
ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันไม่มีนโยบายให้ใบอนุญาตธุรกิจ FOREX และครม. รับทราบมาตรการ ป.ป.ช. แก้ปัญหาทุจริต
สรุปประเด็น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า ไม่มีนโยบายในการให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไร หรือที่เรียกกันว่า FOREX การกระทำในลักษณะดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการซื้อขาย หรือการรับส่งเงินเพื่อชำระธุรกรรม FOREX ทั้งในและต่างประเทศ ล้วนเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลต่อกิจกรรมที่อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ FOREX นี้มีความรุนแรง โดยอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000 ถึง 1,000,000 บาท รวมถึงการปรับเพิ่มอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมีการกระทำผิด นอกจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้การลงทุน FOREX ผิดกฎหมายเป็นช่องทางในการหลอกลวงประชาชนอย่างจริงจัง
บทบาทผู้บริหารกับการคุมเข้มธรรมาภิบาลและความเสี่ยงธุรกรรม FOREX
สำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการชำระเงิน หรือผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีธุรกรรมระหว่างประเทศ การประกาศของ ธปท. ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดนโยบาย การบริหารความเสี่ยง และ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) ผู้บริหารระดับสูงจำเป็นต้องมั่นใจว่าระบบและบุคลากรขององค์กรมีความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวก หรือการเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรม FOREX ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางกฎหมาย บทลงโทษอันหนักหน่วง และความเสียหายต่อชื่อเสียงขององค์กรอย่างไม่อาจประเมินได้
การควบคุมที่เข้มงวดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการปกป้องเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ และลดความเสี่ยงจากการฟอกเงินและการโยกย้ายเงินทุนผิดกฎหมาย ซึ่งหากปล่อยให้มีการดำเนินธุรกิจ FOREX ที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างแพร่หลาย อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อความเชื่อมั่นในตลาดเงินและตลาดทุนของประเทศได้
ในส่วนของการรับทราบมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น แม้ว่าโดยหลักการแล้วการต่อต้านการทุจริตจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนแฝงให้กับภาคธุรกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ ยังไม่ปรากฏข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นทางการเกี่ยวกับมาตรการเฉพาะเจาะจงที่ ครม. ได้รับทราบและมีผลกระทบโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ในช่วงเวลาที่ระบุ ดังนั้น การติดตามรายละเอียดและความคืบหน้าของมาตรการเหล่านี้จึงยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหารองค์กรเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
บทสรุปผู้บริหาร
การประกาศควบคุมธุรกิจ FOREX อย่างเข้มงวดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถือเป็นมาตรการเชิงนโยบายที่สำคัญในการปกป้องเสถียรภาพทางการเงินและสร้างความโปร่งใสในตลาดทุนของประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการชำระเงินที่มีธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยผู้บริหารระดับสูงจำเป็นต้องยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) และการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด ผ่านการตรวจสอบระบบและพัฒนาบุคลากรให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง เพื่อสกัดกั้นการเอื้อประโยชน์หรือการมีส่วนร่วมในธุรกรรมผิดกฎหมาย อันเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่บทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรงและการสูญเสียชื่อเสียงขององค์กรอย่างไม่อาจประเมินค่าได้
ข้อมูลอ้างอิง:
- ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2567). ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันไม่มีนโยบายให้ใบอนุญาตธุรกิจ FOREX. https://www.bot.or.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธปท. เปิด 5 ผลกระทบ 'สงครามภาษี' ต่อเศรษฐกิจไทย ที่ต้องเฝ้าระวัง
เปิดผลวิเคราะห์จากธนาคารแห่งประเทศไทย มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ส่งผลต่อการลงทุน การส่งออก และความผันผวนในตลาดเงิน เป็นปัจจัยบังคับให้ไทยต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่

เปิดโปรไฟล์ 7 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ผู้ว่าธปท. กุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย
ใครจะเป็นผู้ว่าธปท.คนใหม่? วิเคราะห์ 7 แคนดิเดต ชาย 5-หญิง 2 จากภาครัฐ-เอกชน ที่จะกุมบังเหียนเศรษฐกิจไทย 5 ปีข้างหน้า การแข่งขันชิงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทนนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่จะครบวาระในวันที่ 30 กันยายน 2568 เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากมีผู้สมัครจำนวน 7 ราย ยื่นใบสมัครภายในกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม ถึง 4 มิถุนายน 2568

ผู้ว่าการ ธปท. ชี้ภัยการเงินดิจิทัลทวีความรุนแรง เร่งสร้างสมดุล “ความสะดวก-ความปลอดภัย”
ผู้ว่าการ ธปท. เปิดสัมมนาวิชาการปี 2568 เน้นภัยการเงินดิจิทัลที่ทวีความรุนแรง พร้อมเร่งพัฒนาระบบตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัย ยกระดับความปลอดภัย Mobile Banking และสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกกับความปลอดภัยเพื่อระบบการเงินที่ทั่วถึงและยั่งยืน

ศึกเศรษฐกิจไทย: คำเตือนจากผู้ว่าแบงก์ชาติ เมื่อกระสุนมีจำกัด และภัยคุกคามรออยู่เบื้องหน้า
ในขณะที่ประเทศเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ทางรอดต้อง "ยิงให้ถูกจุด" แทนการยิง "ปูพรม" ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง

รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่ม หนี้เสียพุ่ง-กระแสเงินสดไม่ฟื้น
รายงานธปท.เผย SMEs ไทยยังติดหล่มโควิด หนี้เสีย SM พุ่ง 5.7% กระแสเงินสดไม่ฟื้น ธุรกิจใหญ่ ICR ลดลง เสี่ยงกระทบระบบการเงิน

ผลกระทบของทุนเทาและเศรษฐกิจนอกระบบต่อเศรษฐกิจไทยและ SMEs
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เน้นย้ำถึงความท้าทายสำคัญที่ฉุดรั้งศักยภาพเศรษฐกิจไทย นั่นคือปัญหาของ ทุนเทา และ เศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่ผิดเพี้ยนไปจากกลไกตลาดปกติ โดยข้อมูลชี้ชัดว่าประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจนอกระบบใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของโลก
