Think Trade Think DITPตอนที่ 6
รูปปก คิง เฟรช ฟาร์ม: เมื่อฟาร์มเล็ก ๆ มองเห็นตลาดโลก
ตอนที่ 6

Think Trade Think DITP

คิง เฟรช ฟาร์ม: เมื่อฟาร์มเล็ก ๆ มองเห็นตลาดโลก

ถอดบทเรียนความสำเร็จของ คิง เฟรช ฟาร์ม จากฟาร์มออร์แกนิก 20 ไร่ สู่ผู้ส่งออกผลไม้ไทยพรีเมียมสู่ตลาดโลก ชี้กลยุทธ์คิดครบวงจรทั้งห่วงโซ่อุปทาน การลงทุนเทคโนโลยีตอบโจทย์มาตรฐานคู่ค้า กระจายความเสี่ยงพอร์ตผลไม้ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน พิสูจน์ว่าขนาดไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือระบบคิด

3:05

รายละเอียด

  • เปลี่ยนกรอบคิดสู่ระบบบริหารจัดการ: มองตนเองเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานผลไม้ส่งออก ไม่ใช่แค่แปลงเพาะปลูก เพื่อตอบสนองมาตรฐานตลาดระดับโลก

  • เลือกใช้เทคโนโลยีตรงเป้าหมาย: ลงทุนระบบอบไอน้ำร้อน (VHT) กำจัดศัตรูพืชไร้สารเคมี พร้อมวางระบบ ERP และ QR Code ให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน

  • กระจายความเสี่ยงผลผลิตตลอดปี: จัดพอร์ตผลไม้หลากชนิดตามฤดูกาล และแปรรูปสินค้าที่ตกเกรดส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ลดการสูญเสียเป็นศูนย์

  • ยกระดับความยั่งยืนสู่มาตรฐานสากล: เตรียมพร้อมวัดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนเครดิต สร้างแต้มต่อทางการค้าในตลาดพรีเมียมยุคใหม่อย่างยั่งยืน

  • ติดตาม Think Trade Think DITP ที่นี่

เมื่อพูดถึงการส่งออกผลไม้ไทย หลายคนนึกถึงผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีโรงคัดบรรจุขนาดมหึมา หรือบริษัทที่มีเครือข่ายการค้าระดับชาติ แต่ในย่านบางขุนเทียนชายทะเล กรุงเทพฯ มีฟาร์มแห่งหนึ่งบนพื้นที่เพียง 20 ไร่ ที่กำลังพิสูจน์ว่าขนาดไม่ใช่ข้อจำกัด — วิสัยทัศน์ต่างหากที่เป็นตัวชี้ขาด

คิง เฟรช ฟาร์ม (kingfreshfarm.com) เริ่มต้นจากคำถามเรียบง่ายของ คุณนงนุช สุขใจเจริญกิจ ว่า "พื้นที่ที่มีอยู่ จะสร้างคุณค่าอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่" จากนั้นเธอเลือกก้าวออกจากเส้นทางเดิม หันมาทำเกษตรปลอดสารพิษ ด้วยความเชื่อว่าผู้บริโภคทั่วโลกกำลังมองหาอาหารที่ปลอดภัยและตรวจสอบได้มากขึ้น

เส้นทางจากฟาร์มออร์แกนิกเล็ก ๆ ในกรุงเทพฯ สู่ผู้ส่งออกผลไม้ไทยพรีเมียมที่เจาะตลาดญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลียได้สำเร็จนั้น ไม่ได้เดินบนโชคช่วย แต่เดินบนระบบคิดที่ครบวงจร เทคโนโลยีที่ถูกคัดเลือกอย่างมีเป้าหมาย และการไม่หยุดเรียนรู้

จากแปลงผักสู่ระบบส่งออก: คิดทั้งห่วงโซ่ตั้งแต่วันแรก

จุดเปลี่ยนสำคัญของคิง เฟรช ฟาร์มไม่ได้อยู่ที่การปลูกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมองตัวเองในฐานะ "ระบบ" ไม่ใช่แค่ "ฟาร์ม"

ฟาร์มค่อย ๆ แปรสภาพจากแหล่งผลิตธรรมดา กลายเป็น ศูนย์กลางของการรวบรวม คัดเลือก และบริหารจัดการผลไม้ไทยเพื่อการส่งออก ซึ่งต้องผ่านข้อกำหนดเข้มงวดของตลาดปลายทางที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานสุขอนามัยของญี่ปุ่น ข้อกำหนดด้านสารตกค้างของเกาหลี หรือกฎระเบียบนำเข้าของสหรัฐฯ

คิง เฟรช ฟาร์มไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นแค่ฟาร์ม แต่เป็นศูนย์กลางจัดการห่วงโซ่อุปทานผลไม้ไทยเพื่อการส่งออก — ความต่างของ mindset นี้คือรากของทุกสิ่งที่ตามมา

การเติบโตในช่วงแรกเต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก แต่แต่ละบทเรียนได้กลายเป็นฐานของมาตรฐานที่ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยีที่เลือกอย่างมีเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ทันสมัย

ในโลกการเกษตรส่งออก เทคโนโลยีที่ใช้ไม่ใช่เครื่องประดับ แต่คือปัจจัยที่ตัดสินว่าสินค้าจะผ่านด่านศุลกากรของตลาดเข้มงวดได้หรือไม่

คิง เฟรช ฟาร์มลงทุนกับเทคโนโลยีสองระดับ:

ระดับการผลิตและกำจัดศัตรูพืช — ใช้ ระบบอบไอน้ำร้อนจากญี่ปุ่น (Vapor Heat Treatment) เพื่อกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญของหลายประเทศในการนำเข้าผลไม้เมืองร้อน นอกจากนี้ยังพัฒนา ทุเรียนแกะเนื้อ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคต่างชาติซึ่งไม่คุ้นเคยกับการแกะทุเรียนด้วยตัวเอง

ระดับดิจิทัลและการบริหาร — นำระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) และ QR Code มาใช้เพื่อให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่ฟาร์มถึงมือผู้ซื้อสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ได้ ซึ่งกลายเป็นความมั่นใจในทุกคำสั่งซื้อจากคู่ค้าต่างประเทศ

ในตลาดส่งออกที่มีมาตรฐานสูง ความสามารถในการ "ตรวจสอบย้อนกลับ" ไม่ใช่ของเสริม แต่คือข้อกำหนดขั้นต่ำในการทำธุรกิจ

กระจายความเสี่ยง: ไม่ให้ฤดูกาลเป็นตัวประกัน

เกษตรกรรมมีศัตรูที่มองไม่เห็น นั่นคือความไม่แน่นอนของฤดูกาลและราคาตลาด คิง เฟรช ฟาร์มจึงเลือกกลยุทธ์ที่ผู้ส่งออกรายย่อยหลายรายมักมองข้าม นั่นคือการ กระจายพอร์ตผลไม้ตามฤดูกาล

ตลอดทั้งปี ฟาร์มทำงานกับผลไม้หลากหลายชนิด ได้แก่ มะม่วง มังคุด ทุเรียน ลำไย และส้มโอ เพื่อให้โรงงานสามารถเดินต่อได้อย่างต่อเนื่องแม้ผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งจะหมดฤดูกาล

ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่ผลผลิตที่ไม่ผ่านเกณฑ์ส่งออกก็ยังไม่ถูกทิ้ง แต่ถูกนำไปต่อยอดเป็น สินค้าแปรรูป สร้างมูลค่าใหม่แทนที่จะกลายเป็น "ของเสีย" — ดังที่เห็นในผลิตภัณฑ์อย่าง Organic Suki Yaki Sauce และ Organic Seafood Sauce ภายใต้แบรนด์ King Organic ที่ฟาร์มพัฒนาขึ้น

