดรหัส Google Gemini และ Spark Agentic Workflow พลิกโฉมองค์กรยุคใหม่

4:35
รูปปก ผู้นำการตลาดยุคใหม่: สร้างทีมที่พร้อมปรับตัวและพุ่งทะยานสู่ทุกโอกาส

Episode

ผู้นำการตลาดยุคใหม่: สร้างทีมที่พร้อมปรับตัวและพุ่งทะยานสู่ทุกโอกาส

2:34