Think Trade Think DITPตอนที่ 3
รูปปก 3 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลกธุรกิจสัตว์เลี้ยง
ตอนที่ 3

Think Trade Think DITP

3 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลกธุรกิจสัตว์เลี้ยง

จาะเทรนด์ Pet Economy ที่กำลังเติบโตทั่วโลก ผ่านมุมมองนิตยสาร Think Trade Think DITP ฉบับ 'Species: More Than Just Pets' พร้อมวิเคราะห์ 3 เมกะเทรนด์สำคัญ ทั้ง Pet Wellness, อาหารสัตว์ยั่งยืน และ Pet Lifestyle Space ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยบุกตลาดส่งออกระดับโลก

2:29

รายละเอียด

  1. Pet Humanization กำลังดันให้ Pet Economy โตแบบโครงสร้าง ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยไทยมีฐานตลาดสัตว์เลี้ยงแข็งแรงและเป็นประเทศ Pet-Friendly ที่เด่นชัด

  2. นิตยสาร Think Trade Think DITP ฉบับ “Species: More Than Just Pets” ชี้ 3 เมกะเทรนด์หลัก: Pet Wellness & Spa, อาหารสัตว์ยั่งยืน/โปรตีนทางเลือก, และ Pet Lifestyle Space ที่ออกแบบพื้นที่รองรับคนและสัตว์เลี้ยง

  3. โอกาสของแบรนด์ไทยคือการยกระดับจากแค่ “สินค้าพรีเมียม” ไปสู่การออกแบบ Pet Wellness Experience และใช้ไทยเป็นฐานส่งออก เจาะตลาดเป้าหมายอย่างสหรัฐฯ ฝรั่งเศส โปแลนด์ จีน และเมียนมา ด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือ

ในยุคที่โครงสร้างประชากรทั่วโลกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ควบคู่ไปกับอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเมืองที่เผชิญกับความโดดเดี่ยวและความเครียดสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ "Pet Humanization" หรือการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกคนสำคัญในครอบครัวอย่างเต็มรูปแบบ

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสนิยมชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ขับเคลื่อน "Pet Economy" ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก และนี่คือประเด็นหลักที่นิตยสาร Think Trade Think DITP ฉบับล่าสุด (ปีที่ 14 ฉบับที่ 104) ภายใต้ธีม "Species: More Than Just Pets" หยิบยกมาวิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจ เพื่อชี้ช่องทางและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย

ส่องภาพรวมตลาดโลก: ขุมทรัพย์หมื่นล้านที่ไม่เคยหยุดโต

ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็น Pet-Friendly สูง มีจำนวนสุนัขและแมวเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยถึง 10-15% ต่อปี ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนถึงฐานตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และมีศักยภาพสูงมากในการพัฒนาไปสู่ระดับภูมิภาคและระดับสากล

เมื่อหันไปมองในเวทีโลก ความต้องการสินค้าและบริการพรีเมียมสำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศฝั่งตะวันตกอีกต่อไป แต่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในเอเชีย ซึ่งแบรนด์ไทยที่มีจุดเด่นด้านวัตถุดิบ มาตรฐานการผลิต และความคิดสร้างสรรค์ กำลังได้รับความสนใจในฐานะผู้ส่งออกแถวหน้า

3 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลกธุรกิจสัตว์เลี้ยง จากบทวิเคราะห์ "Species: More Than Just Pets"

นิตยสารฉบับนี้ได้ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ (Pet Parents) ออกมาเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ผู้บริหารและนักลงทุนไม่ควรมองข้าม 3 ด้านหลัก ดังนี้:

1. จาก Lifestyle สู่โอกาสธุรกิจ Wellness แห่งอนาคต

ผู้บริโภคยินดีจ่ายให้กับบริการที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงให้เทียบเท่ากับมนุษย์ ส่งผลให้ "สปาสัตว์เลี้ยงไทย" และบริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health & Wellness) กลายเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่มีมาร์จิ้นสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นบริการ Grooming ระดับพรีเมียม การนวดบำบัด หรือวารีบำบัดเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ

2. นวัตกรรมอาหารสัตว์ไทย บนเส้นทางการค้ายั่งยืน

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก (Top 10 ของโลก) แต่โจทย์ท้าทายใหม่คือ "ความยั่งยืน" ผู้เลี้ยงยุคใหม่เลือกผลิตภัณฑ์ที่ “ดีต่อสัตว์เลี้ยง และดีต่อโลก” อาหารสัตว์ที่ทำจากโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) เช่น โปรตีนจากแมลง หรืออาหารสูตร Organic ที่มีกระบวนการผลิตคาร์บอนต่ำ จึงเป็นนวัตกรรมที่จะสร้างความได้เปรียบทางการค้าในอนาคต

3. Pet Lifestyle Space: การออกแบบพื้นที่เพื่อคนและสัตว์

โมเดลธุรกิจสไตล์ คาเฟ่สัตว์เลี้ยง (Pet Cafe) หรือ Pet Lifestyle Space กำลังเข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางสังคม การออกแบบสถาปัตยกรรมและพื้นที่สาธารณะที่รองรับทั้งคนและสัตว์เลี้ยงให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างลงตัว กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์และบริการ เพื่อแก้ปัญหาภาวะ "Pet Parent Burnout" หรือความเครียดจากการเลี้ยงดูของคนเมือง

วิเคราะห์สมรภูมิโลก: ถอดรหัสพฤติกรรม 'Pet Parents' รายภูมิภาค

ข้อมูลจากคอลัมน์ Trade Insights ในนิตยสารฉบับนี้ ได้ฉายภาพชัดเจนว่าสภาวะตลาดสัตว์เลี้ยงในแต่ละภูมิภาคมีความต้องการเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ซึ่งแบรนด์ไทยสามารถนำมาวางกลยุทธ์เจาะตลาดได้อย่างแม่นยำ:

1. สหรัฐอเมริกา: ตลาดบิ๊กเบิ้มกับการเติบโตของสินค้าเชิงฟังก์ชัน (Functional Products)

สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้นำด้าน "Pet Economy" ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังเทศกาลสำคัญๆ ผู้บริโภคชาวอเมริกันมีแนวโน้มการใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้สัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นลูก โอกาสของไทย: อยู่ที่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่ตอบโจทย์สุขอนามัย ความปลอดภัย และสวมใส่สบาย รวมถึงกลุ่มของเล่น ของขวัญ และนวัตกรรมดีไซน์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความทนทาน

2. ฝรั่งเศส: เมืองหลวงแห่งอาหารสัตว์และการดูแลระดับสากล

ฝรั่งเศสเป็นตลาดที่จำนวนสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ส่งผลให้ความต้องการอาหารสัตว์ขยายตัวตามกฎหมายคุ้มครองและการเอาใจใส่จากเจ้าของที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว โอกาสของไทย: การพัฒนาสินค้าอาหารสัตว์เพื่อสุขภาพและตอบสนองเทรนด์รักษ์โลก รวมถึงการจับตาความเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศในยุโรปตะวันตกเพื่อส่งออกสินค้าโปรตีนทางเลือก

3. โปแลนด์: อับด่านและสปริงบอร์ดสูตลาดยุโรป

โปแลนด์ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในฐานะโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางคมนาคมขนส่งในยุโรป ทำให้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ (Strategic Hub) สำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในภูมิภาค โอกาสของไทย: ผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายตลาดสู่ยุโรปตอนกลางและสหภาพยุโรป ควรพิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสำคัญในโปแลนด์ เช่น งาน WorldFood Poland หรือ Pet Food เพื่อสร้างพันธมิตรทางการค้าและศึกษาคู่แข่งในการปรับปรุงกลยุทธ์

4. จีน: ยักษ์ใหญ่ที่โตเร็วที่สุดในโลกด้วยพลังดิจิทัล

จีนกำลังก้าวสู่การเป็นหนึ่งในตลาดสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในโลก จากการเพิ่มขึ้นของสุนัขและแมวควบคู่กับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาสิ่งทดแทนสมาชิกในครอบครัว โอกาสของไทย: ตลาดจีนต้องการสินค้าที่มีคุณภาพสูง ได้มาตรฐานความปลอดภัย และมีนวัตกรรมด้านโภชนาการที่ชัดเจน โดยการแข่งขันในปัจจุบันไม่ได้สู้กันด้วยราคา แต่สู้ด้วยคุณภาพที่น่าเชื่อถือในระยะยาว

5. เมียนมา: เวทีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่ไม่ควรมองข้าม

แม้จะเป็นตลาดขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่เมียนมากำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง (Urbanization) และการขยายตัวของชนชั้นกลางที่หันมาใส่ใจคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โอกาสของไทย: ภาพลักษณ์สินค้าไทยในเมียนมาโดดเด่นเรื่องความน่าเชื่อถือและคุณภาพสูง ถือเป็นโอกาสทองในการส่งออกอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องในฐานะ "แบรนด์พรีเมียม" ที่ราคาเข้าถึงได้ ก่อนที่ตลาดจะมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น

โอกาสของแบรนด์ไทยในสมรภูมิใหม่

สิ่งที่นิตยสาร Think Trade Think DITP ฉบับนี้เน้นย้ำคือ โอกาสของธุรกิจไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การผลิตสินค้าระดับพรีเมียมเท่านั้น แต่คือการออกแบบ "Pet Wellness Experience" ที่ผสานไลฟ์สไตล์ ความผ่อนคลาย และการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว แบรนด์ไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความยืดหยุ่นในการปรับตัว จึงมีแต้มต่ออย่างมากในการสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดอาเซียนและยกระดับสู่อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงโลก

สำหรับผู้บริหาร นักลงทุน และผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโอกาสในน่านน้ำใหม่ สามารถดาวน์โหลดและอ่านนิตยสาร Think Trade Think DITP ฉบับที่ 104 "Species: More Than Just Pets" เพื่อศึกษาบทวิเคราะห์เชิงลึกและกรณีศึกษาความสำเร็จของแบรนด์ไทย (เช่น Captain Quint Paradise) ได้แล้ววันนี้ทาง

เว็บไซต์หลักของ Think Trade Think DITP

บทถอดเสียง

สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นะคะ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงสามเมกะเทรนด์สำคัญที่กำลังขับเคลื่อนโลกธุรกิจสัตว์เลี้ยง หรือ Pet Economy ค่ะ

ปรากฏการณ์ Pet Humanization คือการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว ซึ่งเกิดขึ้นจากสังคมสูงวัย อัตราการเกิดที่ลดลง และความเครียดในชีวิตคนเมืองค่ะ ตลาดสัตว์เลี้ยงทั่วโลกจึงเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประเทศไทยเองก็มีศักยภาพสูง โดยจำนวนสุนัขและแมวเติบโตเฉลี่ยสิบถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ต่อปี ความต้องการสินค้าและบริการพรีเมียมกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเอเชียค่ะ

จากบทวิเคราะห์นิตยสาร Think Trade Think DITP ฉบับล่าสุด ได้ชี้ถึงสามเมกะเทรนด์หลักที่ผู้บริหารและนักลงทุนควรจับตาค่ะ หนึ่งคือ ธุรกิจ Wellness แห่งอนาคต ผู้บริโภคยินดีจ่ายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงให้เทียบเท่ามนุษย์ ทำให้บริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เช่น สปา กลายเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีกำไรสูงค่ะ สองคือ นวัตกรรมอาหารสัตว์ไทยบนเส้นทางการค้าที่ยั่งยืน ไทยเป็นหนึ่งในสิบผู้นำส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของโลกค่ะ แต่โจทย์สำคัญคือความยั่งยืน โดยผู้เลี้ยงยุคใหม่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ "ดีต่อสัตว์เลี้ยงและดีต่อโลก" ทำให้โปรตีนทางเลือกจากแมลง หรืออาหารออร์แกนิกที่มีคาร์บอนต่ำ จะสร้างความได้เปรียบทางการค้าค่ะ สามคือ Pet Lifestyle Space ซึ่งเป็นการออกแบบพื้นที่ให้คนและสัตว์เลี้ยงใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างลงตัวค่ะ โมเดลธุรกิจอย่างคาเฟ่สัตว์เลี้ยง หรือพื้นที่สาธารณะที่รองรับเพ็ท เป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์และบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้เลี้ยงในเมืองค่ะ

เมื่อมองไปยังตลาดโลก แต่ละภูมิภาคก็มีความต้องการเฉพาะตัวค่ะ สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดใหญ่สำหรับสินค้าเชิงฟังก์ชันและนวัตกรรมดีไซน์ที่ยั่งยืน ฝรั่งเศสเน้นอาหารสัตว์เพื่อสุขภาพและเทรนด์รักษ์โลก ขณะที่โปแลนด์เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในยุโรปค่ะ ตลาดจีนเติบโตเร็วที่สุด เน้นคุณภาพสูง มาตรฐานปลอดภัย และนวัตกรรมโภชนาการเป็นหลัก ส่วนเมียนมาเป็นตลาดเกิดใหม่ที่สินค้าไทยมีภาพลักษณ์พรีเมียมและเข้าถึงได้ค่ะ

โอกาสของแบรนด์ไทยไม่ได้จำกัดแค่การผลิตสินค้าระดับพรีเมียมเท่านั้นนะคะ แต่คือการออกแบบ Pet Wellness Experience ที่ผสานไลฟ์สไตล์ ความผ่อนคลาย และการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวค่ะ แบรนด์ไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์และยืดหยุ่น จะมีแต้มต่อในการสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดอาเซียนและก้าวสู่ระดับโลกค่ะ

สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

ตอนอื่นจากรายการนี้

4 ตอน
รูปปก พระพันปีหลวงกับการสืบสาน เส้นไหมไทย จากการเลี้ยงหม่อนไปสู่หัตถศิลป์ระดับโลก

Episode

พระพันปีหลวงกับการสืบสาน เส้นไหมไทย จากการเลี้ยงหม่อนไปสู่หัตถศิลป์ระดับโลก

5:29
รูปปก สอวช. จับมือ อพท. ดัน 'การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง' ยกระดับเศรษฐกิจไทย

Episode

สอวช. จับมือ อพท. ดัน 'การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง' ยกระดับเศรษฐกิจไทย

2:23
รูปปก ทางรอดสินค้าเกษตรไทยในยุคกฎระเบียบเข้ม ต้นทุนสูง

Episode

ทางรอดสินค้าเกษตรไทยในยุคกฎระเบียบเข้ม ต้นทุนสูง

2:28
รูปปก อัปเดตโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านแบรนด์และดีไซน์

Episode

อัปเดตโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านแบรนด์และดีไซน์

2:05