ก้าวต่อไป: ยั่งยืนไม่ใช่แค่คำ แต่คือเกณฑ์ใหม่ของตลาด

ในวันที่ตลาดโลกหันมาให้ความสำคัญกับคำว่า "ยั่งยืน" มากขึ้นเป็นลำดับ คิง เฟรช ฟาร์มก็กำลังก้าวไปอีกขั้น ด้วยการศึกษาเรื่อง Carbon Credit และการวัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

ความปลอดภัยในความหมายของฟาร์มแห่งนี้จึงไม่ได้หมายถึงแค่ผู้บริโภค แต่ขยายออกไปถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชน — ซึ่งกำลังกลายเป็นข้อกำหนดที่ผู้ซื้อในตลาดพรีเมียมเริ่มมองหามากขึ้น

Carbon Credit และ Environmental Impact Measurement กำลังกลายเป็น "ใบผ่านทาง" ยุคใหม่ของตลาดส่งออกพรีเมียม — ฟาร์มที่เตรียมตัวรับมือล่วงหน้าจะได้เปรียบในระยะยาว

บทสรุป: บทเรียนจากฟาร์ม 20 ไร่ สู่ผู้ประกอบการไทยทุกราย

เรื่องราวของคิง เฟรช ฟาร์มไม่ใช่แค่ success story ของธุรกิจการเกษตร แต่คือภาพสะท้อนของสิ่งที่ผู้ประกอบการ SME ไทยหลายรายยังขาด นั่นคือการกล้าคิดทั้งระบบตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ค่อย ๆ ปะชิ้นส่วนทีหลัง

สิ่งที่น่าสังเกตคือฟาร์มแห่งนี้ไม่ได้เติบโตเพราะโชคหรือทรัพยากรมหาศาล แต่เพราะทิศทางที่ชัดเจนสามประการ ได้แก่ การเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ตลาดปลายทาง ไม่ใช่แค่ทันสมัย, การกระจายความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการมองห่วงโซ่คุณค่าทั้งระบบตั้งแต่ฟาร์มถึงมือผู้บริโภคต่างประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหาทางไปสู่ตลาดโลก คำถามที่ควรถามตัวเองไม่ใช่ "เราใหญ่พอหรือยัง" แต่คือ "ระบบคิดของเราพร้อมหรือยัง" — เพราะตลาดโลกในวันนี้ไม่ได้มองขนาด แต่มองมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ

และบางที คำตอบของการก้าวสู่ตลาดโลก อาจไม่ได้อยู่ที่ทุนจำนวนมหาศาล แต่อยู่ที่การเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ในชุมชน แล้วทำให้ดีที่สุดในแบบของตัวเอง

บทความนี้อ้างอิงจากคอลัมน์แนะนำของนิตยสาร THINK TRADE THINK DITP ฉบับที่ 105 จัดทำโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเปิดมุมมองใหม่ต่ออุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านกรณีศึกษาผู้ประกอบการที่พิสูจน์ว่า "Local" ไม่ใช่เพดานของความสำเร็จ

 

 

บทถอดเสียง

สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นำเสนอเนื้อหาจาก Think Trade Think DITP ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ค่ะ วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจและเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารและนักลงทุนทุกท่านค่ะ แม้จะเป็นเพียงฟาร์มผลไม้ขนาดเล็กเพียงยี่สิบไร่ ที่บางขุนเทียนชายทะเล แต่ คิง เฟรช ฟาร์ม ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ขนาดไม่ใช่ข้อจำกัดในการก้าวสู่ตลาดโลกค่ะ

คุณนงนุช สุขใจเจริญกิจ ผู้ก่อตั้ง คิง เฟรช ฟาร์ม ได้เริ่มต้นจากความคิดง่ายๆ ว่า จะสร้างคุณค่าอะไรให้มากกว่าที่มีอยู่ จากนั้นเธอก็เลือกเส้นทางเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษ ด้วยความเชื่อว่าตลาดโลกกำลังมองหาอาหารที่ปลอดภัยและตรวจสอบย้อนกลับได้มากขึ้น การเดินทางสู่การเป็นผู้ส่งออกผลไม้ไทยระดับพรีเมียมที่เจาะตลาดสำคัญอย่างญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลียได้สำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วยเลยค่ะ แต่มาจากการวางระบบคิดที่ครบวงจร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างมีเป้าหมาย

