
กาง 11 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจไทยปี 68 รัฐบาล "แพทองธาร"
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลการดำเนินงานรัฐบาลรอบ 3 เดือน พร้อมประกาศวิสัยทัศน์และนโยบายสำคัญที่จะขับเคลื่อนในปี 2568 ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้เป็น "ปีแห่งโอกาส" โดยเน้นการสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ผ่าน 11 นโยบายสำคัญ แบ่งเป็นนโยบายระยะสั้นที่จะเห็นผลในปี 2568 จำนวน 5 นโยบาย และนโยบายระยะยาวเชิงโครงสร้าง 6 นโยบาย

แจกเงินดิจิทัลครบทุกกลุ่ม
สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการทันทีในต้นปี 2568 นายกรัฐมนตรีเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลได้แจกเงิน 10,000 บาทให้กับกลุ่มเปราะบางไปแล้ว 14.55 ล้านคน จะดำเนินการระยะที่ 2 โดยแจกเงินสดให้ผู้สูงอายุประมาณ 4 ล้านราย ภายในช่วงเทศกาลตรุษจีน และจะตามด้วยระยะที่ 3 สำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัล
"การทำดิจิทัลวอลเล็ตในเฟสที่ 3 จะเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงระหว่างรัฐบาลและประชาชน นอกจากการรับเงินแล้ว ยังจะขยายไปสู่การทำนโยบายอื่นๆ ในอนาคตด้วย" นายกรัฐมนตรีกล่าว
เร่งแก้หนี้ครัวเรือน-สร้างบ้านราคาถูก
ด้านการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน รัฐบาลได้ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย จัดสรรงบประมาณ 78,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อพักชำระดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี ให้ลูกหนี้สามารถจ่ายคืนเงินต้นได้เต็มจำนวน โดยจะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2568 พร้อมมาตรการล้างหนี้พิเศษสำหรับลูกหนี้ที่มีมูลหนี้ต่ำกว่า 5,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีโครงการบ้านเพื่อคนไทย (Public Housing) ที่จะสร้างคอนโดมิเนียมคุณภาพดีใกล้รถไฟฟ้า บนพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาดเริ่มต้น 30 ตารางเมตร พร้อมเฟอร์นิเจอร์ ผ่อนชำระเดือนละประมาณ 4,000 บาท เป็นเวลา 30 ปี และให้สิทธิอยู่อาศัย 99 ปี เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
ควบคู่ไปกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน และการฟื้นฟูโครงการ SML ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่จะกระจายเม็ดเงินลงสู่ชุมชนทั่วประเทศ พร้อมกับกองทุนฟื้นฟู SME วงเงินกว่า 5,000 ล้านบาท
ทลายทุนผูกขาด-พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับนโยบายระยะยาว รัฐบาลเตรียมปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการทลายระบบทุนผูกขาด ทั้งในภาคพลังงานและการส่งออกข้าว ผ่านการแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัย เช่น กฎหมายส่งออกข้าวที่บังคับใช้มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและ SME สามารถส่งออกได้โดยตรง
ขณะเดียวกัน จะเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ด้วยการศึกษาโครงการ Floodway และโครงสร้างขนาดใหญ่ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนสร้างอาชีพใหม่จากการขุดลอกคูคลอง โดยสามารถนำดินไปขายได้ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI-แก้เศรษฐกิจใต้ดิน
นายกรัฐมนตรียังประกาศเป้าหมายผลักดันไทยสู่การเป็น AI Hub ของภูมิภาค หลังจากมีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google และ Microsoft ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล (Data center) มูลค่ารวมกว่าล้านล้านบาท พร้อมเตรียมแผนดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเซมิคอนดักเตอร์
"ใน 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยต้องสร้างบุคลากรรองรับธุรกิจแห่งอนาคตให้ได้ 2.8 แสนคน" นายกรัฐมนตรีระบุ พร้อมมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือการนำธุรกิจใต้ดินที่มีมูลค่าสูงถึง 49% ของ GDP ขึ้นมาอยู่ในระบบและกำกับให้ถูกกฎหมาย เพื่อปกป้องประชาชนและเพิ่มรายได้ให้รัฐ ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และยาเสพติด โดยตั้งเป้าลดทั้งปริมาณฝุ่นและจำนวนผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศให้ลดลงทุกปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตาดีลลับ กาสิโนถูกกฎหมาย ไทย-สิงคโปร์ "win-win"
ความพยายามในการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ จับตาผู้มีอำนาจของไทยดึงกลุ่ม Las Vegas Sands เข้ามาพัฒนาท่าเรือคลองเตย เพื่อเปิดเส้นทางเรือสำราญเชื่อมไทย-สิงคโปร์ สร้างโมเดลความร่วมมือแบบ win-win

รัฐบาลหนุนรายย่อย-SME เข้าถึงทุนผ่านพันธบัตรออมพลัส
รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้ามาตรการเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการออมที่มั่นคง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ

รัฐบาลหนุนอุตสาหกรรมหนังไทย อนุมัติงบ 845 ล้านดึงกองถ่ายต่างชาติ
รัฐบาลไทยอนุมัติงบ 845 ล้านบาทคืนเงินลงทุนดึงกองถ่ายต่างชาติ พร้อมมาตรการสนับสนุนหนังไทย แอนิเมชัน และ VFX ยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่สากล

รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่ม หนี้เสียพุ่ง-กระแสเงินสดไม่ฟื้น
รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่มโควิด หนี้เสีย SM พุ่ง 5.7% กระแสเงินสดไม่ฟื้น ธุรกิจใหญ่ ICR ลดลง เสี่ยงกระทบระบบการเงิน

ธนาคารโลกเตือน: เศรษฐกิจไทยถึงทางตัน นี่คือ 8 ทางออกที่จะพลิกโฉมธุรกิจ
ถอดรหัสรายงานธนาคารโลก ทางออกสู่ประเทศรายได้สูงที่ทุกธุรกิจต้องรู้ ทลายกำแพงประเทศรายได้ปานกลาง: เมื่อการเติบโต 2.6% เป็นสัญญาณอันตราย และแผนปฏิรูป SMEs ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจไทยตลอดกาล

นายธีระชัย อดีต รมต. เตือนนายกฯ หยุดขายฝันนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แนะเร่งแก้ปัญหาปากท้อง-รื้อโครงสร้างผูกขาด
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐฝ่ายเศรษฐกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่พรรคพลังประชารัฐ ถึงกรณีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โปรโมทนโยบาย “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ในรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร” ว่า เป็นการนำเสนอนโยบายที่มองแต่ด้านบวก ไม่ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมแนะนำให้รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนและรื้อโครงสร้างธุรกิจผูกขาดเพื่อคืนกำไรให้ประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนมากกว่า