
ผลกระทบของทุนเทาและเศรษฐกิจนอกระบบต่อเศรษฐกิจไทยและ SMEs
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เน้นย้ำถึงความท้าทายสำคัญที่ฉุดรั้งศักยภาพเศรษฐกิจไทย นั่นคือปัญหาของ ทุนเทา และ เศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่ผิดเพี้ยนไปจากกลไกตลาดปกติ โดยข้อมูลชี้ชัดว่าประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจนอกระบบใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของโลก ซึ่งประมาณ 9-13% ของขนาดเศรษฐกิจดังกล่าวเป็น เศรษฐกิจสีเทา โดยตรง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ภาครัฐสูญเสียโอกาสในการจัดเก็บภาษีและขาดเงินงบประมาณเพื่อการพัฒนาประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอีกด้วย
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนจากปรากฏการณ์นี้คือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดำเนินไปในลักษณะ K-shaped ซึ่งสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกิจขนาดใหญ่ ยังคงแสดงความยืดหยุ่นและมีอัตราหนี้เสีย (NPLs) อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.5% อย่างไรก็ตาม กลุ่ม SMEs ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจและเป็นผู้สร้างงานจำนวนมาก กลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เปราะบางอย่างยิ่ง ด้วยอัตราหนี้เสียที่พุ่งสูงถึง 9.5% บ่งชี้ถึงแรงกดดันทางการเงินที่รุนแรงและความยากลำบากในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงในภาคธุรกิจและอาจนำไปสู่การปิดกิจการ ซึ่งกระทบต่อเสถียรภาพทางสังคมและการจ้างงานโดยรวม
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทยอาจไม่ใช่การขาดแคลนเงินทุน แต่เป็นการ จัดสรรทรัพยากรที่บิดเบือน (Misallocation of Resources) ซึ่งทุนจำนวนมหาศาลไหลเวียนอยู่นอกระบบการตรวจสอบ ส่งผลให้ธุรกิจที่ดำเนินการอย่างโปร่งใสและถูกกฎหมายต้องแข่งขันกับผู้เล่นที่หลีกเลี่ยงภาระภาษีและกฎระเบียบ การขาดความเท่าเทียมกันในการแข่งขันนี้ไม่เพียงแต่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว แต่ยังบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลกอีกด้วย
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ธปท. ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อควบคุมและนำกิจกรรมทางเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบที่ตรวจสอบได้มากขึ้น ซึ่งรวมถึงการคุมเข้มการถอนเงินสดจำนวนมาก ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ทองคำ และการโอนเงินผ่าน สินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการใช้ช่องโหว่ของระบบการเงินสำหรับการฟอกเงินและกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย อันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินและสร้างความโปร่งใสในระบบนิเวศทางธุรกิจ
การแก้ไขปัญหา ทุนเทา และ เศรษฐกิจนอกระบบ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการสร้างรากฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืนสำหรับประเทศไทย การนำเงินทุนเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบที่โปร่งใสจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับภาครัฐ ปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากร และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในระยะยาว การดำเนินการของ ธปท. สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับธรรมาภิบาลทางเศรษฐกิจและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตอย่างเป็นธรรมสำหรับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับพลวัตของเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธปท. เปิด 5 ผลกระทบ 'สงครามภาษี' ต่อเศรษฐกิจไทย ที่ต้องเฝ้าระวัง
เปิดผลวิเคราะห์จากธนาคารแห่งประเทศไทย มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ส่งผลต่อการลงทุน การส่งออก และความผันผวนในตลาดเงิน เป็นปัจจัยบังคับให้ไทยต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่

ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันไม่มีนโยบายให้ใบอนุญาตธุรกิจ FOREX และครม. รับทราบมาตรการ ป.ป.ช. แก้ปัญหาทุจริต
ธปท. ยืนยันไม่มีนโยบายออกใบอนุญาตธุรกิจ FOREX ชี้การให้บริการหรือชำระเงินเพื่อซื้อขายถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและมีโทษรุนแรง ส่งผลให้สถาบันการเงินและธุรกิจใหญ่ต้องเข้มงวดด้านธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง เพื่อเลี่ยงผลกระทบทางกฎหมายและการเสียชื่อเสียงองค์กร พร้อมปกป้องเสถียรภาพการเงินของประเทศ

ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า
ในขณะที่ประเทศเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ทางรอดต้อง "ยิงให้ถูกจุด" แทนการยิง "ปูพรม" ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง

รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่ม หนี้เสียพุ่ง-กระแสเงินสดไม่ฟื้น
รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่มโควิด หนี้เสีย SM พุ่ง 5.7% กระแสเงินสดไม่ฟื้น ธุรกิจใหญ่ ICR ลดลง เสี่ยงกระทบระบบการเงิน

เปิดโปรไฟล์ 7 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ผู้ว่าธปท. กุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย
ใครจะเป็นผู้ว่าธปท.คนใหม่? วิเคราะห์ 7 แคนดิเดต ชาย 5-หญิง 2 จากภาครัฐ-เอกชน ที่จะกุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย 5 ปีข้างหน้า การแข่งขันชิงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทนนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่จะครบวาระในวันที่ 30 กันยายน 2568 เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากมีผู้สมัครจำนวน 7 ราย ยื่นใบสมัครภายในกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม ถึง 4 มิถุนายน 2568

ผู้ว่าการ ธปท. ชี้ภัยการเงินดิจิทัลทวีความรุนแรง เร่งสร้างสมดุล “ความสะดวก-ความปลอดภัย”
ผู้ว่าการ ธปท. เปิดสัมมนาวิชาการปี 2568 เน้นภัยการเงินดิจิทัลที่ทวีความรุนแรง พร้อมเร่งพัฒนาระบบตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัย ยกระดับความปลอดภัย Mobile Banking และสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกกับความปลอดภัยเพื่อระบบการเงินที่ทั่วถึงและยั่งยืน