จุดเปลี่ยนสำคัญของฟาร์มแห่งนี้ ไม่ได้อยู่ที่การปลูกเพียงอย่างเดียวค่ะ แต่คือการมองตัวเองในฐานะ "ระบบห่วงโซ่อุปทาน" สำหรับการส่งออก ไม่ใช่แค่ "ฟาร์ม" ทั่วไป ฟาร์มจึงพัฒนาตัวเองเป็นศูนย์กลางของการรวบรวม คัดเลือก และบริหารจัดการผลไม้ เพื่อให้ผ่านข้อกำหนดที่เข้มงวดของแต่ละประเทศปลายทางได้อย่างไร้ข้อผิดพลาดค่ะ

ในด้านเทคโนโลยี คิง เฟรช ฟาร์ม ลงทุนอย่างชาญฉลาดค่ะ โดยเฉพาะระบบอบไอน้ำร้อนจากญี่ปุ่น สำหรับกำจัดศัตรูพืชโดยไม่พึ่งสารเคมี ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญในการนำเข้าผลไม้เมืองร้อน นอกจากนี้ ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่าง ทุเรียนแกะเนื้อ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยกับการแกะทุเรียนด้วยตัวเอง และที่สำคัญคือการนำระบบ ERP กับ QR โค้ด มาใช้ เพื่อให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่ฟาร์มจนถึงมือผู้ซื้อ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าในตลาดส่งออกระดับพรีเมียมค่ะ

เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของฤดูกาล ฟาร์มยังใช้กลยุทธ์กระจายพอร์ตผลไม้ โดยทำงานกับผลไม้หลากหลายชนิดตลอดทั้งปี เช่น มะม่วง มังคุด ทุเรียน ลำไย และส้มโอ ทำให้โรงงานสามารถเดินเครื่องได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผลผลิตที่ไม่ผ่านเกณฑ์ส่งออกก็ยังถูกนำมาต่อยอดเป็นสินค้าแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

และที่น่าจับตาคือ ฟาร์มแห่งนี้ยังมองไปข้างหน้า โดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนค่ะ มีการศึกษาเรื่อง Carbon Credit และการวัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นข้อกำหนดใหม่ หรือเป็น "ใบผ่านทาง" ในตลาดส่งออกพรีเมียมในอนาคตอันใกล้นี้ค่ะ

เรื่องราวของ คิง เฟรช ฟาร์ม จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า การคิดอย่างเป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้น การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ตลาดปลายทาง และการกระจายความเสี่ยงอย่างมีวินัย คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาดโลก ไม่ว่าองค์กรจะเล็กหรือใหญ่ค่ะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

ตอนอื่นจากรายการนี้

4 ตอน
รูปปก พระพันปีหลวงกับการสืบสาน เส้นไหมไทย จากการเลี้ยงหม่อนไปสู่หัตถศิลป์ระดับโลก

Episode

พระพันปีหลวงกับการสืบสาน เส้นไหมไทย จากการเลี้ยงหม่อนไปสู่หัตถศิลป์ระดับโลก

5:29
รูปปก สอวช. จับมือ อพท. ดัน 'การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง' ยกระดับเศรษฐกิจไทย

Episode

สอวช. จับมือ อพท. ดัน 'การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง' ยกระดับเศรษฐกิจไทย

2:23
รูปปก ทางรอดสินค้าเกษตรไทยในยุคกฎระเบียบเข้ม ต้นทุนสูง

Episode

ทางรอดสินค้าเกษตรไทยในยุคกฎระเบียบเข้ม ต้นทุนสูง

2:28
รูปปก อัปเดตโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านแบรนด์และดีไซน์

Episode

อัปเดตโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านแบรนด์และดีไซน์

2:05