นายกฯ อนุทิน เยือนจีน ดึงยักษ์ใหญ่ตั้งฐานผลิตเทคโนโลยีในไทย และผลกระทบต่อ SME ไทย

นายกฯ อนุทิน เยือนจีน ดึงยักษ์ใหญ่ตั้งฐานผลิตเทคโนโลยีในไทย และผลกระทบต่อ SME ไทย

สรุปประเด็น

  • เร่งดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีจากจีน: นายกรัฐมนตรีอนุทินเยือนจีนเพื่อกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ มุ่งดึง FDI ในอุตสาหกรรม AI และ Data Center พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัลของภูมิภาค

  • เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจไทย: รัฐบาลผลักดันแนวคิด Co-Creation เพื่อให้การลงทุนจากต่างชาติช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ใช้วัตถุดิบในประเทศ และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทย

  • SME ไทยพร้อมรับโอกาสจาก AI: ผลสำรวจ UOB พบว่า 71% ของ SME ไทยนำ AI มาใช้แล้ว สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค สะท้อนศักยภาพในการเชื่อมโยงกับการลงทุนเทคโนโลยีขนาดใหญ่และยกระดับการแข่งขันของประเทศในระยะยาว।

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ด้วยวัตถุประสงค์หลักในการกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในภาคเทคโนโลยีขั้นสูง AI (ปัญญาประดิษฐ์) และ Data Center การเดินทางครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของรัฐบาลในการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัลที่สำคัญในภูมิภาค ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ในระยะยาว

ในระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (AI) 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่เปิดโอกาสให้ไทยได้แสดงศักยภาพและดึงดูดผู้เล่นระดับโลกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังจะมีการเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู เพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นประตูสู่การลงทุนจากจีน โดยเฉพาะในภาคส่วนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของไทย การพบปะกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง จะเป็นการหารือเชิงลึกถึงแผนความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และความมั่นคง ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศและศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตและ Data Center ระดับโลก

อย่างไรก็ตาม การหลั่งไหลของทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากจีน แม้จะนำมาซึ่งโอกาสมหาศาล แต่ก็สร้างความกังวลในเรื่องผลกระทบต่อธุรกิจภายในประเทศ การสร้างสมดุลระหว่างการเปิดรับการลงทุนกับการปกป้องผลประโยชน์ของธุรกิจไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในบริบทนี้ โมเดล “Co-Creation” ที่เน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้รับการเสนอเป็นแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการรับมือกับการลงทุนจากจีน เพื่อให้การลงทุนดังกล่าวสร้างประโยชน์และมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่วงเงินลงทุนที่เข้ามา

การที่รัฐบาลมุ่งมั่นดึงดูดการลงทุนในภาคเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่น AI และ Data Center เป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อภาคเอกชนขนาดใหญ่ในประเทศถึงทิศทางและโอกาสในการร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถ ผู้ประกอบการไทยจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมองหาโอกาสในการบูรณาการเทคโนโลยีและขยายตลาด อย่างไรก็ดี รัฐบาลจำเป็นต้องมีกลไกที่ชัดเจนในการส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมในประเทศโดยรวม

ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 พบว่า 71% ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยกำลังนำ AI มาใช้ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาค และเน้นการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศมากกว่าการลดต้นทุน การตื่นตัวของ SME ในการใช้ AI สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนเทคโนโลยีจากจีน และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งได้ หากภาครัฐสามารถสร้างความเชื่อมโยงและกลไกที่เอื้อต่อการผนึกกำลังระหว่างการลงทุนขนาดใหญ่จากต่างชาติกับศักยภาพของธุรกิจไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในท้ายที่สุด การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ควรถูกมองในแง่ของการสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง ผ่านการส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การใช้วัตถุดิบในประเทศ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด นี่คือแนวทางที่จะทำให้การลงทุนจากต่างชาติไม่เพียงนำมาซึ่งเงินทุน แต่ยังเป็นการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศในภาพรวม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ญี่ปุ่นลงทุนไทยเกือบ 4 แสนล้านบาท พลิกบทบาทสู่ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง ดันเซมิคอนดักเตอร์-AI-พลังงานสะอาด

ญี่ปุ่นลงทุนไทยเกือบ 4 แสนล้านบาท พลิกบทบาทสู่ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง ดันเซมิคอนดักเตอร์-AI-พลังงานสะอาด

ญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทยเกือบ 4 แสนล้านบาท สะท้อนหมุดหมายสำคัญในการยกระดับประเทศจากฐานการผลิตยานยนต์ดั้งเดิม สู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ AI และพลังงานสะอาด พร้อมขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานไทยสู่อนาคต

12 นาที
"เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ตั้ง 4 คณะทำงาน การันตีชาวบ้านไร้กังวล

"เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ตั้ง 4 คณะทำงาน การันตีชาวบ้านไร้กังวล

กระทรวงการคลังเปิดตัวคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรมใน 1 เดือน วางเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำด้านสิ่งแวดล้อม เสียง และความปลอดภัย พร้อมตั้ง 4 คณะทำงานควบคุมทั้งระบบ ยืนยันคุ้มครองชุมชนและไม่กระทบการลงทุน

7 นาที
เจาะลึกมาตรการ BOI หนุนอุตสาหกรรม EV และทางรอดซัพพลายเชนไทย

เจาะลึกมาตรการ BOI หนุนอุตสาหกรรม EV และทางรอดซัพพลายเชนไทย

สรุปมาตรการเชิงรุกจาก BOI ไฟเขียวทุนใหญ่ 7,400 ล้านบาท ดึงเทคโนโลยีสีเขียวและขยายฐานผลิตรถยนต์ EV ในไทย พร้อมหนุนกองทุนเพิ่มขีดความสามารถและสร้างแรงงานทักษะสูงกว่า 66,000 ตำแหน่ง เจาะลึกโอกาสทางตรงและทางอ้อมที่ผู้ประกอบการและซัพพลายเออร์ไทยห้ามพลาด

8 นาที
BOI ดันไทยขึ้นแท่นฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก ทุนพุ่ง 8.2 หมื่นล้าน

BOI ดันไทยขึ้นแท่นฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก ทุนพุ่ง 8.2 หมื่นล้าน

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้แสดงถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ในการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ (Photonics)

9 นาที
Fitch คงอันดับเครดิต GPSC แนวโน้ม Stable และ ตลท. จับมือ BOI หนุนลงทุน

Fitch คงอันดับเครดิต GPSC แนวโน้ม Stable และ ตลท. จับมือ BOI หนุนลงทุน

ตลาดทุนไทยรับอานิสงส์จากปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ GPSC ที่ได้รับแนวโน้มเครดิต "Stable Outlook" สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ผนวกกับนโยบายเชิงรุกจาก BOI และ ตลท. ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ยุคดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนดิจิทัล คาดการณ์ว่าจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการลงทุน ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจไทยในภาพรวม

5 นาที
ทำไมแผน Big Data ฉบับแรกของไทยถึงมาช้ากว่าเพื่อนบ้านนับปี และไทยจะแข่งขันได้อย่างไรในเมื่อ ครม. เพิ่ง "รับทราบ" ร่างแผน

ทำไมแผน Big Data ฉบับแรกของไทยถึงมาช้ากว่าเพื่อนบ้านนับปี และไทยจะแข่งขันได้อย่างไรในเมื่อ ครม. เพิ่ง "รับทราบ" ร่างแผน

ครม. รับทราบร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data พ.ศ. 2568-2570 ซึ่งเป็นกรอบทิศทางด้านข้อมูลขนาดใหญ่ฉบับแรกของไทย สะท้อนจุดเริ่มต้นที่ยังล่าช้ากว่าเพื่อนบ้านในอาเซียนเนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ภาคเอกชนจึงต้องเร่งปรับตัวล่วงหน้า พร้อมข้อเสนอตั้งหน่วยงานกลางบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

13 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง