
ค่าเงินบาทและการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ค่าเงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าเล็กน้อยที่ 31.020 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนการประชุม กนง. นัดแรกของปี 2569 ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นี้ ตลาดและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% หลังเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัว 2.5% สูงกว่าคาด ลดแรงกดดันในการลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ การคงดอกเบี้ยและเงินบาทอ่อนอาจหนุนส่งออก แต่เพิ่มภาระนำเข้า ตลาดจับตาผลกระทบต่อตลาดทุนและหุ้นกลุ่มธนาคาร รวมถึง Non-Bank ในระยะสั้น
ค่าเงินบาทและ กนง.
ค่าเงินบาทเปิดตลาดในระดับ 31.020 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา โดยเคลื่อนไหวอ่อนค่าเล็กน้อย ก่อนการประชุมสำคัญของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งเป็นนัดแรกของปี 2569 ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ นักวิเคราะห์และศูนย์วิจัยหลายแห่งคาดการณ์เป็นเสียงเดียวกันว่า กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้
เบื้องหลังการคงอัตราดอกเบี้ย
การคาดการณ์ดังกล่าวมาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 มีการขยายตัวถึง 2.5% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งสูงกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้แต่เดิม การฟื้นตัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีขึ้น ลดแรงกดดันที่เคยมีต่อ กนง. ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการ
ศูนย์วิจัยต่างๆ คาดการณ์
ทั้ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, Krungsri (กรุงศรี) และนักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ต่างประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ในการประชุมครั้งนี้ การตัดสินใจนี้สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการเงินเฟ้อในปัจจุบัน
ผลกระทบและมุมมองอนาคต
การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% และแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเล็กน้อย อาจส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย เนื่องจากสินค้าไทยจะสามารถแข่งขันด้านราคาในตลาดโลกได้ดีขึ้น ในขณะที่ผู้นำเข้าอาจเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ตลาดการเงินยังคงจับตาผลการประชุม กนง. อย่างใกล้ชิด เพราะมีนัยสำคัญต่อทิศทางการลงทุนในตลาดทุน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารและ Non-Bank ซึ่งอาจได้รับแรงหนุนในระยะสั้น กรุงศรีคาดกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ที่ 30.80-31.30 บาท/ดอลลาร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลหนุนรายย่อย-SME เข้าถึงทุนผ่านพันธบัตรออมพลัส
รัฐบาลไทยกำลังเดินหน้ามาตรการเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการออมที่มั่นคง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ

เบื้องหลังตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของไทย: สัญญาณเตือนภัยที่ซ่อนอยู่ในความเติบโต
GDP ไทยไตรมาสแรกปี 2568 ขยายตัว 3.1% แต่ซ่อนความไม่สมดุล ส่งออกพึ่งพาอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การบริโภคชะลอ การลงทุนเอกชนลดลง และสภาพัฒน์ปรับลดคาดการณ์ทั้งปีเหลือ 1.8% พร้อมเผยข้อเสนอแนะนโยบายรับมือช่วงเวลาท้าทายที่รออยู่

Sunday Recap 30 มิ.ย – 4 ก.ค. 2568 : สรุปสถานการณ์เด่นรอบสัปดาห์ในไทยและต่างประเทศ
บาทแข็ง, หุ้นผันผวน, GDP ชะลอตัว: เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 9 เดือน ตลาดหุ้นไทย SET ปิดที่ 1,119.94 จุด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ กกร. ลดคาดการณ์ GDP ปี 68 เหลือ 1.5-2.0% ชี้ปัจจัยเสี่ยงจากภาษีสหรัฐฯ และการเมืองในประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง "แพทองธาร" หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ชั่วคราว

เช็กลิสต์ 12 มาตรการใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 หวังปั๊ม GDP ให้โตเกิน 3%
เช็กลิสต์ 12 โครงการใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยปี 2568 ครอบคลุมการบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายภาครัฐ และการส่งออก หวังผลักดัน GDP โตเกิน 3% ท่ามกลางความท้าทายจากหนี้ครัวเรือน ข้อจำกัดด้านการคลัง และความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

นายกฯ เดินหน้า "ครม.เศรษฐกิจพลัส" จับมือ กรอ. เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและผลกระทบต่อ SME
รัฐบาลได้ริเริ่มกลไก "ครม.เศรษฐกิจพลัส" เพื่อผนึกกำลังภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
