
BOI ดันไทยขึ้นแท่นฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก ทุนพุ่ง 8.2 หมื่นล้าน
สรุปประเด็น
ทุกครั้งที่มีการแชทกับ AI สตรีมภาพยนตร์ หรือประชุมออนไลน์ข้ามทวีป ข้อมูลมหาศาลเหล่านั้นไม่ได้เดินทางด้วยกระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ถูกแปลงเป็นแสงและส่งผ่านสายใยแก้วนำแสงด้วยความเร็วระดับเสี้ยววินาที ผ่านอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Optical Transceiver และเบื้องหลังอุปกรณ์เหล่านี้ ประเทศไทยกำลังเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะฐานการผลิต
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564 – มิถุนายน 2569) มีโครงการลงทุนในอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ (Photonics) ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 79 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 82,700 ล้านบาท นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ระบบคลาวด์ การประมวลผลสมรรถนะสูง (High-Performance Computing) และระบบสื่อสารความเร็วสูง เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีนี้มีบทบาทมากขึ้นในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุคใหม่
คำถามที่น่าสนใจกว่าตัวเลขการลงทุนคือ ไทยกำลังยึดตำแหน่งใดในห่วงโซ่อุปทานโฟโตนิกส์โลก และตำแหน่งนั้นยั่งยืนแค่ไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค
โฟโตนิกส์คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับ AI
โฟโตนิกส์คือเทคโนโลยีที่ใช้แสงในการส่งผ่าน ควบคุม และประมวลผลข้อมูล ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายระดับ ตั้งแต่สายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber) ซึ่งเป็นตัวกลางส่งสัญญาณ ไปจนถึงชิ้นส่วนอุปกรณ์ Optical อย่างเลเซอร์และตัวรับสัญญาณแสง จนถึง Optical Module ที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นแสงและกลับกัน และท้ายสุดคือ Optical Transceiver ซึ่งใช้เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ สวิตช์ และอุปกรณ์เครือข่ายภายใน AI Data Center
เหตุผลที่เทคโนโลยีนี้ทวีความสำคัญคือข้อจำกัดทางกายภาพของสายทองแดง: การส่งข้อมูลด้วยไฟฟ้าผ่านระยะทางไกลจะสูญเสียสัญญาณและใช้พลังงานสูง ขณะที่การส่งผ่านแสงในสายใยแก้วนำแสงรองรับปริมาณข้อมูลได้มากกว่า ใช้พลังงานต่ำกว่า และมีอัตราการสูญเสียสัญญาณน้อยกว่า เครือข่ายสื่อสารความเร็วสูงรุ่นใหม่บางระบบรองรับอัตราส่งข้อมูลได้ถึง 1.6 Terabits ต่อวินาที ซึ่งเป็นระดับที่จำเป็นสำหรับศูนย์ข้อมูลที่ต้องประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่
ด้วยเหตุนี้ ทุกบริษัทที่กำลังลงทุนสร้าง AI Data Center ทั่วโลก — ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่หรือผู้ผลิตชิปกราฟิก — ล้วนต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานโฟโตนิกส์เป็นองค์ประกอบสำคัญ และนี่คือจุดที่ไทยเข้าไปมีบทบาท
โครงสร้างการลงทุน: ไทยอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่อุปทาน
ข้อมูลจากบีโอไอแบ่งโครงการลงทุนโฟโตนิกส์ในไทยออกเป็น 3 กลุ่มตามตำแหน่งในห่วงโซ่การผลิต ซึ่งสะท้อนว่าไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานประกอบชิ้นส่วนปลายทาง แต่มีการลงทุนกระจายไปตลอดทั้งสาย:
- การผลิตสายใยแก้วนำแสง (วัตถุดิบต้นน้ำ): 12 โครงการ มูลค่า 13,700 ล้านบาท
- การผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบสื่อสารด้วยแสง (กลางน้ำ): 47 โครงการ มูลค่า 19,500 ล้านบาท — เป็นกลุ่มที่มีจำนวนโครงการมากที่สุด สะท้อนว่าไทยดึงดูดผู้ผลิตชิ้นส่วนเฉพาะทางได้หลากหลายราย แม้มูลค่าต่อโครงการจะไม่สูงเท่ากลุ่มปลายน้ำ
- การผลิตผลิตภัณฑ์สื่อสารด้วยแสงครบชุด (ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มสูง): 20 โครงการ มูลค่า 49,400 ล้านบาท — คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด แม้จะมีจำนวนโครงการน้อยที่สุดในสามกลุ่ม
โครงสร้างนี้บ่งชี้ประเด็นเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ: มูลค่าการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูงอย่าง Optical Transceiver มากกว่าวัตถุดิบต้นน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ต่างจากอุตสาหกรรมการผลิตดั้งเดิมหลายประเภทที่ไทยเคยรับบทบาทเป็นฐานประกอบต้นทุนต่ำ ในกรณีนี้ไทยกำลังดึงดูดขั้นตอนการผลิตที่ใกล้ปลายห่วงโซ่มูลค่ามากกว่า
บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมครอบคลุมทุกส่วนของห่วงโซ่ ตัวอย่างเช่น บริษัทในเครือ Lumentum Holdings ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Nvidia มีการผลิตครบตั้งแต่สายใยแก้วนำแสงจนถึงอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ขณะที่ Celestica และ Fabrinet ซึ่งใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลัก เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน Optical ให้กับ Nvidia, Cisco และ Amazon Web Services ส่วนกลุ่มที่เน้นผลิต Optical Transceiver โดยตรง เช่น Terahop และ Eoptolink ถือเป็นผู้ผลิตอันดับต้น ๆ ของโลกในผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ ปัจจุบันบริษัทกลุ่มนี้จ้างงานบุคลากรไทยรวมกันมากกว่า 20,000 คน
กระจายตัวนอก EEC: สัญญาณของฐานอุตสาหกรรมที่ขยายวงกว้างขึ้น
รายละเอียดที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือทำเลที่ตั้งของโครงการ ซึ่งไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามที่มักเป็นภาพจำของการลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทคในไทย จากทั้งหมด 79 โครงการ มี 48 โครงการ หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 60% ตั้งอยู่นอกพื้นที่ EEC โดยกระจายอยู่ที่พระนครศรีอยุธยา (16 โครงการ) ปทุมธานี (10 โครงการ) สระบุรี (9 โครงการ) และสมุทรปราการ (4 โครงการ) เป็นหลัก ส่วนที่เหลืออยู่ในนครปฐม สมุทรสาคร ปราจีนบุรี และกรุงเทพมหานคร
การกระจายตัวเช่นนี้มีนัยสำคัญสองด้าน ด้านหนึ่งคือโอกาสในการกระจายความเจริญและการจ้างงานทักษะสูงออกนอกพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นเป้าหมายเชิงนโยบายที่บีโอไอผลักดันมาต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่งคือคำถามเชิงโครงสร้างพื้นฐาน — พื้นที่นอก EEC อย่างอยุธยาและปทุมธานีมีความพร้อมด้านโลจิสติกส์ พลังงาน และแรงงานทักษะสูงเพียงพอที่จะรองรับการขยายตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาวหรือไม่ ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ EEC ที่มีการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทางไว้รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอยู่แล้ว
มุมมองที่ต้องระมัดระวัง: ตัวเลขสะสม 5 ปี ไม่ใช่ภาพการเติบโตรายปี
ประเด็นเชิงวิเคราะห์ที่ควรระบุให้ชัดคือ ตัวเลข 79 โครงการและ 82,700 ล้านบาท เป็นตัวเลขสะสมตลอด 5 ปี (2564 – กลางปี 2569) ไม่ใช่ตัวเลขของปีใดปีหนึ่ง ข้อมูลที่เผยแพร่ยังไม่ได้แจกแจงว่าการลงทุนเร่งตัวขึ้นในช่วงปีหลัง ๆ ที่กระแส AI Data Center เติบโตอย่างก้าวกระโดดหรือไม่ หรือกระจายตัวสม่ำเสมอตลอด 5 ปี ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการประเมินแนวโน้มที่แท้จริงของอุตสาหกรรมนี้ในไทย
นอกจากนี้ ตัวเลขที่บีโอไอเปิดเผยเป็น "โครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน" ซึ่งต่างจากเงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงแล้ว (actual disbursement) ตัวเลขการอนุมัติหรือยื่นขอมักสูงกว่าการลงทุนจริงในระยะแรก และบางโครงการอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง ผู้บริหารและนักลงทุนที่ติดตามเรื่องนี้จึงควรแยกแยะระหว่าง "ความสนใจลงทุน" กับ "กำลังการผลิตที่เกิดขึ้นจริง" เมื่อประเมินขนาดที่แท้จริงของอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ไทยในปัจจุบัน
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้เทียบเคียงกับคู่แข่งในภูมิภาค เช่น เวียดนามหรือมาเลเซีย ซึ่งต่างก็แข่งขันดึงดูดการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเช่นกัน การประเมินว่าไทย "ขึ้นแท่นฐานผลิตระดับโลก" จึงควรพิจารณาส่วนแบ่งตลาดโลกของผู้ผลิตที่ตั้งฐานในไทยประกอบด้วย ไม่ใช่พิจารณาแต่มูลค่าการลงทุนสะสมภายในประเทศเพียงอย่างเดียว
บทสรุป: โอกาสที่ต้องจับตาความต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ตัวเลขสะสม
การที่ผู้ผลิตระดับโลกอย่าง Lumentum, Fabrinet, Celestica และ Eoptolink เลือกไทยเป็นฐานการผลิต และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ Nvidia, Cisco และ AWS สะท้อนว่าไทยได้รับความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งจากผู้เล่นสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI โลก ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ไทยสั่งสมมาหลายทศวรรษ
สำหรับผู้บริหารและนักลงทุนที่ติดตามอุตสาหกรรมนี้ ประเด็นที่ควรจับตาต่อจากนี้คือ (1) อัตราการเติบโตของโครงการยื่นขอส่งเสริมในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ว่าเร่งตัวขึ้นตามกระแส AI Data Center จริงหรือไม่ (2) สัดส่วนโครงการที่เดินเครื่องผลิตจริงเทียบกับโครงการที่เพิ่งยื่นขอ และ (3) ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่นอก EEC ที่รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว ทั้งสามประเด็นนี้จะเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงว่าไทยกำลังเป็น "ฐานผลิตโฟโตนิกส์ระดับโลก" อย่างยั่งยืน หรือเพียงได้รับอานิสงส์ระยะสั้นจากรอบการลงทุน AI Data Center ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้
ข้อมูลอ้างอิง:
- Infoquest. (2026, July 31). บีโอไอ ปักหมุดไทยฐานผลิต "โฟโตนิกส์โลก" รับกระแส AI และสื่อสารความเร็วสูง หลัง 5 ปี ทุนทะลักกว่า 8 หมื่นลบ. https://www.infoquest.co.th/2026/623940
- mmthailand. (2026, July 30). บีโอไอปักหมุดไทยฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก ลงทุนทะลุ 8 หมื่นล้านบาท. https://www.mmthailand.com/boi-thailand-photonics-investment-ai-optical-transceiver/
- ThaiPR.net. (2026, July 31). บีโอไอปักหมุดไทย ฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก ลงทุนทะลุ 8 หมื่นล้านบาท รับกระแส AI และสื่อสารความเร็วสูง. https://www.thaipr.net/finance/3745617
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Nestlé’s 23 Billion Baht Coffee Factory Investment in Thailand
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้รับการอนุมัติครั้งสำคัญจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศไทย ด้วยมูลค่ารวมสูงถึง 23,000 ล้านบาท

นายกฯ อนุทิน เยือนจีน ดึงยักษ์ใหญ่ตั้งฐานผลิตเทคโนโลยีในไทย และผลกระทบต่อ SME ไทย
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ด้วยวัตถุประสงค์หลักในการกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในภาคเทคโนโลยีขั้นสูง AI (ปัญญาประดิษฐ์) และ Data Center

ไทยดึงคำขอลงทุน 'ชิป-อิเล็กทรอนิกส์' ราว 9 แสนล้านบาท รับผู้ผลิตปรับห่วงโซ่อุปทาน
บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทยด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พุ่งแตะ 9 แสนล้านบาท ในช่วง 3 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกที่เดินหน้าปรับโครงสร้างและย้ายฐานการผลิตเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ขยายตัวแรงขานรับกระแส AI ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซนเตอร์

ตลท. จับมือ BOI ดึงธุรกิจ New Economy เข้าตลาดทุนไทย หนุน IPO
ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ BOI ร่วมกันเตรียมออกเกณฑ์ "BOI to IPO" ในไตรมาส 3 ปี 2569 เพื่อดึงดูดธุรกิจกลุ่ม New Economy เข้าตลาดทุนไทย เสริมสร้างความน่าสนใจและความหลากหลายของตลาดฯ

BOI อนุมัติ 2 มาตรการ Quick Big Win หนุนลงทุนและสร้างบุคลากรทักษะสูง
บีโอไอเดินหน้ามาตรการ Quick Big Win สนับสนุนเงินทุนสูงสุด 100 ล้านบาทต่อบริษัท และสร้างบุคลากรทักษะสูง 1 แสนคน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต

ไทยบนเส้นทาง Digital Hub: เมื่อ BOI อนุมัติ Data Center 7 โครงการ มูลค่าเฉียดแสนล้าน แต่โอกาสใหญ่ต้องแลกด้วยอะไร?
BOI อนุมัติ 7 โครงการ Data Center มูลค่าเฉียดแสนล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและผลักดันไทยสู่การเป็น Digital Hub ของอาเซียน แม้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แต่ไทยยังต้องรับมือกับความท้าทาย ทั้งภาระพลังงานไฟฟ้าและการขาดแคลนบุคลากรไอที
