
ไทยเที่ยวไทยพลัส ปรับเกม Flat Rate กระตุ้นท่องเที่ยว โฟกัสกระจายรายได้และคุมราคาที่พัก
สรุปประเด็น
กระทรวงการคลังเดินหน้าปรับเงื่อนไข “ไทยเที่ยวไทยพลัส” หวังกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงปลายปี โดยจุดเปลี่ยนสำคัญของมาตรการรอบนี้คือการเปลี่ยนรูปแบบสนับสนุนค่าที่พักเป็น Flat Rate หรืออัตราคงที่ แทนการอุดหนุนตามสัดส่วนของราคาห้องพัก เพื่อควบคุมวงเงินภาครัฐและลดแรงจูงใจในการปรับราคาที่พักสูงขึ้นตามมาตรการ
กรอบล่าสุดกำหนดวงเงินกู้สำหรับโครงการประมาณ 3,500 ล้านบาท ครอบคลุม 1 ล้านสิทธิ์ โดยรัฐสนับสนุนค่าที่พักตามจริงสูงสุด 1,500 บาทต่อคืนต่อสิทธิ์ และประชาชนหนึ่งคนใช้สิทธิ์ได้สูงสุด 5 สิทธิ์ ขณะที่คูปองท่องเที่ยวใช้รูปแบบ Co-payment รัฐร่วมจ่าย 50% โดยกำหนดวงเงินสนับสนุน 1,500 บาทสำหรับเมืองหลัก และเพิ่มเป็น 2,000 บาทเมื่อใช้จ่ายในพื้นที่เมืองรอง
“ไทยเที่ยวไทยพลัส” รอบใหม่ไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มจำนวนผู้เดินทาง แต่กำลังออกแบบกลไกให้ เม็ดเงินกระจายไปยังธุรกิจท่องเที่ยวและพื้นที่เมืองรองมากขึ้น พร้อมควบคุมต้นทุนของภาครัฐอย่างชัดเจน
Flat Rate เปลี่ยนเกมอุดหนุนค่าที่พัก ลดช่องว่างการปรับราคา
หนึ่งในบทเรียนสำคัญจากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในอดีต คือการออกแบบเงินอุดหนุนที่ผูกกับราคาห้องพักอาจสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปรับราคาขึ้นในช่วงที่มีมาตรการ
กระทรวงการคลังจึงปรับแนวทางใหม่เป็น Flat Rate โดยรัฐสนับสนุนค่าที่พักตามจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ ทำให้เงินสนับสนุนไม่เพิ่มขึ้นตามราคาห้องพัก หากผู้ใช้สิทธิ์เลือกที่พักที่มีราคาสูงกว่าวงเงินสนับสนุน ส่วนต่างจะต้องรับผิดชอบเอง ขณะที่หากเลือกที่พักราคาต่ำกว่า ก็ใช้เงินสนับสนุนตามค่าใช้จ่ายจริง
การออกแบบเช่นนี้จึงมีนัยมากกว่าการกำหนด “ส่วนลดค่าที่พัก” เพราะเป็นการสร้าง กรอบราคาที่ชัดเจนสำหรับการบริหารงบประมาณ และลดช่องว่างที่อาจทำให้ต้นทุนของมาตรการเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมและที่พัก ประเด็นที่ต้องติดตามจึงไม่ได้มีเพียงจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ แต่รวมถึงการบริหาร Revenue Management การกำหนดราคา และการวางแผนห้องพักให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มาตรการมีผล
คูปอง Co-payment ดันกำลังซื้อจากโรงแรมสู่ธุรกิจบริการ
อีกองค์ประกอบสำคัญคือการเพิ่มบทบาทของ E-Voucher จากเดิมที่เน้นร้านอาหาร ไปสู่บริการท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้น เช่น ร้านอาหาร สปา ร้านของฝาก บริการนวด รวมถึงกิจกรรมและแพ็กเกจท่องเที่ยวบางประเภท โดยใช้หลักการ Co-payment 50:50 ระหว่างรัฐกับประชาชน
สำหรับพื้นที่ เมืองหลัก รัฐสนับสนุนคูปองสูงสุด 1,500 บาทต่อสิทธิ์ ขณะที่การใช้จ่ายใน เมืองรอง จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเป็น 2,000 บาท
กลไกดังกล่าวทำให้เงินจากมาตรการไม่ได้ไหลเข้าสู่ธุรกิจที่พักเพียงอย่างเดียว แต่สามารถต่อยอดไปยัง ร้านอาหาร ร้านค้า Wellness สปา การเดินทาง และกิจกรรมท่องเที่ยว ซึ่งมีโอกาสช่วยกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในห่วงโซ่ท่องเที่ยวได้กว้างขึ้น
จาก “ช่วยค่าห้องพัก” สู่ “กระตุ้นการใช้จ่ายตลอดทริป” คือหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญของไทยเที่ยวไทยพลัสรอบนี้
เมืองรองถูกวางให้เป็นกลไกกระจายรายได้
การเพิ่มวงเงินคูปองสำหรับ เมืองรอง เป็นอีกองค์ประกอบที่สะท้อนการออกแบบมาตรการเพื่อกระจายกำลังซื้อออกจากเมืองท่องเที่ยวหลัก
เมื่อการใช้จ่ายในเมืองรองได้รับวงเงินสนับสนุนสูงกว่าเมืองหลัก ผู้บริโภคจึงมีแรงจูงใจเพิ่มเติมในการเลือกเดินทางและใช้จ่ายในพื้นที่ที่ต้องการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น
ในมุมของ SMEs ท้องถิ่น ผลประโยชน์จึงอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโรงแรม แต่ครอบคลุมร้านอาหาร ร้านค้าของฝาก ผู้ให้บริการกิจกรรมท่องเที่ยว รถเช่า สปา และธุรกิจบริการอื่น ๆ ที่สามารถเข้าร่วมระบบได้ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงจะขึ้นอยู่กับทั้ง จำนวนผู้ใช้สิทธิ์ การกระจายตัวของการเดินทาง และพฤติกรรมการใช้จ่าย ไม่ใช่เพียงจำนวนสิทธิ์ที่เปิดให้ประชาชนเท่านั้น
มาตรการภาษีคู่ขนาน จับตาการช่วยผู้ประกอบการในระบบ
นอกเหนือจากมาตรการด้านอุปสงค์ กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างเตรียม มาตรการภาษีคู่ขนาน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารและที่พักรายใหญ่ที่อยู่ในระบบภาษี โดยคาดว่าจะใช้วงเงินมากกว่า 2,000 ล้านบาท และเร่งกระบวนการให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ในเดือนตุลาคม
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการดูแลอีกด้านของนโยบาย คือไม่ได้มองเฉพาะการกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้จ่าย แต่พยายามเชื่อมโยงมาตรการเข้ากับ ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ VAT และระบบภาษีอย่างถูกต้อง ด้วย
ในเชิงโครงสร้าง นี่เป็นประเด็นที่น่าจับตา เพราะหากมาตรการสามารถสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น ผลที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาของโครงการ แต่เกี่ยวข้องกับ ฐานภาษีและความเป็นระบบของภาคธุรกิจบริการในระยะยาว ทั้งนี้ รายละเอียดและรูปแบบสิทธิประโยชน์ทางภาษียังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการ
Timeline ไทยเที่ยวไทยพลัส กับการเตรียมตัวของภาคธุรกิจ
ตามกรอบที่เปิดเผยล่าสุด โครงการกำหนดให้ ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1–25 ตุลาคม 2569 และเริ่มใช้สิทธิ์เดินทางตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยแบ่งช่วงการใช้สิทธิ์ออกเป็น 2 ระยะ คือ 1 พฤศจิกายน–15 ธันวาคม 2569 และ 16 มกราคม–28 กุมภาพันธ์ 2570
ขณะที่ช่วง 16 ธันวาคม 2569–15 มกราคม 2570 จะเว้นการใช้สิทธิ์ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่และ High Season ซึ่งมีความต้องการเดินทางตามธรรมชาติอยู่แล้ว
สำหรับภาคธุรกิจ นั่นหมายความว่าการเตรียมความพร้อมไม่ควรรอจนถึงวันที่เปิดใช้สิทธิ์ แต่ควรเริ่มตั้งแต่การวางแผน Inventory ห้องพัก การจัดแพ็กเกจ การบริหารราคา การจัดกำลังคน และการบริหารกระแสเงินสด ไปจนถึงการเตรียมระบบรองรับการชำระเงินและคูปองดิจิทัล
ไทยเที่ยวไทยพลัส กับโจทย์ “กระตุ้นให้ตรงจุด”
ไทยเที่ยวไทยพลัสรอบใหม่จึงน่าสนใจในฐานะมาตรการที่พยายามปรับจากการ “อัดฉีดกำลังซื้อ” ไปสู่การ ออกแบบกลไกให้เม็ดเงินเดินทางไปยังจุดที่ต้องการมากขึ้น
ตั้งแต่ Flat Rate ที่ช่วยกำหนดเพดานการสนับสนุนค่าที่พัก, Co-payment ที่กระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มเติม ไปจนถึงวงเงินที่สูงขึ้นสำหรับ เมืองรอง และมาตรการภาษีสำหรับผู้ประกอบการในระบบ
สำหรับภาคธุรกิจ สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงจำนวนสิทธิ์ 1 ล้านสิทธิ์ แต่คือ คุณภาพของการกระจายเม็ดเงิน ผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการ และประสิทธิภาพของมาตรการในการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่เป้าหมาย
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่รัฐใส่เข้าไปเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่า เงินหนึ่งก้อนสามารถสร้างการเดินทาง การใช้จ่าย และรายได้หมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้มากเพียงใด
ข้อมูลอ้างอิง:
- Bangkokbiznews. (2569, 3 กันยายน). 'คลัง' วางเกณฑ์ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' อุดหนุนค่าห้อง 'อัตราเดียว' เริ่ม 1 ต.ค.นี้. Bangkokbiznews. https://www.bangkokbiznews.com/economics/1250299
- Thai PBS. (2569, 8 กันยายน). \"ไทยเที่ยวไทย พลัส\" เคาะแจก 1 ล้านสิทธิ ช่วยค่าที่พัก 1,500 คูปองสูงสุด 2,000 บาท. Thai PBS. https://www.thaipbs.or.th/news/content/557639
- ประชาชาติธุรกิจ. (2569, 11 กันยายน). สุรศักดิ์ จ่อชง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน. ประชาชาติธุรกิจ. https://www.prachachat.net/politics/news-2065204
- Bangkokbiznews. (2569, 8 กันยายน). เคาะรายละเอียด "ไทยเที่ยวไทยพลัส" วงเงิน 3,500 ล้านบาท 1 ล้านสิทธิ์ เริ่มลงทะเบียน 1 ต.ค. นี้. Bangkokbiznews. https://www.bangkokbiznews.com/economics/1251031
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลังเร่งยืนยันตัวตน (e-KYC) บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 8 แสนราย
กระทรวงการคลังกำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการเร่งรัดกระบวนการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) สำหรับผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ที่ยังไม่สมบูรณ์อีกประมาณ 800,000 ราย โดยความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มผู้มีสิทธิจะสามารถเริ่มใช้จ่ายผ่านบัตรไ

ครม. ขยายมาตรการลดค่าโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ถึงปี 2570
คณะรัฐมนตรีมีมติขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือเพียง 0.01% สำหรับบ้านและคอนโดราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ออกไปจนถึง 30 มิถุนายน 2570 การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ ส่งเสริมกำลังซื้อของผู้บริโภค และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ถึง 1.06% ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมหภาคและความเชื่อมั่นในการลงทุนโดยรวม

ไทยเที่ยวไทยพลัส เฟส 3: รัฐพนัน 3,500 ล้านบาทกับโจทย์ที่ซับซ้อนกว่าแค่ "กระตุ้นการใช้จ่าย"
เจาะลึกโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เฟส 3 วงเงิน 3,500 ล้านบาท 1 ล้านสิทธิ์ พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มค่า นัยต่อธุรกิจท่องเที่ยว และกลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อมรับมือ ทั้งระบบดิจิทัลและการบริหารจัดการ เพื่อคว้าโอกาสฟื้นฟูธุรกิจช่วงไฮซีซั่นปลายปี 2569

TAGTHAi กับความฝัน "National Tourism Integration Platform" งานยากที่ไทยพยายามแก้มาหลายรัฐบาล
วิเคราะห์แผนยกระดับ TAGTHAi สู่ National Tourism Integration Platform ของรัฐบาล พร้อมความท้าทายเชิงโครงสร้างและมุมมองสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย
