ก.ล.ต. เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี “Building Trust, Powering Growth” ดัน TISA–PVD สกัดภัยลงทุน พร้อมยกระดับตลาดทุนไทย

ก.ล.ต. เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี “Building Trust, Powering Growth” ดัน TISA–PVD สกัดภัยลงทุน พร้อมยกระดับตลาดทุนไทย

สรุปประเด็น

  • กางแผน 3 ปี: ก.ล.ต. เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2569–2571 “Building Trust, Powering Growth” มุ่งสร้างสมดุลความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน

  • ดันออมระยะยาว: ผลักดันบัญชีลงทุนส่วนบุคคล (TISA) และยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมการออมเพื่อวัยเกษียณ

  • สกัดภัยลงทุนเชิงรุก: มุ่งป้องกันความเสียหายจากสแกมเมอร์ตั้งแต่ต้นทาง หลังปี 2568 สามารถยับยั้งบัญชีม้าคริปโตได้ถึง 47,692 บัญชี

  • เพิ่มแข่งขันตลาดทุน: พัฒนาเกณฑ์ IPO และยกระดับมาตรฐานบริษัทจดทะเบียน เพื่อดึงดูดธุรกิจศักยภาพสูงและเสริมแกร่งเศรษฐกิจประเทศ

ก.ล.ต. วาง 5 เป้าหมายยุทธศาสตร์ปี 2569–2571 มุ่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันตลาดทุน ส่งเสริมการลงทุนระยะยาว และยกระดับการป้องกันภัยหลอกลงทุน หลังปี 2568 ยับยั้งบัญชีม้าคริปโต 47,692 บัญชี มูลค่ารวม 257 ล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2569–2571 ภายใต้แนวคิด “Building Trust, Powering Growth” มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการกำกับดูแลเพื่อรักษาความเชื่อมั่น กับการพัฒนาตลาดทุนให้เป็นกลไกสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญทั้งการระดมทุนของภาคธุรกิจ การคุ้มครองผู้ลงทุน การส่งเสริมการออมระยะยาว และการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

แผนดังกล่าวประกอบด้วยเป้าหมายหลัก 5 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่น การใช้ดิจิทัลและนวัตกรรม การพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน การส่งเสริมการลงทุนระยะยาว และการยกระดับประสิทธิภาพองค์กร ซึ่งสะท้อนทิศทางการกำกับดูแลที่ครอบคลุมทั้งผู้ลงทุน ผู้ประกอบธุรกิจ และระบบตลาดทุนโดยรวม

ดันบัญชีลงทุนส่วนบุคคล สร้างวัฒนธรรมการออมระยะยาว

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการผลักดัน บัญชีการออมและลงทุนส่วนบุคคล (Thailand Individual Saving Account: TISA) เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนวางแผนการเงินและลงทุนระยะยาวอย่างเป็นระบบ โดย ก.ล.ต. ทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เพื่อพัฒนาแนวคิดและรูปแบบของบัญชีดังกล่าว

อีกด้านหนึ่งคือการเพิ่มบทบาทของ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ให้เป็นเครื่องมือรองรับการออมเพื่อวัยเกษียณ โดยส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลการเป็นสมาชิก PVD เพื่อกระตุ้นให้บริษัทและลูกจ้างเห็นความสำคัญของการออมระยะยาวมากขึ้น พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกองทุนให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ

แนวทางนี้มีนัยต่อบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ผู้ให้บริการทางการเงิน และบริษัทที่ต้องการพัฒนาสวัสดิการพนักงาน เพราะการส่งเสริมการลงทุนระยะยาวอาจเพิ่มความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยให้ประชาชนบริหารพอร์ตการลงทุนได้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตน

การสร้างวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มทางเลือกผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล เข้าใจความเสี่ยง และสามารถวางแผนการเงินได้อย่างต่อเนื่อง

ยกระดับระบบป้องกันภัยหลอกลงทุนเชิงรุก

การคุ้มครองผู้ลงทุนจากกลโกงออนไลน์เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ ก.ล.ต. ภายใต้แนวคิด “preventive anti-scam for all” ที่มุ่งป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง พร้อมสร้างความรู้เท่าทันให้แก่ประชาชนและเพิ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลผลการดำเนินงานปี 2568 ของ ก.ล.ต. ระบุว่า หน่วยงานสามารถยับยั้งบัญชีม้าคริปโตได้ 47,692 บัญชี คิดเป็นมูลค่ารวม 257 ล้านบาท และมีการเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัยหลอกลงทุนซึ่งเข้าถึงประชาชนมากกว่า 37 ล้านครั้ง (reaches) โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นผลการดำเนินงานที่รายงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

นอกจากการเตือนภัยแล้ว ก.ล.ต. ยังเดินหน้าร่วมมือกับภาคธุรกิจและแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต และลดโอกาสที่ประชาชนจะตกเป็นเหยื่อของเพจหรือบัญชีปลอม

สำหรับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ประเด็นนี้ทำให้การบริหารความเสี่ยงด้านไซเบอร์ การตรวจสอบคู่ค้า และการสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้องมีความสำคัญมากขึ้น เพราะความเสียหายจากการหลอกลงทุนอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาพรวมของตลาดทุนได้

เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันตลาดทุน หนุนธุรกิจเข้าถึงแหล่งทุน

อีกหนึ่งเป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์คือการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย โดย ก.ล.ต. มุ่งสนับสนุนการระดมทุนของธุรกิจคุณภาพ โดยเฉพาะกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมยกระดับมาตรฐานและความน่าสนใจของบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับกระบวนการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) การพัฒนาหลักเกณฑ์และกระบวนการพิจารณาที่มีประสิทธิภาพเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์การเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม การเข้าจดทะเบียนยังต้องคำนึงถึงคุณภาพของกิจการ ความพร้อมในการเปิดเผยข้อมูล และการคุ้มครองสิทธิของผู้ลงทุนควบคู่กัน

ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนและผู้มีส่วนร่วมในตลาดทุน เช่น การเปิดเผยข้อมูล การกำกับดูแลกิจการ และบทบาทของผู้ตรวจสอบภายในกับที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างเพียงพอและลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

การทำให้ตลาดทุนแข่งขันได้ต้องเดินควบคู่กับความน่าเชื่อถือ เพราะการระดมทุนที่มีประสิทธิภาพจะสร้างประโยชน์ได้ในระยะยาวเมื่อธุรกิจมีคุณภาพและผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่เพียงพอ

ดิจิทัลและความยั่งยืน เป็นอีกสองแรงขับเคลื่อนสำคัญ

นอกเหนือจากการส่งเสริมการลงทุนระยะยาวและการระดมทุน ก.ล.ต. ยังมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อรองรับรูปแบบธุรกรรมและพฤติกรรมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยเทคโนโลยีและ AI

ในด้านความยั่งยืน หน่วยงานให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนอย่างรับผิดชอบ และการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาใช้ประกอบการวิเคราะห์การลงทุน ตลอดจนพัฒนากลไกที่เกี่ยวข้องกับตลาดคาร์บอนและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยั่งยืน

การดำเนินงานทั้งสองด้านมีความสำคัญต่อผู้ประกอบธุรกิจ เพราะเทคโนโลยีสามารถช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ขณะที่มาตรฐานด้านความยั่งยืนมีบทบาทต่อการประเมินความเสี่ยงและการตัดสินใจลงทุนของตลาดในระยะยาว

ทิศทาง 3 ปีข้างหน้า ตลาดทุนต้องเติบโตพร้อมความเชื่อมั่น

แผนยุทธศาสตร์ “Building Trust, Powering Growth” สะท้อนความพยายามของ ก.ล.ต. ในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้ตอบโจทย์ทั้งการระดมทุนของภาคธุรกิจ การออมและลงทุนของประชาชน ตลอดจนความเสี่ยงใหม่จากเทคโนโลยีและภัยหลอกลงทุน

สำหรับผู้บริหารองค์กร นักลงทุน และผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน สิ่งที่ควรติดตามคือความคืบหน้าของ TISA และการพัฒนา PVD แนวทางยกระดับกระบวนการระดมทุนและคุณภาพบริษัทจดทะเบียน รวมถึงมาตรการป้องกันภัยหลอกลงทุนที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานและการบริหารความเสี่ยง

ความสำเร็จของแผนในช่วงปี 2569–2571 จึงไม่ได้วัดเพียงการเพิ่มกิจกรรมในตลาดทุน แต่ยังขึ้นอยู่กับการสร้างความเชื่อมั่น การขยายโอกาสเข้าถึงการลงทุน และการทำให้ตลาดทุนสามารถสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ข้อมูลอ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยุคเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย: ธุรกิจขนาดเล็กปิดตัวเพิ่ม ขณะทุนจีนรุกหนัก

ยุคเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย: ธุรกิจขนาดเล็กปิดตัวเพิ่ม ขณะทุนจีนรุกหนัก

รายงานสภาพัฒน์เผย เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่าน SMEs ปิดตัวเพิ่ม ขณะทุนจีนรุกหนักหลบกำแพงภาษี วิเคราะห์อุตสาหกรรมดาวรุ่ง-ดาวร่วงหลังโควิด และมาตรการรองรับจากภาครัฐสำหรับธุรกิจไทย

4 นาที
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนไทยปรับตัวสูงขึ้น ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนไทยปรับตัวสูงขึ้น ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนไทยสำหรับ 3 เดือนข้างหน้าพุ่งสู่ระดับ "ร้อนแรง" สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการโดยรวมก็ปรับสูงขึ้นจากแรงหนุนการบริโภคภายในประเทศ มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงแต่กระตุ้นอุปสงค์ในระยะสั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมความเชื่อมั่นในตลาดทุนและศักยภาพการเติบโตของธุรกิจขนาดใหญ่ผ่านการเพิ่มกำลังซื้อและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน

4 นาที
ผู้ว่าแบงก์ชาติยืนยันไทยยังไม่เผชิญภาวะ Stagflation

ผู้ว่าแบงก์ชาติยืนยันไทยยังไม่เผชิญภาวะ Stagflation

ธปท. ยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation จากเงินเฟ้อและการจ้างงานที่ยังคงมีเสถียรภาพ แต่ภาคธุรกิจ SME โดยเฉพาะร้านอาหาร ยังคงเผชิญความยากลำบากจากกำลังซื้อที่ลดลงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

5 นาที
มาตรการกระทรวงการคลังเพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและสนับสนุน SME

มาตรการกระทรวงการคลังเพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและสนับสนุน SME

กระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับ SMEs และธุรกิจฐานราก ควบคู่กับการผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า ผ่านแนวคิด Reinvent Thailand โดยมุ่งเน้นขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ AI และ Data Center ซึ่งส่งสัญญาณถึงทิศทางและโอกาสการลงทุนสำหรับภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่ต้องการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับนโยบายรัฐเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

5 นาที
รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ

17 นาที
วิกฤตสามเส้าเศรษฐกิจไทย: คำเตือน 3 แบงก์ ท่ามกลางเงาสงครามภาษีสหรัฐ 

วิกฤตสามเส้าเศรษฐกิจไทย: คำเตือน 3 แบงก์ ท่ามกลางเงาสงครามภาษีสหรัฐ 

วิเคราะห์เจาะลึกคำเตือนจาก 3 ธนาคารใหญ่ถึงวิกฤตสามเส้าที่คุกคามเศรษฐกิจไทยปี 2568 ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้าง ภาษีศุลกากรสหรัฐ และหนี้ครัวเรือนที่พอกพูน ท่ามกลางการคาดการณ์การเติบโตที่จำกัด แม้การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวสู่ 38 ล้านคน

7 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง