
Think Trade Think DITP 106 : อัปเดตโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านแบรนด์และดีไซน์
ฟังบทความนี้โดย AI
Business Leader Podcast
สรุปประเด็น
-
ยกระดับจากสินค้าสู่แบรนด์เพื่อสร้างความได้เปรียบ: DITP ผลักดันให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนจากการแข่งด้วยต้นทุน มาเป็นการสร้าง Brand Value และความแตกต่างผ่านการดีไซน์เพื่อขยายตลาดสากล
-
บ่มเพาะศักยภาพการแข่งขันด้วย IDEA LAB และ DEmark: ส่งเสริมการวางกลยุทธ์แบรนด์เชิงลึก และยกระดับงานดีไซน์ให้เป็นจุดขายพร้อมต่อยอดสู่เวทีการค้าระดับนานาชาติ
-
ต่อยอดเรื่องราวและพื้นที่สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ: นำความคิดสร้างสรรค์มาสร้างอัตลักษณ์เมือง (Creative City) และผสานแนวคิดความยั่งยืน (BCG) ในโครงการส่งเสริมการค้าเพื่อสร้างคุณค่าใหม่
-
ขับเคลื่อน 4 เครื่องมือหลักเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน: ผสาน Brand, Design, Creativity และ Market Access เข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนสินค้าไทยให้เป็นแบรนด์ที่มีคุณค่าและแข่งขันได้ในระดับโลก
ในวันที่การแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศไม่ได้ตัดสินกันด้วย “สินค้า” เพียงอย่างเดียว ความสามารถในการสร้างแบรนด์ ดีไซน์ และคุณค่าที่แตกต่าง กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างพื้นที่ของตัวเองในตลาดโลก
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนผ่านการดำเนินงานของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ในปีงบประมาณ 2569 ที่เดินหน้าผลักดัน “แบรนด์ ดีไซน์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการค้า โดยมีแผนดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการค้า ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 294,500 ราย ครอบคลุมกิจกรรมทั้งในและต่างประเทศ
เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับขีดความสามารถทางการค้าระหว่างประเทศของไทยสู่อันดับ Top 5 ของเอเชียภายในปี 2570
จาก “สินค้า” สู่ “แบรนด์” เกมการแข่งขันที่เปลี่ยนไป
สำหรับผู้ประกอบการไทย การมีสินค้าที่ดีอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน แต่การทำให้สินค้านั้นมี Brand Value และสามารถสร้างการจดจำในตลาดต่างประเทศ คือโจทย์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
DITP จึงวางแนวทางการสนับสนุนให้ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาแบรนด์ การออกแบบ การสร้างเรื่องราว ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับตลาดและคู่ค้าต่างประเทศ
ภาพดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทจากการสนับสนุน “การขายสินค้า” ไปสู่การสร้าง ขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
IDEA LAB รุ่น 9 บ่มเพาะแบรนด์ให้คิดไกลกว่าสินค้า
หนึ่งในโครงการสำคัญด้านการพัฒนาแบรนด์คือ IDEA LAB รุ่นที่ 9 (Thai Brand Incubation Program) โปรแกรมบ่มเพาะแบรนด์เชิงลึกที่มุ่งให้ผู้ประกอบการมองแบรนด์ในมิติของกลยุทธ์มากกว่าการออกแบบภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว
เนื้อหาครอบคลุมทั้งการวางกลยุทธ์แบรนด์ การกำหนด Positioning การขยายตลาดต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนา Storytelling และรูปแบบธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้แบรนด์ “ดูดีขึ้น” เท่านั้น แต่คือการทำให้แบรนด์ มีเหตุผลในการแข่งขันและสามารถเติบโตได้ในตลาดเป้าหมาย
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการออกสู่ตลาดโลก นี่คือการเปลี่ยนโจทย์จาก “เราขายอะไร” ไปสู่ “ทำไมผู้บริโภคต่างประเทศจึงควรเลือกเรา”
DEmark 2026 เปลี่ยนดีไซน์ให้เป็นแต้มต่อทางธุรกิจ
ในมิติของการออกแบบ DITP เดินหน้าจัด DEmark 2026 ภายใต้แนวคิด “The Next Dimension of Design” เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักออกแบบและผู้ประกอบการไทย
ความสำคัญของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการมอบรางวัลด้านดีไซน์ แต่ยังอยู่ที่การสร้างโอกาสให้ผลงานไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยผู้ได้รับรางวัลยังมีโอกาสต่อยอดสู่เวที G-Mark ของญี่ปุ่น
นี่สะท้อนว่า Design สามารถทำหน้าที่มากกว่าการเพิ่มความสวยงามให้กับสินค้า แต่สามารถเป็น Market Differentiator ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ เพิ่มมูลค่า และเปิดประตูสู่ตลาดใหม่
เมื่อ Design ต้องเชื่อมต่อกับ “การค้า”
อีกโจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้การพัฒนาแบรนด์และดีไซน์สามารถนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจได้จริง
DITP จึงเดินหน้ากิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับตลาดและคู่ค้าต่างประเทศ โดยมีตัวอย่างอย่าง Thailand Premium Fruit Business Matching 2026 ในรูปแบบ Hybrid รวมถึงการต่อยอดเครือข่ายนักออกแบบไทยผ่านเวทีด้านแฟชั่นและสิ่งทอ
แนวทางนี้ทำให้เห็นว่า “Design” ไม่ควรถูกแยกออกจาก “Commerce”
เพราะในท้ายที่สุด ดีไซน์ที่ดีต้องสามารถตอบคำถามทางธุรกิจได้ว่า สร้างมูลค่าให้สินค้าอย่างไร เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใด และสามารถนำไปต่อยอดในตลาดจริงได้หรือไม่
Creative City เมื่อ “พื้นที่” กลายเป็นแบรนด์
การสร้างมูลค่าจากความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับสินค้าและแบรนด์ แต่ยังขยายไปสู่ระดับเมืองและพื้นที่
DITP ร่วมกับ Creative Economy Agency (CEA) ดำเนินโครงการ Creative City & Place Branding เพื่อขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาอัตลักษณ์เมืองและกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน CEA มีเป้าหมายผลักดันให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เติบโตอีก 5% ภายในปี 2570
แนวคิดนี้น่าสนใจในเชิงธุรกิจ เพราะเมื่อเมืองมี “Brand Identity” ที่ชัดเจน ก็สามารถต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยว การลงทุน สินค้าท้องถิ่น ธุรกิจบริการ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้
จากเดิมที่ “สถานที่” เป็นเพียงพื้นที่ทางกายภาพ จึงกลายเป็น Economic Asset ที่สามารถสร้างมูลค่าได้จากเรื่องราว อัตลักษณ์ และประสบการณ์
STYLE Bangkok Collaboration: เมื่อการ Collaboration สร้างสินค้าใหม่
อีกหนึ่งแนวทางคือ STYLE Bangkok Collaboration Project ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์และนักออกแบบร่วมกันพัฒนาสินค้าต้นแบบ โดยเชื่อมโยงแนวคิดด้านการออกแบบเข้ากับ BCG Economy
โมเดลนี้สะท้อนความสำคัญของการสร้าง “มูลค่าใหม่” จากการทำงานร่วมกัน
เพราะการเพิ่มมูลค่าในปัจจุบันไม่ได้จำเป็นต้องเกิดจากการเพิ่มวัตถุดิบหรือเพิ่มปริมาณการผลิตเสมอไป แต่สามารถเกิดจากการนำ Design + Creativity + Sustainability มาผสมผสานจนกลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่าและมีเรื่องราวมากขึ้น
4 เครื่องมือที่กำลังเปลี่ยนเกมของผู้ประกอบการไทย
เมื่อมองภาพรวมของโครงการต่าง ๆ จะเห็นองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้านที่ทำงานเชื่อมโยงกัน
01 — Brand
สร้างตัวตนและ Positioning ให้ชัด เพื่อให้สินค้าไม่ต้องแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว
02 — Design
ใช้การออกแบบสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า และสร้างการจดจำในตลาด
03 — Creativity
นำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดสินค้า บริการ พื้นที่ และโมเดลธุรกิจ
04 — Market Access
เชื่อมโยงองค์ความรู้และการพัฒนาเข้ากับคู่ค้าและโอกาสทางการค้าจริง
เมื่อทั้ง 4 องค์ประกอบทำงานร่วมกัน การพัฒนาธุรกิจจึงไม่ได้จบลงที่ “ทำสินค้าให้ดีขึ้น” แต่กลายเป็นการสร้างระบบที่ช่วยให้ธุรกิจ แข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว
เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่แค่ “ส่งออกได้” แต่ต้อง “สร้างคุณค่าได้”
ภาพรวมของโครงการสนับสนุนด้านแบรนด์และดีไซน์ของ DITP ในปี 2569 จึงสะท้อนทิศทางที่ชัดเจนว่า การยกระดับสินค้าไทยในตลาดโลกกำลังขยับจากการแข่งขันด้วยต้นทุนและกำลังการผลิต ไปสู่การแข่งขันด้วย คุณค่า ความคิดสร้างสรรค์ อัตลักษณ์ และประสบการณ์
สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ต้องเปลี่ยนมุมมองจาก “ผู้ผลิตสินค้า” ไปสู่ “ผู้สร้างแบรนด์”
เพราะในตลาดโลกที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น สินค้าที่ดีอาจทำให้เกิดการซื้อครั้งแรก แต่แบรนด์ที่มีตัวตนชัด ดีไซน์ที่แตกต่าง และเรื่องราวที่ผู้บริโภคเชื่อมโยงได้ จะเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจสามารถสร้างความสัมพันธ์และมูลค่าได้ในระยะยาว
และนี่คือทิศทางสำคัญของการพาสินค้าไทยจาก Made in Thailand ไปสู่การเป็น Brand from Thailand ที่มีคุณค่าและแข่งขันได้ในเวทีโลก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลาบที่โลกรู้จัก คือลาบไทย
“ลาบไทย” ไม่ได้เป็นเพียงเมนูอาหารพื้นถิ่น แต่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรมอาหารไทย ทั้งเรื่องการกินสุก ความปลอดภัย มาตรฐาน และการสร้างตลาดในต่างประเทศ ก่อนก้าวสู่ภาพจำของอาหารไทยในเวทีโลก

ทางลัดสู่ตลาดโลก: ถอดรหัสลับจากการฝึกอบรมเพื่อผู้ส่งออกมือใหม่
การนำธุรกิจขยายออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสูงสุดของผู้ประกอบการยุคใหม่ แต่การก้าวไปสู่เวทีระดับโลกนั้นไม่ได้มีเพียงการหาคู่ค้าหรือการมีผลิตภัณฑ์ที่ดีเพียงอย่างเดียว ทว่ายังเต็มไปด้วยความซับซ้อนในเรื่องของกฎกติกาการค้าระหว่างประเทศ

ธนาคารแห่งประเทศไทย 8 นโยบายการเงินพยุงเศรษฐกิจไทย
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 ขึ้นเป็น 2.3% จากเดิมที่ 1.5% การปรับเพิ่มครั้งนี้ได้รับแรงหนุนที่ชัดเจนจากกระแสระดับโลกอย่าง วัฏจักร AI โลก ที่กำลังขับเคลื่อนการลงทุนด้านดิจิทัลทั่วโลก

เกาะกระแสชาโลก! TPSO ชี้ช่องผู้ประกอบการ ดันชาไทยสู่ตลาดสากล
ถอดกลยุทธ์ส่งออกชาไทยสู่ตลาดโลก เรียนรู้ความสำเร็จจากกรณีศึกษา ชาตรามือ, ชาระมิงค์ และ Chaidim พร้อมเจาะลึกเทรนด์ชาออร์แกนิกที่ผู้ประกอบการต้องรู้

เปิดประตูการค้าสู่ตลาดแอฟริกาและตะวันออกกลาง โอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการไทย
การขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนสู่ตลาดที่กำลังเติบโตในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกากำลังเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในประเทศซาอุดีอาระเบียที่กำลังมุ่งหน้าสู่การพัฒนาในระดับประเทศภายใต้วิสัยทัศน์ 2030 ซึ่งเปิดโอกาสทางการค้าหลายด้าน เช่น อาหาร การก่อสร้าง และสุขภาพ

พาณิชย์ดันคอนเทนต์ไทยบุก ACFM 2026 ปูซาน นำ 20 บริษัทเจรจาธุรกิจ ตั้งเป้ามูลค่าการค้า 500 ล้านบาทใน 5 ปี
กระทรวงพาณิชย์นำ 20 ผู้ประกอบการไทยบุกงาน ACFM 2026 ณ เมืองปูซาน ภายใต้สถานะประเทศเกียรติยศ (Country of Honor) ชูศักยภาพภาพยนตร์ ซีรีส์ และการต่อยอด Remake IP สู่ตลาดโลก พร้อมตั้งเป้ามูลค่าเจรจาการค้ากว่า 500 ล้านบาทใน 5 ปี
