รูปปก BCG กับอนาคตอาหารไทย: โอกาสใหม่ในตลาดส่งออกยั่งยืน
Episode

Think Trade Think DITP

BCG กับอนาคตอาหารไทย: โอกาสใหม่ในตลาดส่งออกยั่งยืน

สำรวจโอกาสอุตสาหกรรมอาหารไทยภายใต้โมเดล BCG ที่ภาครัฐตั้งเป้าดันมูลค่าสู่ 4.4 ล้านล้านบาท พร้อมถอดบทเรียนนวัตกรรมรักษ์โลกที่คว้ารางวัลระดับสากล และ 3 แนวทางสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล ESG และกติกาการค้าใหม่อย่าง CBAM และ EUDR เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

1:52

รายละเอียด

  • โมเดล BCG ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ: รัฐตั้งเป้าดันมูลค่าเศรษฐกิจ BCG สู่ 4.4 ล้านล้านบาทภายในปี 2570 และรองรับการจ้างงานกว่า 16.5 ล้านตำแหน่ง

  • นวัตกรรมเปลี่ยนขยะเป็นมูลค่า: ผู้ประกอบการไทยใช้วัสดุชีวภาพและของเหลือทิ้ง เช่น เปลือกไข่และแคปซูลย่อยสลายได้ สร้างสินค้าตอบโจทย์ตลาดรักษ์โลก

  • กติกาการค้าใหม่ระดับสากล: มาตรการ CBAM และ EUDR กำหนดให้ตรวจวัดคาร์บอนและตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาอย่างโปร่งใสเพื่อเป็นใบผ่านทางส่งออก

  • ยกระดับระบบข้อมูลมาตรฐาน ESG: ผู้ผลิตต้องเร่งพัฒนาข้อมูล Carbon Footprint และการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาดโลก

  • เศรษฐกิจสีเขียวคือการลงทุน: การปรับตัวรับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมแต่เนิ่นๆ ช่วยลดต้นทุนระยะยาวและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน

ทั่วโลกกำลังจับตาแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) ในฐานะทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมอาหาร และสำหรับประเทศไทย แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงกรอบคิดด้านความยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังถูกวางให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญ โดยภาครัฐตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของอุตสาหกรรม BCG จาก 3.4 ล้านล้านบาท เป็น 4.4 ล้านล้านบาท ภายในปี 2570 และรองรับการจ้างงานที่เกี่ยวข้องกว่า 16.5 ล้านคน [1][2]

เป้าหมายระดับชาตินี้กำลังกลายเป็นกรอบสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทย และเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ส่งออกไทยยกระดับมูลค่าสินค้าและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว บทความนี้จะพาไปสำรวจว่า BCG กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของผู้ผลิตอาหารไทยอย่างไร ผ่านกรณีศึกษานวัตกรรมที่คว้ารางวัลระดับนานาชาติ พร้อมสรุป 3 แนวทางที่ผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อมเพื่อก้าวสู่ตลาดส่งออกที่กติกาเรื่องความยั่งยืนเข้มงวดขึ้นทุกปี

ภาครัฐตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจอุตสาหกรรม BCG เป็น 4.4 ล้านล้านบาทภายในปี 2570 พร้อมรองรับการจ้างงานกว่า 16.5 ล้านคน สะท้อนว่านี่ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือยุทธศาสตร์ระดับชาติ

BCG คืออะไร และทำไมอุตสาหกรรมอาหารไทยต้องจับตา

BCG คือการผสานสามแนวคิดเข้าด้วยกัน ได้แก่ การใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า (Bio) การหมุนเวียนทรัพยากรเพื่อลดของเสีย (Circular) และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green) ในอุตสาหกรรมอาหาร แนวคิดนี้กำลังเปลี่ยน "วิธีคิด" ของผู้ผลิตอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเวที THAIFEX – ANUGA ASIA และ THAIFEX – HOREC ASIA Innovation Awards 2026 ซึ่งสะท้อนทิศทางนวัตกรรมและความยั่งยืนที่กำลังมาแรง พร้อมตอกย้ำว่าอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ BCG ไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่เป็นโอกาสทางการค้าที่จับต้องได้ [3]

เมื่อ "ของเหลือทิ้ง" กลายเป็นโอกาสทางการค้า

หนึ่งในตัวอย่างคือ SONITE ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ "Alan Plate" ภาชนะจากเปลือกไข่เหลือทิ้ง ที่ถูกต่อยอดเป็นสินค้าที่ใช้งานได้จริงและมีดีไซน์ ขณะที่ บริษัท เทวภัณฑ์ จำกัด ผู้ผลิตชาแบรนด์ "ชาตรานกยูง" ได้รับรางวัลจากผลิตภัณฑ์ "Bio PBS Coffee Capsules" แคปซูลกาแฟจาก Bioplastic แบบ Home Compostable ที่สามารถย่อยสลายได้ภายในประมาณหนึ่งปีเมื่อฝังในดิน ช่วยลดปัญหาขยะจากแคปซูลกาแฟแบบเดิมที่ต้องผ่านกระบวนการกำจัดเฉพาะทาง [3]

แคปซูลกาแฟ Bio PBS จากเทวภัณฑ์ จำกัด ย่อยสลายได้ภายในราวหนึ่งปีเมื่อฝังดิน ตัวอย่างที่ชัดเจนว่านวัตกรรมวัสดุชีวภาพสามารถแก้ปัญหาขยะที่อุตสาหกรรมเดิมแก้ไม่ได้

กรณีเหล่านี้สะท้อนว่าสินค้าที่ตอบโจทย์ BCG กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน อาหารจากพืช อาหารแปรรูปจากผลไม้ไทย และสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อโลก

 

เตรียมพร้อม "มาตรฐานสีเขียว" ก้าวสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการก้าวสู่ตลาดส่งออกในยุคที่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น มี 3 แนวทางหลักที่ควรเร่งดำเนินการ

กฎกติกาใหม่ของคู่ค้า: ทำไม CBAM และ EUDR คือ "ใบผ่านทาง" ส่งออก

ผู้ประกอบการควรเร่งทำความเข้าใจกฎระเบียบสำคัญของประเทศคู่ค้า เช่น CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป ที่กำหนดให้มีการรายงานปริมาณการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิต [4] และ EUDR (EU Deforestation Regulation) ที่กำหนดให้สินค้าต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาได้อย่างโปร่งใส โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดิน [5] การมีข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องจึงเป็น "ใบผ่านทาง" สำคัญของการส่งออกยุคใหม่

ระบบข้อมูลภายในองค์กร หัวใจสำคัญของมาตรฐาน ESG

การพัฒนาระบบข้อมูลและมาตรฐานภายในองค์กรเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำ Carbon Footprint ระบบ Traceability หรือการปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวทาง ESG ซึ่งประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • สิ่งแวดล้อม (Environmental)
  • สังคม (Social)
  • ธรรมาภิบาล (Governance)

แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยให้ผ่านเกณฑ์ข้อกำหนด แต่ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาผู้นำเข้า

เครื่องมือภาครัฐ: ทางลัดสู่ตลาดใหม่สำหรับผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการควรใช้ประโยชน์จากเครื่องมือสนับสนุนของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น บริการที่ปรึกษาด้านการส่งออก การอบรมเชิงลึก และกิจกรรม roadshow ในต่างประเทศ เพื่ออัปเดตข้อมูลกฎระเบียบ สร้างเครือข่าย และเข้าถึงตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทสรุป: การลงทุน ไม่ใช่ต้นทุน

ในภาพรวม "เศรษฐกิจสีเขียว" ไม่ใช่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต ผู้ส่งออกที่ปรับตัวได้เร็วจะไม่เพียงผ่านข้อกำหนดของตลาดโลก แต่ยังสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน

สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรจับตาต่อจากนี้คือจังหวะเวลาบังคับใช้จริงของ CBAM และ EUDR ในประเทศคู่ค้าหลัก เพราะผู้ที่เตรียมระบบข้อมูลและมาตรฐานไว้ล่วงหน้าจะมีต้นทุนการปรับตัวต่ำกว่าคู่แข่งที่รอจนถึงวันบังคับใช้จริง คำถามที่ตามมาคือ ธุรกิจอาหารไทยขนาดกลางและขนาดย่อมจะเข้าถึงเงินทุนและองค์ความรู้ด้าน BCG ได้เร็วพอที่จะไม่ตกขบวนโอกาสนี้หรือไม่

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ ThinkTradeThinkDITP.com

บทถอดเสียง

สวัสดีค่ะ ต้อนรับเข้าสู่รายการ Businessleader podcast นะคะ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง BCG หรือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ที่ภาครัฐตั้งเป้าให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญค่ะเป้าหมายคือเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมนี้จากสามจุดสี่ล้านล้านบาทเป็นสี่จุดสี่ล้านล้านบาท ภายในปีสองพันห้าร้อยเจ็ดสิบ พร้อมรองรับการจ้างงานกว่าสิบหกจุดห้าล้านคน นี่คือยุทธศาสตร์ระดับชาติ ที่ผู้บริหารต้องจับตาเลยค่ะBCG กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของผู้ผลิตอาหารอย่างมาก เราเห็นได้จากนวัตกรรมที่น่าสนใจ อย่างจานจากเปลือกไข่เหลือทิ้ง หรือแคปซูลกาแฟไบโอพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในดินภายในประมาณหนึ่งปี ซึ่งช่วยแก้ปัญหาขยะได้อย่างยอดเยี่ยมนี่แสดงให้เห็นว่าสินค้าที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลกนะคะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดส่งออกในยุคที่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น มีสามแนวทางหลักที่เราต้องเร่งดำเนินการค่ะประการแรกค่ะ เราต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบใหม่ๆ อย่างกลไกปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน หรือ ซีแบม และกฎระเบียบสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า หรือ อียูดีอาร์ การมีข้อมูลที่ครบถ้วนและโปร่งใส จะเป็นใบผ่านทางสำคัญค่ะประการที่สอง การพัฒนาระบบข้อมูลและมาตรฐานภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือการปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวทางอีเอสจี ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้นำเข้าได้เป็นอย่างดีค่ะและประการสุดท้ายนะคะ ควรใช้ประโยชน์จากเครื่องมือสนับสนุนของภาครัฐ ทั้งบริการที่ปรึกษา การอบรม หรือกิจกรรมโรดโชว์ เพื่ออัปเดตข้อมูลและสร้างเครือข่ายใหม่ๆ ค่ะโดยสรุปแล้ว การปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว ไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต ผู้ส่งออกที่ปรับตัวได้เร็ว จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างยั่งยืนนะคะสำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

ตอนอื่นจากรายการนี้

4 ตอน
รูปปก พระพันปีหลวงกับการสืบสาน เส้นไหมไทย จากการเลี้ยงหม่อนไปสู่หัตถศิลป์ระดับโลก

Episode

พระพันปีหลวงกับการสืบสาน เส้นไหมไทย จากการเลี้ยงหม่อนไปสู่หัตถศิลป์ระดับโลก

5:29
รูปปก สอวช. จับมือ อพท. ดัน 'การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง' ยกระดับเศรษฐกิจไทย

Episode

สอวช. จับมือ อพท. ดัน 'การท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง' ยกระดับเศรษฐกิจไทย

2:23
รูปปก ทางรอดสินค้าเกษตรไทยในยุคกฎระเบียบเข้ม ต้นทุนสูง

Episode

ทางรอดสินค้าเกษตรไทยในยุคกฎระเบียบเข้ม ต้นทุนสูง

2:28
รูปปก อัปเดตโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านแบรนด์และดีไซน์

Episode

อัปเดตโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านแบรนด์และดีไซน์

2:05