
ผลศึกษาล่าสุด “แลนด์บริดจ์” เดิมพันเศรษฐกิจครั้งใหญ่รัฐบาลแพทองธาร
โครงการแลนด์บริดจ์ ถือเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์ด้านการลงทุนของรัฐบาล เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย มุ่งเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน โดยมีเป้าหมายในการยกระดับศักยภาพการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ลดระยะเวลาและต้นทุนในการขนส่งสินค้าจากฝั่งมหาสมุทรอินเดียไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก โดยไม่ต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความแออัดและใช้เวลานาน
สาระสำคัญของเรื่อง
กระทรวงคมนาคม ได้เสนอสรุปผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษา “โครงการแลนด์บริดจ์” ของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งได้พิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โครงการนี้ถือเป็นการต่อยอดจากแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยในอนาคต โดยมีการสรุปผลการศึกษาออกมาเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการศึกษาความเป็นไปได้
ตามรายงานของกระทรวงคมนาคม ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้และคาดการณ์ปริมาณตู้สินค้าที่จะผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเฉพาะการสำรวจออกแบบและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างทางรถไฟช่วงชุมพร-ท่าเรือน้ำลึกระนอง
ข้อมูลจากการจัดทำแบบจำลองเพื่อวิเคราะห์ทั้งกรณีมีและไม่มีโครงการแสดงให้เห็นว่า ในปี พ.ศ. 2573 จะมีปริมาณสินค้าส่งผ่านเส้นทางรถไฟทางคู่นี้ประมาณ 1.34 แสน TEU ต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.62 ล้าน TEU ต่อปี ในปี พ.ศ. 2602 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
2. ด้านการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน
โครงการแลนด์บริดจ์ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานหลายส่วน โดยมีความคืบหน้าที่สำคัญ ล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการ ขณะที่กรมทางหลวง อยู่ระหว่างการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อสำรวจและออกแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายชุมพร-ระนอง
เช่นเดียวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2568 เพื่อศึกษารายละเอียดของทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีถึงจังหวัดสงขลา โดยคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ดรฟท.) ได้มีมติเห็นชอบในการขออนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567 และยังมีการขยายเส้นทางไปถึงด่านปาดังเบซาร์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567
3. ด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน
การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ย่อมต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงคมนาคมมีแผนบูรณาการการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมร่วมกันระหว่าง 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมทางหลวง และการรถไฟแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ การจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (SEA) ได้เสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ปี 2559 และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้ข้อเสนอแนะว่า หากมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการในพื้นที่นำเสนอที่เป็นมรดกโลกและพื้นที่กันชน จะต้องจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบที่ชัดเจน
ในด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเผยแพร่ข้อมูลโครงการให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างการยอมรับจากภาคประชาชน
4. ด้านความมั่นคงและกฎหมาย
โครงการแลนด์บริดจ์ไม่เพียงแต่มีมิติทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงระดับประเทศ ทั้งนี้ ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินความเสี่ยง ผลกระทบ และการเตรียมความพร้อมในมิติความมั่นคงและการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งครอบคลุมประเด็นทางกฎหมาย ความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาชญากรรมข้ามชาติ ภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศ รวมถึงการส่งเสริมขีดความสามารถด้านสมุทราภิบาล
ในส่วนของกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นว่า การนำพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 มาเป็นต้นแบบในการร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ..... นั้น ไม่เพียงพอ เนื่องจากมีบริบทที่แตกต่างกัน จึงควรนำปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย
ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
การพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์คาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญหลายประการ ทั้งการสร้างงานในพื้นที่และการขับเคลื่อนอัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้เพิ่มสูงขึ้น
ในระยะยาว โครงการนี้มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการขนส่งสินค้าในภูมิภาค โดยประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญเชื่อมโยงมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีการค้าโลก
“โครงการแลนด์บริดจ์” ถือเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศแล้ว ยังมีศักยภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้และของประเทศโดยรวม
อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการยังคงต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน โดยผลการศึกษาที่เพิ่งผ่านครม.ครั้งนี้ ยังต้องฝ่าด่านหินอีกสารพัด ก่อนที่โครงการจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เรื่อง สรุปผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์)
รายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) สภาผู้แทนราษฎร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท. เสริมความมั่นคงพลังงานสำหรับ SMEs ด้วยการเดินเครื่องโรงกลั่นเกินกำลัง
กลุ่ม ปตท. เสริมความมั่นคงพลังงานของประเทศอย่างเร่งด่วน ด้วยการเดินเครื่องโรงกลั่นเกินกำลังผลิตถึง 105% และเปิดคลังน้ำมัน 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือความผันผวนและหนุนการดำเนินธุรกิจของ SMEs ทั่วไทย

วิกฤตการณ์ที่หยุดการเติบโตของประเทศไทย: วิเคราะห์บาดแผลปี 2540 สู่กับดักปัจจุบันผ่านมุมมองต่างชาติ
วิเคราะห์รากเหง้าปัญหาเศรษฐกิจไทยผ่านมุมมองต่างชาติ ที่สะท้อนบาดแผลจากวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 สู่โครงสร้างการผูกขาด ความเหลื่อมล้ำที่ติดอันดับโลก ปัญหาสังคมสูงวัยแบบแก่ก่อนรวย และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและนวัตกรรมใหม่ จนเปรียบเสมือนตึกร้างสาทรยูนีคที่หยุดชะงักและขาดความกล้าที่จะเติบโตต่อ

พาณิชย์เกาะติดยอดเลิกกิจการพุ่ง คาดครึ่งปีหลัง 2569 สัญญาณปิดตัวเพิ่มขึ้น
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ รายงานตัวเลขธุรกิจเลิกกิจการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่น่าจับตา โดยมียอดรวมสูงถึง 7,024 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 12.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญถึงความท้าทายที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญ

เปิดโมเดล EECiti เมกะโปรเจกต์แห่งทศวรรษ 5.3 แสนล้าน
เปิดโมเดล EECiti เมกะโปรเจกต์ 5.3 แสนล้านบาทในพื้นที่บางละมุง จังหวัดชลบุรี พัฒนาเมืองอัจฉริยะรองรับ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างงาน 50,000 ตำแหน่ง และรองรับประชากร 100,000 คนภายในปี 2575 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ EEC สู่อนาคต

ความร่วมมือทางธุรกิจไทย-ฝรั่งเศส สู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล
ภาคธุรกิจไทยและฝรั่งเศสสานสัมพันธ์สำคัญผ่านเวที FTBF ครั้งที่ 4 เพื่อผลักดันการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้ SMEs ไทยเข้าถึงนวัตกรรมและร่วมสร้างห่วงโซ่มูลค่าสูง

กรอ. ตั้งเป้าดันไทยสู่ประเทศรายได้สูงใน 12 ปี พร้อมแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและผลกระทบต่อ SME
กรอ. ตั้งเป้าผลักดันไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2581 ด้วยกลยุทธ์ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มการลงทุน และผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน
