สมุดปกน้ำเงิน SME ไทย: รัฐบาลฟัง แต่ยังไม่ "ปฏิรูป"

สมุดปกน้ำเงิน SME ไทย: รัฐบาลฟัง แต่ยังไม่ "ปฏิรูป"

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ กระทรวงกลาโหม ศรีสมาน คึกคักด้วยผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 1,400 คน สมาพันธ์ SME ไทย นำโดย ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ฯ ส่งมอบ "สมุดปกน้ำเงิน  ข้อเสนอเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME และเศรษฐกิจฐานราก" แก่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในงาน THAI MSME FORUM 2026 ภายใต้คอนเซปต์ "เปลี่ยนนโยบายเป็นโอกาสทางธุรกิจ"

แต่คำถามที่ตามมาหลังพิธีรับมอบสมุดปกน้ำเงินผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนคือ: รัฐบาลตอบสนองอะไรบ้าง? และสิ่งที่ตอบสนองนั้น "ตรงจุด" กับที่ภาค MSME เรียกร้องจริงหรือไม่?

สมุดปกน้ำเงินเสนออะไร? โจทย์เชิงโครงสร้างที่สะสมมากกว่าทศวรรษ

สาระสำคัญของสมุดปกน้ำเงินไม่ใช่การขอ "เงินช่วยเหลือ" แต่คือการเรียกร้องให้ ปฏิรูปสภาพแวดล้อมการแข่งขันทั้งระบบ ผ่าน 5 วาระ ได้แก่:

(1) สร้างโอกาสทางการตลาด ครอบคลุม การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และ การขยายตลาดต่างประเทศ

(2) ขยายการเข้าถึงแหล่งทุน ด้วยกลไกทางการเงินที่ ลดอุปสรรคสินเชื่อ

(3) ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ เพิ่มผลิตภาพ

(4) สร้างกติกาที่เป็นธรรม ผ่านการ ปรับกฎหมายและระเบียบ ที่เอื้อต่อธุรกิจ

(5) เตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและสีเขียว

ยิ่งไปกว่านั้น สมาพันธ์ SME ไทย ยังเสนอให้ "MSME Plus" ถูกยกเป็น วาระแห่งชาติ เพื่อให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ใช่มาตรการเฉพาะกิจ แต่เป็น นโยบายต่อเนื่องที่บูรณาการทุกหน่วยงาน

ผู้ประกอบการรายย่อย "ไม่ได้ต้องการเพียงมาตรการช่วยเหลือระยะสั้น แต่ต้องการระบบเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาด แหล่งทุน เทคโนโลยี และแข่งขันได้ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม" ดร.ณพพงศ์ ธีระวร

นัยสำคัญของข้อเสนอชุดนี้คือการชี้ว่า ปัญหาของ MSME ไทยไม่ใช่วิกฤตเฉพาะหน้า แต่เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึก ไม่ว่าจะเป็นการที่ธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธสินเชื่อ SME เพราะไม่มีประวัติเครดิต กฎระเบียบที่ล้าสมัยเอื้อผู้เล่นรายใหญ่ หรือการที่ภาครัฐจัดซื้อจัดจ้างกีดกันผู้ประกอบการรายย่อยออกจากห่วงโซ่อุปทานโดยไม่ตั้งใจ

รัฐบาลตอบอะไรบ้าง? มีทิศทางที่ถูก แต่ยังเป็น "มาตรการ" ไม่ใช่ "โครงสร้าง"

การตอบสนองของรัฐบาลหลังงาน THAI MSME FORUM 2026 เกิดขึ้นในหลายระดับ

ระดับที่ 1 ถ้อยคำในเวที: ดร.เอกนิติ ขึ้นกล่าวบนเวทีงานว่ารัฐบาล "ไม่ได้นิ่งนอนใจ" และสั่งการหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องให้เร่งพิจารณาอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ SME ในอัตราที่ต่ำ พร้อมชื่นชมทิศทางที่สมาพันธ์จับมือกับ Alibaba เพื่อเปิดทาง AI สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย

ระดับที่ 2 มาตรการสินเชื่อขนาดใหญ่: ผ่านมาตรการ Quick Big Win สำหรับ SMEs ที่ ครม. อนุมัติ รัฐบาลระดมสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ทั้ง 7 แห่งเข้าช่วยเสริมสภาพคล่อง วงเงินรวมกว่า 3.27 แสนล้านบาท คาดช่วย SME ได้ 107,000 ราย และหนุน GDP ปี 2569 เพิ่ม 0.36% ครอบคลุมตั้งแต่การค้ำประกันสินเชื่อผ่าน บสย. วงเงิน 50,000 ล้านบาท, Soft Loan ผ่านธนาคารออมสิน 100,000 ล้านบาท, สินเชื่อ ธกส. 80,000 ล้านบาท ไปจนถึง SME D Bank วงเงิน 20,000 ล้านบาท (ที่มา: The Standard, 2 ธ.ค. 2568)

ระดับที่ 3 นวัตกรรมข้อมูล: กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบ Alternative Score (หรือ Alt Score) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย โดยนำข้อมูลการใช้ไฟฟ้า น้ำประปา และโทรศัพท์มือถือมาประกอบการประเมินความสามารถชำระหนี้ แทนการพึ่งพาเครดิตสกอร์เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากสำเร็จจะต่อยอดเป็น "Ari Score" ในอนาคต มาตรการนี้ตอบโจทย์วาระที่ 2 ของสมุดปกน้ำเงินได้ตรงจุดที่สุด

ระดับที่ 4 โครงการ "พี่ช่วยน้อง": กรมสรรพากรเปิดโครงการให้บริษัทมหาชนใน SET ช่วยสนับสนุนบริษัท SME ในห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการให้สิทธิประโยชน์ภาษีแก่บริษัทขนาดใหญ่ เพื่อดึงให้ SME เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่ามี SME ราว 1,500 ราย เข้าร่วม และจะได้รับคืนภาษีเร็วขึ้นราว 1,700 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีมาตรการยกเลิก De Minimis Value ของกรมศุลกากร เพื่อปิดช่องให้สินค้านำเข้าราคาต่ำที่หลบเลี่ยงภาษีแข่งกับ SME ไทย

ระดับที่ 5 e-Commerce Platform ของคนไทย: กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างพิจารณาจัดตั้งแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย เพื่อเป็นช่องทางทางเลือกจาก Lazada และ Shopee ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะตอบโจทย์วาระที่ 1 ด้านการสร้างโอกาสทางการตลาดได้

ช่องว่างที่ยังปิดไม่ได้ บทวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง

เมื่อเปรียบเทียบข้อเสนอของสมาพันธ์ SME ไทยกับสิ่งที่รัฐบาลตอบสนอง พบช่องว่างเชิงนโยบายที่สำคัญ 3 ด้าน

ช่องว่างที่ 1 การปฏิรูปกฎหมายยังคาอยู่

วาระที่ 4 ของสมุดปกน้ำเงินเรียกร้องให้ "ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนของภาครัฐให้สะดวกและโปร่งใส" แต่ในมาตรการที่รัฐบาลประกาศออกมาจนถึงปัจจุบัน ไม่มีแผนการลดกระบวนการอนุมัติ ลดต้นทุนการจดทะเบียน หรือปฏิรูปกฎหมายที่เป็นอุปสรรคสำคัญอย่าง พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ หรือกฎหมายแรงงาน ที่ผู้ประกอบการรายย่อยระบุว่าสร้างภาระต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (compliance cost) สูงเกินกว่าที่ Micro SME จะรับไหว

ช่องว่างที่ 2 "MSME Plus เป็นวาระแห่งชาติ" ยังไม่ถูกประกาศ

ข้อเสนอหลักของสมาพันธ์ฯ คือให้ MSME Plus กลายเป็นนโยบายเชิงสถาบันที่ขับเคลื่อนต่อเนื่องข้ามรัฐบาล เปรียบได้กับที่ไต้หวันมีนโยบาย SME Policy White Paper ที่อัปเดตทุก 4 ปี หรือเกาหลีใต้ที่มี SME Promotion Act เป็นกรอบกฎหมายหลัก แต่ในไทย แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าจะ "ช่วยเหลือ SME" แต่ยังไม่มีกลไกเชิงสถาบันที่ประกาศชัดเจนว่า MSME Plus จะดำเนินการผ่านกระบวนการอะไร ใครเป็นเจ้าภาพ และมีตัวชี้วัดอะไร

ช่องว่างที่ 3 เทคโนโลยีดิจิทัลยังเป็นแผน ไม่ใช่โครงการ

วาระที่ 3 และ 5 เรียกร้องให้เร่งประยุกต์ใช้ AI และเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจดิจิทัล แต่สิ่งที่รัฐบาลตอบสนองได้จริงในระยะสั้นคือ e-GP (ระบบจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์) และการสนับสนุนให้ SME ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นการยกระดับ "กระดาษ" ให้กลายเป็น "ดิจิทัล" ยังอยู่ห่างไกลจากการช่วยให้ SME นำ AI มาเพิ่มผลิตภาพจริง ขณะที่ความร่วมมือกับ Alibaba ที่ดร.เอกนิติยกเป็นตัวอย่างยังไม่มีรายละเอียดโครงการที่เป็นรูปธรรมปรากฏ

มุมมองที่แตกต่าง รัฐบาลอาจมีข้อจำกัดที่ชอบธรรม

การวิเคราะห์นี้ต้องตั้งอยู่บนความสมดุล มาตรการที่รัฐบาลดำเนินการ โดยเฉพาะ ระบบ Alt Score และ โครงการพี่ช่วยน้อง ถือเป็น นวัตกรรมนโยบาย ที่น่าสนใจและ "ตรงจุด" กว่า มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแบบเดิม

นอกจากนี้ การปฏิรูปเชิงโครงสร้างตามวาระที่ 4 มักใช้เวลานาน เนื่องจากต้องผ่าน กระบวนการนิติบัญญัติ รับฟังความเห็น และ ประสานหน่วยงานหลายฝ่าย การคาดหวังให้รัฐบาล ปฏิรูปกฎหมาย ได้ภายในเดือนเดียวหลังได้รับ สมุดปกน้ำเงิน จึงอาจไม่เป็นธรรม

ยิ่งกว่านั้น ฐานเศรษฐกิจ รายงานว่า แม้ ดร.เอกนิติ จะรับสมุดปกน้ำเงิน แต่ยังมีข้อสังเกตจากสื่อว่า "ยังต้องติดตามว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปพิจารณาผลักดันเป็นนโยบายหรือมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากน้อยเพียงใด" (ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ, 25 ก.ค. 2569) — สะท้อนว่าแม้ สื่อกระแสหลัก ก็ยังตั้งคำถามเดียวกัน

บทสรุปและสิ่งที่ต้องจับตา

รัฐบาลตอบสนองต่อสมุดปกน้ำเงินของสมาพันธ์ SME ไทยในระดับ "ได้รับและตระหนัก" แต่ยังอยู่ในกรอบของมาตรการทางการเงินแบบเดิม มากกว่าการปฏิรูปสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นจุดเน้นสำคัญ ช่องว่างระหว่างสิ่งที่ภาค MSME ต้องการกับสิ่งที่รัฐบาลมอบให้ยังมีอยู่ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การปฏิรูปกฎหมาย, การสถาปนา MSME Plus ให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างมีกลไก และการขับเคลื่อนดิจิทัลที่เกินกว่าระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

ตัวแปรที่ต้องจับตาในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า มี 3 ประการ:

  • ประการแรกคือความคืบหน้าของ Alt Score ว่าจะออกมาเป็นโครงการนำร่องจริงหรือหยุดอยู่ที่คำพูดในเวที

  • ประการที่สองคือการที่ ครม. จะยกระดับ MSME Plus เป็นวาระแห่งชาติอย่างเป็นทางการผ่านกลไกใด

  • ประการที่สามคือผลลัพธ์ที่วัดได้จากโครงการพี่ช่วยน้อง ว่า SME ที่เข้าร่วมจะเข้าถึงสินเชื่อจากห่วงโซ่อุปทานได้จริงในปริมาณเท่าใด

สมาพันธ์ SME ไทยในฐานะองค์กรตัวแทนมีบทบาทสำคัญในการติดตาม กดดัน และตรวจสอบ เพื่อไม่ให้สมุดปกน้ำเงินกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งพิธีกรรมทางนโยบาย แต่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 3.2 ล้านรายทั่วประเทศรอคอยอยู่

ข้อมูลอ้างอิง:

  • แนวหน้า. (2569, 26 กรกฎาคม). สมาพันธ์ SME ไทยยื่นสมุดปกน้ำเงิน จี้รัฐบาลเร่งผลักดัน 5 วาระขับเคลื่อน MSME และเศรษฐกิจฐานราก. Naewna. https://www.naewna.com/relation/979718
  • อรพินท์ จันทะแสง. (2569, 25 กรกฎาคม). สมาพันธ์ SME ไทยชง 5 วาระปฏิรูปโครงสร้าง ปลดล็อกทุน-ตลาด-กฎระเบียบ. ฐานเศรษฐกิจ. https://www.thansettakij.com/economy/664929/

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากนโยบายสู่กำไร: เจาะลึกงาน THAI MSME FORUM 2026 เวทีขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

จากนโยบายสู่กำไร: เจาะลึกงาน THAI MSME FORUM 2026 เวทีขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

มาพันธ์ SME ไทยเตรียมจัดงานใหญ่ THAI MSME FORUM 2026 ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “From Policy to Profit” เพื่อเปลี่ยนนโยบายรัฐให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมโยงระบบนิเวศธุรกิจครบวงจร พร้อมจัดทำ “สมุดปกน้ำเงิน” เสนอตรงต่อรัฐบาลเพื่อกำหนดทิศทางอนาคต MSME ไทย

6 นาที
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสนับสนุน SME ของรัฐบาลไทย: ระหว่างนโยบายที่ดูดีบนกระดาษและความเป็นจริงที่น่าเป็นห่วง

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสนับสนุน SME ของรัฐบาลไทย: ระหว่างนโยบายที่ดูดีบนกระดาษและความเป็นจริงที่น่าเป็นห่วง

ท่ามกลางความพยายามของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ออกมาตรการสำคัญหลายประการ รวมถึงมาตรการกระตุ้นการลงทุนในระยะฟื้นฟูเศรษฐกิจ มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่ Smart และ Sustainability ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับ SME

7 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง