
DITP นำ 86 ผู้ประกอบการไทยบุก SIAL Paris 2026 ตั้งเป้าคำสั่งซื้อกว่า 2,000 ล้านบาท ดันอาหารไทยเจาะตลาดยุโรป
สรุปประเด็น
-
บุกงาน SIAL Paris 2026: DITP นำผู้ประกอบการไทย 86 รายโชว์ศักยภาพอาหารแปรรูปและนวัตกรรมในฝรั่งเศส ตั้งเป้าสร้างคำสั่งซื้อกว่า 2,000 ล้านบาท
-
ชูจุดเด่นสินค้าเพิ่มมูลค่า: เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้มีจุดขายชัดเจน ตอบโจทย์คุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย และความต้องการเฉพาะกลุ่มในตลาดอียู
-
เตรียมความพร้อมรอบด้าน: ผู้ส่งออกต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานอาหาร การตรวจสอบย้อนกลับ และประเมินกำลังการผลิตเพื่อส่งมอบสินค้าได้อย่างสม่ำเสมอ
-
สร้างความร่วมมือระยะยาว: ต่อยอดโอกาสจากงานแสดงสินค้าสู่การติดตามคู่ค้าและพัฒนาข้อเสนอ เพื่อเปลี่ยนความสนใจจากผู้ซื้อให้เป็นยอดขายที่ยั่งยืน
ไทยเดินหน้าขยายตลาดอาหารในยุโรปผ่านงาน SIAL Paris 2026 นำผู้ประกอบการ 86 รายโชว์ศักยภาพสินค้าเพิ่มมูลค่าและนวัตกรรม ตั้งเป้าสร้างคำสั่งซื้อกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในตลาดอาหารโลก
อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ นวัตกรรม ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ และมาตรฐานการผลิตมากขึ้น การขยายตลาดจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาดด้วย
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทย 86 ราย เข้าร่วมงาน SIAL Paris 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมุ่งนำเสนอศักยภาพอาหารไทยที่มีความหลากหลาย ทั้งสินค้าแปรรูป ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้
การเข้าร่วมงานครั้งนี้ตั้งเป้าสร้างคำสั่งซื้อกว่า 2,000 ล้านบาท สะท้อนความพยายามในการใช้เวทีการค้าระหว่างประเทศเป็นช่องทางเชื่อมโยงผู้ผลิตไทยกับผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจในยุโรป
SIAL Paris 2026 เวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการอาหารไทย
งาน SIAL Paris เป็นเวทีแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอผลิตภัณฑ์แก่ผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารจากหลายประเทศ
สำหรับธุรกิจไทย การเข้าร่วมงานลักษณะนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการเพิ่มยอดขายระยะสั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการได้สำรวจแนวโน้มตลาด สังเกตทิศทางการแข่งขัน และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่อาจนำไปสู่ความร่วมมือในระยะยาว
การนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานพร้อมกัน 86 รายยังเป็นโอกาสในการสะท้อนความหลากหลายของอุตสาหกรรมอาหารไทย ตั้งแต่ความเชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบ การแปรรูป ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเข้าร่วมงานไม่ควรวัดจากมูลค่าคำสั่งซื้อเป้าหมายเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจำนวนคู่ค้าที่มีศักยภาพ โอกาสในการเจรจาธุรกิจ การทดลองตลาด และความสามารถในการเปลี่ยนความสนใจของผู้ซื้อให้กลายเป็นคำสั่งซื้อจริงด้วย
สินค้าเพิ่มมูลค่าและนวัตกรรม คือโจทย์สำคัญของอาหารไทย
การผลักดันสินค้าเพิ่มมูลค่าและนวัตกรรมเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับการแข่งขันของผู้ประกอบการอาหารไทย เพราะตลาดต่างประเทศไม่ได้พิจารณาเฉพาะราคา แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสม่ำเสมอ ความสะดวกในการบริโภค และความแตกต่างจากสินค้าคู่แข่ง
ผู้ประกอบการจึงควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีจุดขายชัดเจน เช่น การแปรรูปวัตถุดิบเพื่อเพิ่มมูลค่า การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับช่องทางจำหน่าย หรือการออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคเฉพาะทาง
ในขณะเดียวกัน นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องหมายถึงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการปรับปรุงกระบวนการผลิต การยืดอายุสินค้าอย่างเหมาะสม การพัฒนารูปแบบการบริโภค หรือการสร้างเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ไทย
สิ่งสำคัญคือการพัฒนาสินค้าต้องสอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป้าหมาย และมีข้อมูลรองรับว่าผู้ซื้อพร้อมยอมรับคุณค่าเพิ่มเติมนั้นมากน้อยเพียงใด
เจาะตลาดยุโรป ต้องพร้อมทั้งสินค้า มาตรฐาน และพันธมิตร
ยุโรปเป็นตลาดที่ผู้ส่งออกจำเป็นต้องศึกษาทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค ช่องทางจำหน่าย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอาหารอย่างรอบด้าน การมีผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ส่วนการเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องต้องอาศัยความพร้อมด้านอื่นร่วมด้วย
ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก
1. มาตรฐานและความปลอดภัยอาหาร
การเตรียมความพร้อมด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร เอกสารประกอบสินค้า และการตรวจสอบย้อนกลับ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้นำเข้าและลดอุปสรรคในการทำธุรกิจ
2. ความเหมาะสมกับตลาดเป้าหมาย
ผลิตภัณฑ์ควรตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อและผู้บริโภคในตลาดนั้น ทั้งด้านรสชาติ ขนาดบรรจุภัณฑ์ ราคา รูปแบบการใช้งาน และช่องทางจัดจำหน่าย โดยควรศึกษาข้อมูลตลาดก่อนลงทุนปรับสินค้า
3. ความพร้อมในการส่งมอบสินค้า
ผู้ส่งออกต้องประเมินกำลังการผลิต ต้นทุนโลจิสติกส์ อายุสินค้า และความสามารถในการรักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ เพราะการได้คู่ค้ารายใหม่จะสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ก็ต่อเมื่อสามารถส่งมอบสินค้าได้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
การเตรียมความพร้อมทั้งสามด้านจะช่วยให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนโอกาสจากงานแสดงสินค้าไปสู่การทำธุรกิจจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จากการออกงานสู่การสร้างยอดขายระยะยาว
การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า แต่ผลลัพธ์ในระยะยาวขึ้นอยู่กับการติดตามผู้ซื้อและการพัฒนาข้อเสนอให้ตรงกับความต้องการของแต่ละราย
หลังจบงาน ผู้ประกอบการควรจัดลำดับความสำคัญของผู้ติดต่อ แยกกลุ่มผู้ซื้อที่พร้อมสั่งซื้อออกจากกลุ่มที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม และติดตามการเจรจาอย่างเป็นระบบ พร้อมเตรียมตัวอย่างสินค้า รายละเอียดราคา เงื่อนไขการส่งมอบ และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน
นอกจากนี้ ควรประเมินผลตอบแทนจากการเข้าร่วมงานด้วยตัวชี้วัดที่หลากหลาย เช่น จำนวนผู้ซื้อที่มีคุณภาพ มูลค่าการเจรจา จำนวนคำสั่งซื้อที่ยืนยันแล้ว ต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้า และโอกาสในการซื้อซ้ำ
การแยกตัวเลขเหล่านี้ออกจากกันมีความสำคัญ เพราะมูลค่าการเจรจา ความสนใจจากผู้ซื้อ และคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจริงเป็นคนละขั้นตอนของกระบวนการขาย
บทสรุป: โอกาสอาหารไทยในยุโรป ต้องเปลี่ยนจากการนำเสนอสินค้าเป็นการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ
การนำผู้ประกอบการไทย 86 รายเข้าร่วม SIAL Paris 2026 เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการขยายตลาดอาหารไทยผ่านเวทีการค้าระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสร้างคำสั่งซื้อกว่า 2,000 ล้านบาท และผลักดันสินค้าเพิ่มมูลค่ากับนวัตกรรมให้เข้าถึงผู้ซื้อในยุโรป
สำหรับผู้ประกอบการ โอกาสจากงานแสดงสินค้าไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อปิดคูหา แต่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจตลาด สร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ และพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง
การเติบโตของอาหารไทยในตลาดโลกจึงต้องเดินหน้าควบคู่กันทั้งการส่งเสริมตลาด การยกระดับสินค้า และการสร้างความพร้อมในการส่งออก เพื่อเปลี่ยนความสนใจจากผู้ซื้อให้กลายเป็นยอดขายและความร่วมมือทางธุรกิจที่ยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง:
กระทรวงพาณิชย์ — ข่าว DITP นำผู้ประกอบการไทย 86 รายร่วม SIAL Paris 2026 https://www.moc.go.th/th/gallery/category/detail/id/5/iid/2286
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Think Trade Think DITP 105 : ครัวไทยบนเวทีโลก โอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหาร
เจาะลึกทิศทางอุตสาหกรรมอาหารไทยปี 2569 ท่ามกลางโอกาสส่งออกเติบโตแตะ 1.79 ล้านล้านบาท และความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ชี้ช่องทางรอดด้วยการเจาะตลาดพรีเมียม อาหารพร้อมทาน (Ready-to-eat) และ E-commerce พร้อมใช้ประโยชน์จาก FTA และเทคโนโลยี AI ยกระดับขีดความสามารถบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน

ธนาคารกสิกรไทย ผนึก 6 พันธมิตร ยกระดับธุรกิจไทยด้วยโครงการ Roadmap for Growth
ธนาคารกสิกรไทยผนึกกำลัง 6 พันธมิตรระดับประเทศ เปิดตัวโครงการ "Roadmap for Growth" ยกระดับธุรกิจไทยผ่านการทำ Need Assessment พร้อมจัด Exclusive Workshop และ Tailored Roadmap เฉพาะราย มุ่งหนุนการขยายตลาดต่างประเทศ นวัตกรรม ดิจิทัล และความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน

รุกหรือรับ? แผนที่นำทางผู้ส่งออกไทยท่ามกลางสงครามการค้าโลก จาก DITP
แนวทางรับมือสำหรับผู้ส่งออกไทยในยุคสงครามการค้าโลก วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินค้าส่งออกหลัก 11 รายการมูลค่ากว่า 25,070 ล้านดอลลาร์ พร้อมกลยุทธ์รุกและรับจาก DITP เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยฝ่าวิกฤตสู่โอกาสใหม่

ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ปี 2570: ส่งออกยังโต แต่ถึงเวลาผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่
เจาะลึกภาพรวมการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยปี 2570 เมื่อเกมราคาแบบ OEM ถึงทางตัน ผู้ประกอบการต้องเผชิญด่านหินจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ และกฎสิ่งแวดล้อมเข้มงวดของยุโรปอย่าง EUDR และ DPP ทางรอดเดียวคือการเร่งสร้างมูลค่าเพิ่ม ชูความยืดหยุ่นผลิตแบบ Small Lot และลงทุนระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อรักษาตลาด

“พาณิชย์” เปิดเวทีเสวนาใหญ่ ถอดรหัสนโยบายภาษีทรัมป์ ชี้ทางรอดการค้าไทย พลิกวิกฤตสงครามการค้าเป็นโอกาสของสินค้าไทย
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดกิจกรรมเสวนาครั้งสำคัญ ภายใต้หัวข้อ “ถอดรหัสนโยบายภาษีทรัมป์ : โอกาสสู่การค้ายุคใหม่”เปิดเวทีวิเคราะห์ ถอดรหัสนโยบายภาษีสหรัฐฯ และวางรากฐานให้ผู้ประกอบการไทย ก้าวสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน

DITP ปี 2569 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.63 แสนล้านบาท เร่งเปิดตลาดใหม่รับความท้าทายปี 2570
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยผลงานปี 2569 สร้างมูลค่าการค้าผ่านกิจกรรมกว่า 163,500 ล้านบาท พร้อมเร่งกระจายตลาดสู่เอเชียใต้ ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์–เกมสู่เวทีโลก
