
กระทรวงพาณิชย์ยกระดับตรวจสินค้านำเข้าออนไลน์ ปกป้องขีดความสามารถแข่งขัน SME ไทย
สรุปประเด็น
-
28 หน่วยงาน 5 มาตรการ 63 แผนปฏิบัติการ: กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังภาครัฐยกระดับการตรวจสอบสินค้านำเข้าราคาต่ำและไม่ได้มาตรฐาน
-
แพลตฟอร์มต่างชาติเข้าสู่กติกาไทย: สพธอ. อยู่ระหว่างจัดทำประกาศเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคลและจัดตั้งสำนักงานในไทยสำหรับแพลตฟอร์มที่เข้าเงื่อนไข
-
VAT ตั้งแต่บาทแรก: มาตรการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้านำเข้ามีผลตั้งแต่ 5 กรกฎาคม 2567 ลดความแตกต่างด้านภาระภาษีระหว่างสินค้าในประเทศและสินค้านำเข้า
-
มอก. กับต้นทุนซัพพลายเชน: การขยายรายการสินค้าควบคุมอาจส่งผลต่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า ค้าปลีก และธุรกิจโลจิสติกส์
-
SME ไทยกับโอกาสส่งออก: ภาครัฐเตรียมสนับสนุนช่องทางจำหน่ายผ่าน 9 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซพันธมิตรในต่างประเทศ
การเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามชาติทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะสินค้านำเข้าราคาต่ำที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ 28 หน่วยงาน วางกรอบ 5 มาตรการหลัก และ 63 แผนปฏิบัติการ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบด่านศุลกากร มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ไปจนถึงการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัล
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่เพียงการควบคุมสินค้านำเข้า แต่คือการปรับกติกาการค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสมดุลระหว่างการเปิดรับการค้าโลก การคุ้มครองผู้บริโภค และขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
สำหรับภาคธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อทั้งต้นทุน การกำหนดราคา การบริหารซัพพลายเชน และกลยุทธ์การขยายตลาด โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก โลจิสติกส์ และผู้ประกอบการ SME ที่แข่งขันในตลาดออนไลน์
การนำเข้าสินค้าราคาต่ำจากต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามชาติ เป็นหนึ่งในความท้าทายของผู้ประกอบการไทย ทั้งด้านการแข่งขันด้านราคา มาตรฐานสินค้า และการปฏิบัติตามกฎหมาย
กระทรวงพาณิชย์จึงบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ 28 หน่วยงาน วางแนวทางผ่าน 5 มาตรการหลัก 63 แผนปฏิบัติการ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบสินค้านำเข้า การกำกับดูแลแพลตฟอร์ม ภาษี มาตรฐานสินค้า ไปจนถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในตลาดออนไลน์
5 มาตรการหลัก ดูแลตั้งแต่ด่านนำเข้าถึงตลาดออนไลน์
แนวทางของภาครัฐมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและยกระดับการกำกับดูแลการค้าข้ามพรมแดน โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่
-
ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นขึ้น ทั้งการตรวจสินค้าที่ด่านศุลกากร การสำแดงพิกัดและภาษี รวมถึงการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์
-
ปรับปรุงกฎระเบียบสำหรับผู้ประกอบธุรกิจต่างชาติ โดยกำหนดแนวทางให้ผู้ประกอบการออนไลน์จากต่างประเทศที่เข้าเงื่อนไขต้องจดทะเบียนนิติบุคคลและมีสำนักงานในไทย
-
ทบทวนมาตรการด้านภาษี รวมถึงแนวทางกำหนดให้ผู้ขายสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศที่จำหน่ายสินค้าในไทยจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
-
พัฒนาศักยภาพ SME ไทย ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและแข่งขัน
-
ขยายโอกาสส่งออกผ่านอีคอมเมิร์ซ เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มพันธมิตร
สำหรับข้อกำหนดให้แพลตฟอร์มต่างชาติจดทะเบียนนิติบุคคลและมีสำนักงานในไทย รวมถึงการจดทะเบียน VAT ของผู้ขายหรือแพลตฟอร์มต่างประเทศ เป็นประเด็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการด้านกฎระเบียบ จึงควรติดตามประกาศและหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์ก่อนสรุปขอบเขตการบังคับใช้กับแต่ละธุรกิจ
VAT และอากรสินค้านำเข้า ตั้งแต่บาทแรก
อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันด้านราคาคือการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ไทยเริ่มจัดเก็บ VAT และอากรขาเข้าสำหรับสินค้านำเข้าตั้งแต่มูลค่า 1 บาทขึ้นไป หลังยกเลิกการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับสินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อให้สินค้านำเข้าสู่ระบบภาษีและลดความแตกต่างด้านภาระภาษีระหว่างผู้ขายในประเทศกับผู้ขายจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าและการกำหนดหน้าที่ด้าน VAT ของผู้ขายหรือแพลตฟอร์มต่างประเทศเป็นคนละประเด็นกัน จึงควรแยกสถานะของมาตรการที่มีผลใช้แล้วออกจากข้อกำหนดด้านการจดทะเบียนภาษีที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
มาตรฐานสินค้าเป็นอีกตัวแปรของการแข่งขัน
นอกจากราคาและภาษี การตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ภาครัฐมีแนวทางเพิ่มความถี่ในการตรวจสินค้านำเข้าและสินค้าที่จำหน่ายออนไลน์ รวมถึงพิจารณาขยายรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรฐานบังคับให้ครอบคลุมมากขึ้น
สำหรับธุรกิจค้าปลีก โลจิสติกส์ และอีคอมเมิร์ซ การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ด้านการนำเข้า ภาษี และมาตรฐานสินค้า อาจมีผลต่อขั้นตอนตรวจสอบสินค้า การบริหารต้นทุน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ผู้ประกอบการจึงควรติดตามประกาศที่เกี่ยวข้องและประเมินผลกระทบต่อกระบวนการดำเนินงานของตนเอง
ควบคู่การกำกับดูแลกับการเพิ่มโอกาสให้ SME ไทย
มาตรการของกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้มุ่งเฉพาะการควบคุมสินค้านำเข้า แต่ยังครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพ SME ไทย ทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต และการเพิ่มช่องทางส่งออกผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในต่างประเทศ โดยมีแผนส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงแพลตฟอร์มพันธมิตร 9 แห่ง เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและตลาดส่งออก
ประเด็นที่ภาคธุรกิจควรติดตาม จึงมีทั้งความคืบหน้าของกฎระเบียบสำหรับแพลตฟอร์มต่างชาติ การบังคับใช้มาตรฐานสินค้า การจัดเก็บภาษี และมาตรการสนับสนุน SME เพราะการดำเนินการเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดกติกาการค้าออนไลน์ในระยะต่อไป โดยเป้าหมายสำคัญคือสร้างระบบการแข่งขันที่อยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐานเดียวกัน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในตลาดดิจิทัล
ข้อมูลอ้างอิง:
- สำนักข่าวอินโฟเควสท์. (2567). พาณิชย์ ถก 28 หน่วยงาน เคาะ 5 มาตรการ รับมือสินค้านำเข้าราคาต่ำ-ไม่ได้คุณภาพ. RYT9. https://www.ryt9.com/s/iq03/3543668
- ประชาชาติธุรกิจ. (2567). ภูมิธรรมถก 28 หน่วยงาน ระดมแก้ปัญหานำเข้าสินค้าไร้คุณภาพ จี้ TEMU ตั้งสำนักงานในไทย. ประชาชาติธุรกิจ. https://www.prachachat.net/hilight-prachachat/news-1640261
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดรายงานกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จัดหนักไทยกีดกันการค้า-การลงทุน
เปิดรายงานกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ บีบหนักไทยด้านอุปสรรคการค้า มาตรฐานสุขอนามัย ทรัพย์สินทางปัญญา และปัญหาแรงงาน ท่ามกลางการเตรียมประกาศมาตรการภาษีใหม่ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่อาจกระทบการส่งออกไทย

DBD จับคู่ธุรกิจสีเขียว 239 คู่ คาดสร้างมูลค่า 64.99 ล้านบาท
DBD ปลุกกระแสกรีน! เปิดเวที 'Smart Sustainable Business Matching' ยกทัพผู้ประกอบการรักษ์โลก 77 ราย ชนยักษ์ใหญ่ค้าปลีก 18 องค์กร จับคู่เจรจา 239 คู่ สร้างมูลค่าซื้อขายทันที 9.7 ล้าน คาดทะลุ 64.99 ล้านบาทใน 1 ปี

สมุดปกน้ำเงิน SME ไทย: รัฐบาลฟัง แต่ยังไม่ "ปฏิรูป"
สมาพันธ์ SME ไทย ยื่น “สมุดปกน้ำเงิน” ชง 5 วาระเร่งด่วนต่อรัฐบาล ดันมาตรการ “MSME Plus” เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อปลดล็อกโอกาสทางการตลาด การเข้าถึงแหล่งทุน และนวัตกรรม พร้อมสร้างแต้มต่อให้ธุรกิจรายย่อยเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

พาณิชย์แนะ SMEs ใช้สิทธิ FTA เจาะตลาดใหม่ รับ FTA ไทย-EFTA
ตัวเลขล่าสุดจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะผู้เล่นสำคัญบนเวทีการค้าเสรีโลก โดยยอดการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.57 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 48,069 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7.33%

มาตรการกระทรวงพาณิชย์เพื่อพยุงราคาสินค้าเกษตรและส่งเสริมการส่งออกกุ้งไทย
กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเครื่องเต็มกำลังเพื่อพยุงราคากุ้งไทยและขับเคลื่อนการส่งออก โดยใช้กลไกทั้งภายในและภายนอกประเทศ ผ่านกิจกรรม “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สู่สินค้า World Class และการเยือนมาเลเซียของนายกรัฐมนตรี เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทด้านมาตรฐานสุขอนามัยพืชและสัตว์ (SPS) ภายใน 30 วัน หากการเจรจาไม่เป็นผล กระทรวงฯ พร้อมนำประเด็นขึ้นสู่ WTO และ อาเซียน สะท้อนความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพตลาดและปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการในภาคการส่งออกและห่วงโซ่อุปทานอาหารขนาดใหญ่

พาณิชย์ชูยุทธศาสตร์ Resilience รับมือโลกแบ่งขั้ว เร่งกระจายตลาด-สินค้าใหม่ เสริมแกร่งส่งออกไทยปี 2569
กระทรวงพาณิชย์เผยแผนยุทธศาสตร์ Resilience รับมือโลกการค้าแบ่งขั้ว เดินหน้ากระจายตลาดและสินค้าใหม่ พร้อมเร่งใช้ประโยชน์จาก FTA และนวัตกรรม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งการส่งออกไทยที่มีสัดส่วนต่อ GDP สูงถึง 71.2%
