
จีนเปิดแผน 5 ปี ฉบับที่ 15 ดัน AI สร้าง Digital China หนุนความร่วมมือไทยสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะ
สรุปประเด็น
หนานหนิง, 9 มี.ค. (ซินหัว) — จีนได้เปิดเผยร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ของประเทศระหว่าง “การประชุมสองสภา” เมื่อไม่นานนี้ โดยเอกสารดังกล่าวนำเสนอทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีนในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งให้ความสำคัญกับการเสริมสร้าง “จีนดิจิทัล” (Digital China) โดยยกระดับการพัฒนาความฉลาดทางดิจิทัลผ่านการขยับขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์พลัส (AI+) ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการบริหารปกครองบ้านเมือง
คณะอาจารย์และนักศึกษาชาวไทยจำนวนมากมองว่าแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ของจีนกำหนดให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนากำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ ขณะไทยเร่งการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เช่นเดียวกัน ซึ่งมุ่งเน้นที่โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล การประยุกต์ใช้งานจริง และการบ่มเพาะผู้มีความรู้ความสามารถ โดยมีเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางทางดิจิทัลแห่งอาเซียน
ด้วยเหตุนี้ จีนและไทยมีแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกันและจุดแข็งที่เกื้อหนุนกัน โดยจีนสามารถแบ่งปันเทคโนโลยีที่พัฒนาดีแล้ว แนวทางการประยุกต์ใช้งาน และบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อช่วยไทยยกระดับภาคการเกษตร การขนส่ง พลังงาน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ หลังจากทั้งสองประเทศส่งเสริมความร่วมมือเชิงปฏิบัติด้านการขนส่งอัจฉริยะอย่างลึกซึ้งต่อเนื่องจนเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เมื่อเดือนมกราคม 2026 บริษัท หนานหนิง เรล ทรานซิท อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป จำกัด (NNRT) และเทศบาลนครขอนแก่น ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ด้านการลงทุนและความร่วมมือในการสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะ (Mobility as a Service – MaaS) ของเทศบาลนครขอนแก่น โดยประยุกต์ใช้โครงสร้างที่พัฒนาแล้วของ “หนานหนิง เรล วัน-โคด แอคเซส” (Nanning Railway One-Code Access) เพื่อสร้างประสบการณ์เดินทางไร้รอยต่อโดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (big data)
ฟิล์มหรือหลี่หลิงไฉ่ นักศึกษาชาวไทยในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน กล่าวว่าระบบการเดินทางที่สะดวกสบายและชาญฉลาดเป็นสิ่งที่ประทับใจมากที่สุดในการใช้ชีวิตในจีน โดยแค่ระบุจุดหมายปลายทางที่ต้องการ แอปพลิเคชันของจีนจะเสนอตัวเลือกการเดินทางที่หลากหลายและที่ดีที่สุดให้ทันที หรือในเมืองหนานหนิงก็สามารถสแกนรหัสคิวอาร์เพื่อใช้จักรยานแชร์ใช้และขึ้นรถไฟใต้ดินได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบมากที่สุด จึงหวังว่าอนาคตไทยจะมีระบบการเดินทางที่สะดวกสบายเช่นนี้
จีนและไทยยังเดินหน้าความร่วมมือด้านการเกษตรอัจฉริยะภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) และความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งประเทศจีนจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีน-ไทยในจังหวัดนครปฐมเพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องจักรและระบบอัจฉริยะในการปลูกข้าวและอ้อย หรือบริษัทจากจีนร่วมพัฒนาโครงการการเกษตรอัจฉริยะในแหล่งปลูกทุเรียนของไทย ซึ่งใช้ระบบควบคุมน้ำและปุ๋ยเชิงอัจฉริยะ การตรวจสอบสภาพดินแบบเรียลไทม์ และการจัดการผ่านอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (IoT)
ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีทางการเกษตร รวมถึงอุปกรณ์การเกษตร ผ่าน “ปัญญาประดิษฐ์พลัส” อย่างเต็มรูปแบบเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมต่างๆ ในทุกมิติ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงของแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และการแบ่งปันโอกาสแก่นานาประเทศทั่วโลกเพื่อบรรลุการพัฒนาร่วมกัน โดยคณะอาจารย์และนักศึกษาชาวไทยในจีนคาดหวังว่าปัญญาประดิษฐ์ของจีนจะเกื้อหนุนการพัฒนาการเกษตรอัจฉริยะในไทยยิ่งขึ้น
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนและไทยได้กระชับความร่วมมือด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มีกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน เช่น บีวายดี (BYD) เกรทวอลล์มอเตอร์ (GWM) ฉางอัน ออโตโมบิล (Changan Automobile) และจีเอซี กรุ๊ป (GAC Group) เปิดฐานการผลิตในไทย ทำให้เกิดการพัฒนาชิ้นส่วน โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของไทย โดยพนัส สืบยุบล หรือหลี่เล่อ นักศึกษาปริญญาเอกสาขาบริหารธุรกิจในจีน เผยว่าเขาใช้รถของฉางอันที่มีระบบล้ำสมัย สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้
ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ยังระบุการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ เช่น ยานพาหนะพลังงานใหม่เชื่อมต่ออัจฉริยะและการบินอวกาศ รวมถึงการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยีควอนตัมและส่วนต่อประสานสมอง-คอมพิวเตอร์ ซึ่งนิศาชล ไทยทอง หรือไท่ลู่ลู่ นักวิจัยชาวไทยประจำสถาบันวิจัยจีน-อาเซียนแห่งมหาวิทยาลัยกว่างซี กล่าวว่าจีนพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างก้าวกระโดด ประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง สร้างข้อได้เปรียบด้านพลังการประมวลผล ระบบอุตสาหกรรมครบวงจร และประสิทธิภาพสูง
นิศาชลกล่าวว่าไทยมีแผนพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เช่นเดียวกับจีน โดยตั้งเป้าหมายประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิม ดังนั้นจีนสามารถช่วยส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์และบ่มเพาะบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาในไทย ซึ่งจะยกระดับจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายและมอบผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีจิ้นผิง-ปูติน พบสื่อในปักกิ่ง ตอกย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์
สีจิ้นผิงและวลาดิเมียร์ ปูติน ร่วมพบสื่อในกรุงปักกิ่ง พร้อมตอกย้ำความสัมพันธ์จีน-รัสเซียที่ก้าวสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ เดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ การศึกษา และการประสานบทบาทรักษาเสถียรภาพโลก

4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน
ปี 2025 เป็นปีที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวตาม 4 เทรนด์การพัฒนาทักษะใหม่ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตและซัพพลายเชน, ความยั่งยืน (Sustainability & ESG), สุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness) และ AI ในการบริหารธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล

ประชุมสุดยอดสีจิ้นผิง-ทรัมป์ หนุนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลก ส่งสัญญาณบวกต่อการค้าและการลงทุน
การพบกันระหว่างสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับการจับตาในฐานะสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจโลก หลายฝ่ายมองว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพจะช่วยลดความไม่แน่นอนทางการค้า เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน และสนับสนุนการฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทานโลก

จีน-สหภาพยุโรปตั้ง 'กลไกหารือการค้า-ลงทุน' มุ่งปรับสมดุล คุมส่งออก ปฏิรูป WTO
จีนและสหภาพยุโรปจัดตั้งกลไกหารือการค้า-ลงทุนอย่างเป็นทางการ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ทั้งปรับสมดุลการค้า คุมส่งออกแรร์เอิร์ธ ทรัพย์สินทางปัญญา และปฏิรูป WTO

จีนเปิด 38 สาขาใหม่: ยุทธศาสตร์ “ผลิตคนแห่งอนาคต” ที่ไทยต้องเร่งตามให้ทัน
สี จิ้นผิง เดินเกมระยะยาวผ่านการศึกษา ด้วยการเพิ่ม 38 สาขาใหม่ระดับปริญญาตรี ครอบคลุม AI หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีล้ำสมัย สะท้อนยุทธศาสตร์สร้าง “กำลังคนคุณภาพ” เพื่อแข่งขันในเวทีโลก

เวียดนามพลิกเกมอุตสาหกรรม: โฮจิมินห์ซิตี้สู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีอาเซียน
เวียดนามเดินหมากใหญ่ ปรับโครงสร้างนิคมอุตสาหกรรมโฮจิมินห์ ดึงทุนระดับโลก สร้างฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งเป้าดึงเงินลงทุนกว่า 21,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมท้าทายความสามารถแข่งขันของไทยในทศวรรษใหม่
