
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนไทยปรับตัวสูงขึ้น ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ
สรุปประเด็น
-
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนไทย (ICI) ปรับตัวสูงขึ้นสู่เกณฑ์ "ร้อนแรง" สะท้อนมุมมองเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย
-
มาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)" ของภาครัฐและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นการบริโภคและอุปสงค์ภายในประเทศให้เติบโต
-
FETCO วางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 15 ปี (โรดแมป) มุ่งยกระดับตลาดทุนไทยให้ก้าวสู่การเป็น Developed Market ในอนาคต
-
เตรียมจัดตั้ง SME Credit Scoring Agency เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ลดความเสี่ยง และขยายโอกาสการลงทุนให้แก่นักลงทุนสถาบันและรายใหญ่
รายงานล่าสุดจากตลาดทุนไทยเผยให้เห็นถึงสัญญาณบวกที่แข็งแกร่ง โดย ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) สำหรับช่วงสามเดือนข้างหน้า ซึ่งรวมถึงเดือนกันยายน ได้เข้าสู่เกณฑ์ "ร้อนแรง" สะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญของนักลงทุนต่อทิศทางเศรษฐกิจไทย การปรับตัวขึ้นของดัชนีนี้มีปัจจัยหนุนสำคัญจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มุ่งเป้าไปที่การฟื้นฟูและสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจโดยรวม
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ซึ่งมุ่งปลุกการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ได้สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกต่ออุปสงค์โดยรวม ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อธุรกิจขนาดใหญ่ในภาคการค้าปลีก บริการ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับมาตรการเหล่านี้ ได้เป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น แสดงถึงความคาดหวังที่ดีต่อผลประกอบการและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
นอกเหนือจากมาตรการระยะสั้น รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนยังคงมีแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวที่สำคัญ FETCO ได้วางโรดแมประยะ 15 ปี เพื่อยกระดับตลาดทุนไทยสู่การเป็น Developed Market หนึ่งในแผนการสำคัญคือการจัดตั้ง SME Credit Scoring Agency เพื่อทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงและให้คะแนนเครดิตแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของตลาดทุน
การมี SME Credit Scoring Agency จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงในการลงทุนสำหรับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ที่สนใจเข้าถึงตราสารของธุรกิจ SME ซึ่งเป็นการขยายฐานการลงทุนและสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาดทุน นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดสภาพคล่องและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับตลาดทุนให้มีความแข็งแกร่งและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว
โดยสรุปแล้ว การปรับตัวสูงขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในระยะสั้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวเพื่อยกระดับตลาดทุน สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกสำหรับประเทศไทย นักลงทุนและผู้นำองค์กรควรจับตาผลกระทบของนโยบายเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนกลยุทธ์การลงทุนและขยายธุรกิจท่ามกลางบรรยากาศที่เอื้ออำนวยนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผ่าเศรษฐกิจไทย ปี 68 ผจญความท้าทายโต 2% จับตาเสี่ยง Technical Recession
GDP ไทยไตรมาส 3 ปี 2568 โตเพียง 1.2% จากผลกระทบการเมืองและข้อพิพาทชายแดน คาดทั้งปีโต 2% หากมาตรการรัฐหนุนต่อเนื่อง พร้อมจับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค

ฟิทช์คงเครดิต SME D Bank สูงสุด "AAA(tha)" 14 ปีซ้อน ตอกย้ำความแข็งแกร่ง
SME D Bank ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงิน หลังฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสูงสุดในประเทศ "AAA(tha)" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง เสถียรภาพระดับสูง และความพร้อมในการเป็นกลไกหลักช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกสภาวะเศรษฐกิจ

Fitch คงอันดับเครดิต GPSC แนวโน้ม Stable และ ตลท. จับมือ BOI หนุนลงทุน
ตลาดทุนไทยรับอานิสงส์จากปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ GPSC ที่ได้รับแนวโน้มเครดิต "Stable Outlook" สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ผนวกกับนโยบายเชิงรุกจาก BOI และ ตลท. ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ยุคดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนดิจิทัล คาดการณ์ว่าจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการลงทุน ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจไทยในภาพรวม

สภาฯ เปิดถกงบฯ ปี 70 วาระ 2 กมธ. ปรับลด 1.1 หมื่นล้าน รับมือเศรษฐกิจ
สภาผู้แทนราษฎรเปิดฉากถกงบประมาณปี 2570 วาระ 2-3 เผย กมธ. ปรับลดงบลง 11,162 ล้านบาท พร้อมโยก 6,044 ล้านบาทเข้างบกลาง เสริมกันชนทางการคลังรับมือความผันผวนเศรษฐกิจ สะท้อนวินัยการคลังเข้มงวด ชวนภาคธุรกิจและนักลงทุนจับตาจังหวะการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐอย่างใกล้ชิด

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ

มาตรการกระทรวงการคลังเพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและสนับสนุน SME
กระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับ SMEs และธุรกิจฐานราก ควบคู่กับการผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า ผ่านแนวคิด Reinvent Thailand โดยมุ่งเน้นขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ AI และ Data Center ซึ่งส่งสัญญาณถึงทิศทางและโอกาสการลงทุนสำหรับภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่ต้องการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับนโยบายรัฐเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
